โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

มากกว่าชุดคือประเทศไทย ผ้าไทยในฐานะกลไกสร้างชาติและทุนวัฒนธรรมร่วมสมัย ประกาศความเป็นตัวตนต่อสายตาโลกอย่างสง่างาม

The Structure

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 16.36 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • The Structure

กระแส Soft Power กำลังแผ่พลังอย่างมีนัยสำคัญในประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต่างก็หันมาให้ความสำคัญกับการสื่อสารอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในเวทีสาธารณะและระดับนานาชาติอย่างเข้มข้น

ในห้วงเวลาไม่นานหลังการเริ่มต้นภารกิจของรัฐบาล เราก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และแม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต่างจับจ้องและเคลื่อนไหวในสนามอัตลักษณ์ร่วมกันอย่างเข้มข้น

หนึ่งในกรณีที่กำลังเป็นที่จับตามอง คือการที่ประเทศไทยเสนอขึ้นทะเบียน “ผ้าไทย” เป็นรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO โดยมีเสียงตอบรับและเสียงทักท้วงจากประเทศเพื่อนบ้านที่ต่างอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของร่วมในวัฒนธรรมผ้า

ภายใต้บริบทเช่นนี้ ผู้เขียนขอหยิบยกบางส่วนจากงานวิจัยระดับดุษฎีนิพนธ์ของตน มานำเสนอเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนในพื้นที่สาธารณะ โดยเน้นการอ่านผ้าไทยในฐานะกลไกวัฒนธรรมที่มีชีวิต มิใช่เพียงสิ่งทอที่เราสวมใส่ เพื่อให้เกิดความภูมิใจต่อวัฒนธรรมของชาติ…

ผ้าไทยมิได้เป็นเพียงผลิตผลของภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือหัตถกรรมพื้นถิ่น หากแต่คือ ระบบความหมายทางวัฒนธรรม ที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจ อุดมการณ์ และการต่อรองเชิงอัตลักษณ์ในระดับชาติและนานาชาติ ลวดลาย เส้นใย เทคนิค และ “รสนิยม” ที่ปรากฏในผ้าไทย ล้วนสัมพันธ์กับนโยบายของรัฐ บทบาทของราชสำนัก และพลวัตจากภาคประชาชน

การศึกษานี้พยายามชี้ให้เห็นว่า ผ้าไทยไม่ควรถูกจดจำอยู่ในกรอบอนุรักษนิยมแบบนิ่งเฉย หากแต่ต้องถูกทำความเข้าใจในฐานะพื้นที่ของการต่อรอง สื่อสาร และแปลงรูป “ความเป็นไทย” ใหม่อย่างต่อเนื่อง

การตีความผ้าไทยในเชิงวัฒนธรรมเชิงลึกเช่นนี้ ทำให้เราเห็นว่ามันมิใช่เพียงวัตถุแห่งความงาม หากแต่เป็น “กลไกแห่งการสร้างชาติ” (nation-building mechanism) ซึ่งมีอิทธิพลต่อการกำหนดภาพลักษณ์ ความภาคภูมิใจ และแนวทางการพัฒนาในระดับชาติ

ผ้าไทยสามารถเปลี่ยนผ่านจาก มรดกทางวัฒนธรรม สู่ ทุนวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้อย่างสง่างาม ผ่านการปรับประสานกับแฟชั่นสากล ความสามารถในการดัดแปลงลวดลายดั้งเดิมให้เข้ากับบริบทใหม่ กลายเป็นตัวอย่างของการ “ต่อรองความเปลี่ยนแปลง” ได้อย่างชาญฉลาดและมีศักยภาพ

ประเด็นที่สำคัญไม่น้อย คือ การส่งเสริมผ้าไทยต้องไม่จำกัดอยู่เพียงในระดับการบริโภคเชิงสัญลักษณ์ หรือการใช้งานเพื่อภาพลักษณ์เท่านั้น หากแต่ควรเคลื่อนตัวไปสู่ “การผลิตเชิงองค์ความรู้” ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ผลิตในระดับรากหญ้าเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

การให้ความสำคัญกับผู้ผลิตในฐานะ “ผู้ถือครองภูมิปัญญา” คือการยอมรับว่าความมั่นคงทางวัฒนธรรม มิได้อยู่ที่การจัดแสดงบนเวทีโลกเพียงลำพัง แต่ต้องวางอยู่บนโครงสร้างความยั่งยืนของชุมชนผู้ผลิต ซึ่งเป็นรากฐานของทุนวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ผ้าไทยอาจไม่เพียงอยู่ในฐานะวัตถุแห่งความงามหรือเครื่องแต่งกาย หากแต่มองลึกลงไปถึงโครงสร้างเบื้องหลังของลวดลาย เส้นใย และการร้อยเรียงอัตลักษณ์ที่สวมใส่ความเป็นชาติไว้อย่างแนบแน่น

ผ้าไทยคือทุนวัฒนธรรมที่มีชีวิต ซึ่งเดินทางมาพร้อมประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเสียงของผู้คนทุกกลุ่มในสังคม ไม่ว่าจะเป็นช่างทอในชุมชนห่างไกล หรือผู้สวมใส่บนเวทีนานาชาติความงดงามของผ้าไทยจึงมิได้อยู่เพียงที่ลวดลาย แต่คือกระบวนการของการมีส่วนร่วม การส่งต่อ และการตีความซ้ำอย่างไม่รู้จบ

ผ้าไทยไม่ใช่แค่สิ่งที่เราสวมใส่ หากแต่คือสิ่งที่ “ชาติไทย” สวมใส่ เพื่อประกาศความเป็นตัวตนต่อสายตาโลกอย่างสง่างาม และเหนือสิ่งอื่นใด ผ้าไทยคือ สมบัติร่วมทางวัฒนธรรมของคนไทยทั้งประเทศ มิใช่ของหน่วยงานใด กลุ่มใด หรือภูมิภาคใดเพียงลำพัง มันคือเสียงสะท้อนของความหลากหลายที่ถักทอเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเนื้อผืนเดียวแห่งความเป็นไทย

การอนุรักษ์ผ้าไทยจึงไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นภารกิจร่วมของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้สวมใส่ ผู้สอน หรือแม้กระทั่งผู้ที่เลือกจะพูดถึงและให้คุณค่าแก่ผ้าผืนหนึ่ง การรักษาผ้าไทยไว้ จึงมิใช่เพียงการเก็บผืนผ้า หากคือการรักษา “ความทรงจำร่วม” ของทั้งชาติให้ยืนยาวและสง่างามไปพร้อมกับกาลเวลา

วรรณชนก บุญปราศภัย

นักวิจัยด้านผ้าไทย

#TheStructure
#TheStructureEssay
#ผ้าไทย #วัฒนธรรม #SoftPower

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...