โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รายได้ 'ภาษีศุลกากร' สหรัฐ พุ่งนิวไฮ พยุงงบประมาณที่กำลังขาดดุล

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 21.17 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 03.05 น.

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า รัฐบาล “สหรัฐ” เข้าสู่ภาวะขาดทุนมากขึ้นในเดือน พ.ค. โดยกระทรวงการคลัง รายงานวานนี้ว่า ปัญหาหนี้สินและงบประมาณที่ขาดดุลกำลังแย่ลงเรื่อยๆ

หลังจากที่สหรัฐเกินดุลเพียงช่วงสั้นๆ ในเดือนเม.ย. เนื่องจากได้รายได้ในช่วงฤดูภาษี แต่การขาดดุลรวมในเดือนพ.ค.อยู่ที่ประมาณ 3.16 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดรวมการขาดดุลตั้งแต่ต้นปีสูงถึง 1.36 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้วถึง 14%

ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์การคลังแย่ลง ดอกเบี้ยสำหรับหนี้สาธารณะที่สูงถึง 36.2 ล้านล้านดอลลาร์ พุ่งไปอยู่ที่ 9.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิสูงกว่าค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ทั้งหมด

รายได้จากการ ‘เก็บภาษี’ หนุนการคลัง

ขณะที่รายจ่ายเพิ่มขึ้น 2% ต่อเดือน และเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนรายได้จากการเก็บภาษี ในเดือนพ.ค.กลับเพิ่มขึ้นถึง 15% และเมื่อเทียบกับปีก่อนก็เพิ่มขึ้น 6%

นอกจากนี้ ภาษีศุลกากรของสหรัฐพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม โดยช่วยลดการขาดดุลงบประมาณในเดือนนี้ลงได้

กระทรวงการคลัง ได้บันทึกรายได้จากภาษีศุลกากรในเดือนพ.ค.ไว้ที่ 23,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 270% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนและสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนของปี 2567 ถึง 3 เท่า

อย่างไรก็ตามสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังได้ออกมาเตือนว่า สหรัฐจะเผชิญกับการขาดดุลงบประมาณครั้งใหญ่ในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยเขาได้แจ้งต่อสมาชิกสภาคองเกรสว่า ช่องว่างดังกล่าวจะสูงถึง 6.5% ถึง 6.7% ของ GDP ซึ่งถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่การขาดดุลเกิน 6% และเบสเซนต์ตั้งเป้าที่จะลดช่องว่างนี้ให้เหลือ 3%

อ้างอิง Bloomberg CNBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...