โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : เป็น “ไข้ทับระดูห้ามฉีดยา” เพราะอาจถึงตายได้ จริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 06.31 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์แชร์ข้อความว่า “เป็นไข้ทับระดูห้ามฉีดยา” เพราะอาจถึงตายได้ จริงหรือ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ นพ.พูนศักดิ์ สุชนวณิช สูตินรีแพทย์

เรื่อง “ไข้ทับระดู” (Period Flu) มีการพูดกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

“ไข้ทับระดู” ไม่ใช่โรคจำเพาะอะไร เป็นเพียงอาการไข้พร้อม ๆ กับช่วงที่มีประจำเดือน (หมายถึงมีประจำเดือนก่อนแล้วมีไข้) พอดี ซึ่งช่วงนี้ร่างกายอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากการเสียเลือด อ่อนเพลียจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน มีความรู้สึกเหมือนกับไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ

จึงไม่แปลกที่บางครั้งมีไข้ระหว่างมีประจำเดือน จะรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติ แต่เรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉีดยา ถ้าจำเป็นจะต้องฉีดยาเพื่อรักษาโรคใดก็ตาม การฉีดยา “ในช่วงที่มีระดู” หรือ “ไม่มีระดู” ไม่มีความแตกต่างกัน

สาเหตุที่ทำให้เป็นไข้ทับระดู ?

“ไข้ทับระดู” ตัว “ไข้” จะเกิดได้เมื่อร่างกายอ่อนเพลีย ในช่วงที่ร่างกายพักผ่อนน้อย มีความเครียด ปฏิกิริยาของการมีไข้จะตอบสนองต่อความอ่อนแอของร่างกาย

ถ้าช่วงนั้นมีอาการ เช่น ดื่มน้ำน้อยและเสียปริมาณน้ำในร่างกาย มีประจำเดือนเสียเลือดออกไป ก็เป็นสาเหตุทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นและมีไข้ได้

การติดเชื้อเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไข้หวัดธรรมดาทั่วไป บางครั้งเป็นแล้วก็หายได้เอง แต่ช่วงที่มีระดูเป็นช่วงที่ร่างกายเสียเลือด ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำ มีการเปลี่ยนแปลงและลดระดับของฮอร์โมน “เอสโทรเจน” และ “โพรเจสเทอโรน” อย่างรวดเร็ว อาการต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจึงทำให้มีไข้

ดังนั้น การมี “ไข้ทับระดู” จึงไม่ใช่เรื่องแปลกจากไข้อื่น ๆ เพียงแต่บังเอิญเกิดตรงกับช่วงที่มีระดู ซึ่งจะทำให้รู้สึกว่ามีอาการอ่อนเพลียหรือเหมือนกับอาการไข้เป็นมาก

ไข้ทับระดู มีอันตรายส่งผลให้เสียชีวิต ได้หรือไม่ ?

โดยทั่วไป “ไข้ทับระดู” ไม่ได้มีอันตรายอะไรแตกต่างจากการเป็นไข้ในช่วงอื่น ๆ ขึ้นกับสาเหตุของการเป็นไข้ด้วย

ถ้าการเป็นไข้เกิดจากความอ่อนเพลีย ขาดน้ำ หรือเป็นลักษณะของการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในช่วงที่มีระดู ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก พักผ่อนนอนหลับ กินอาหารมีประโยชน์ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อชดเชยการขาดน้ำ

ถ้ามีไข้มากก็อาจจะกินยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล เป็นการรักษาตามอาการ สักพักอาการต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น

กรณีเป็นไข้ทับระดูที่เกิดจากสาเหตุรุนแรง ยกตัวอย่างถ้าเป็นการติดเชื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดเชื้อในช่วงที่มีระดู เป็นห่วงมากเรื่องการติดเชื้อในอวัยวะสืบพันธุ์ช่วงบน เรียกว่า “การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน” (Pelvic inflmmatory disease : PID) ซึ่งเป็นการติดเชื้อขณะที่มีระดู

การติดเชื้อแล้วมีเลือดออกมาด้วยแบคทีเรียก็จะใช้เลือดเป็นสารอาหารในการเจริญเติบโต เพราะฉะนั้นเป็นไข้ทับระดูที่เกิดมาจากการอาการรุนแรง ก็คือเกิดจากการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน อาจจะเป็นอันตรายสูงกว่าการเป็นไข้ในช่วงทั่ว ๆ ไป

ระหว่างเป็นไข้ทับระดู ไม่ควรทำอะไร ?

สิ่งที่ห้ามทำระหว่างเป็นไข้ทับระดูก็คือ “ห้ามมีเพศสัมพันธ์” เพราะช่วงที่มีระดูเป็นช่วงที่ปากมดลูกกำลังเปิดเพื่อระบายเลือดประจำเดือนออกมา ถ้ามีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้น ปากมดลูกที่เปิดอยู่ก็จะนำเชื้อจากภายนอกเข้าไปข้างในได้

ในช่วงที่มีไข้ทับระดูอยากให้หมั่นสังเกตตัวเองแล้วพักผ่อนมาก ๆ ซึ่งไข้ทับระดูอาจจะไม่ใช่โรคที่รุนแรง แต่จะต้องสังเกตเพื่อแยกโรคว่าเป็นภาวะที่รุนแรงร่วมด้วยหรือไม่

กรณีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หากเป็นพร้อมกับช่วงที่มีระดู สังเกตได้เลยว่ามีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มีไข้สูงหนาวสั่น กินยาลดไข้แล้วไข้ลดเพียงชั่วคราว ไข้ก็กลับมาได้ใหม่

นอกจากเลือดประจำเดือนที่ออกมาจะเป็นลักษณะของเลือดทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังอาจจะสังเกตเห็นลักษณะของหนองหรือเป็นตกขาวสีเหลือง ๆ มีกลิ่นเหม็น พวกนี้ต้องสังเกตอาการด้วยถ้ามีอาการเหล่านี้ควรจะไปพบแพทย์

ดังนั้น ข้อความที่ว่าถ้าเป็นไข้ทับระดูแล้วห้ามไปฉีดยาเพราะจะทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต ไม่จริงและไม่ควรแชร์ต่อ

สัมภาษณ์โดย พงศ์อิทธิ์ เชิดชูวงศ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : เป็น “ไข้ทับระดูห้ามฉีดยา” เพราะอาจถึงตายได้ จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...