โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศบ.ทก.” นัดถก 20 ก.ค. นำหลักฐานฟ้องยูเอ็น กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 09.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ณัฐพล นาค พาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เตรียมนัดศบ.ทก.ประชุมในวันที่ 20 ก.ค.นี้ เวลา14.00 น. กำหนดแนวทางการดำเนินการ กรณีกำลังพลจากหน่วยร้อย ร.6021 ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบกและประสบเหตุเหยียบกับระเบิด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ซึ่งจากหลักฐานพบว่าเป็นการวางกับระเบิดใหม่นั้น

เบื้องต้น พล.อ.ณัฐพล ได้สั่งการกองทัพภาคที่2 เก็บข้อมูลหลักฐานทั้งหมด พร้อมให้แถลงข่าว และรายงานผล เป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ทราบ เนื่องจาก ต้องเก็บทุกอย่างเป็นหลักฐาน เพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศต่อไป

โดย ในวันพรุ่งนี้(20 ก.ค.)จะมีกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาร่วมประชุม ศบ.ทก.ด้วย เพื่อมาให้คำแนะนำ ว่าขั้นตอนต่อไป ในการดำเนินการ ควรจะทำอย่างไร ร่วมถึงตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ของแต่ละฝ่ายว่าตรงกันหรือไม่ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะแถลงเป็นทางการ ในการประชุมศบ.ทก.21 ก.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางปฏิบัตินำข้อมูลและหลักฐานฟ้องยูเอ็นกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา และหากกัมพูชาปฏิเสธ ก็ต้องหาหลักฐาน มาหักล้าง ข้อมูลของฝ่ายไทย ในขณะเดียวกัน ทางการไทยจะส่งทหารช่าง เข้าไปเก็บกู้วัตถุระเบิด ในพื้นที่อธิปไตยของไทยที่ช่องบก

"ปัจจุบัน ศบ.ทก.อยู่ระหว่างให้กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ซึ่งต้องอาศัยความรัดกุม รอบคอบ รวมถึงศึกษาขั้นตอนการดำเนินการ ให้ละเอียด อยากให้ประชาชนใจเย็นเนื่องจากหน่วยงานราชการออกข้อมูลอะไรมา ต้องอาศัยหลักฐานที่ชัดเจน ถูกต้อง "

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...