โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ฮุนมาเนต' ขู่ยื่นศาลโลก ตัดสินสามเหลี่ยมมรกต จี้ไทยสอบเหตุยิงช่องบก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 23.38 น.
(แฟ้มภาพ) AP

‘ฮุนมาเนต’ ขู่ยื่นศาลโลก ตัดสินสามเหลี่ยมมรกต จี้ไทยสอบเหตุยิงช่องบก ทบ.โต้เขมรอย่าบิดเบือน

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องบก จ.อุบลราชธานี ภายหลังสมเด็จฯฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา เตรียมให้ที่ประชุม JBC ไทย-กัมพูชา ที่จะมีขึ้นกลางเดือนมิถุนายน เสนอนำขึ้นศาลโลก ว่า เป็นคนละเรื่องกับปัญหาปัจจุบัน ปัจจุบันคือทำอย่างไรที่จะอยู่ร่วมกันในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน ที่ยังไม่ชี้ชัดว่าควรเป็นพื้นที่ของใคร

“ในขั้นตอนแรก ทั้ง 2 ฝ่ายจึงถอยห่างจากจุดปะทะ และให้ JBC มาดูในเป็นเรื่องปักปันเขตแดน หรือกฎหมาย ข้อตกลงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะข้อตกลงที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไปพูดคุยกับ ผบ.ทบ.กัมพูชา เห็นตรงกัน 3 ประเด็น คือ การถอยกำลังออกจากพื้นที่จุดปะทะ ใช้กลไก JBC มาร่วมแก้ปัญหาเรื่องเขตแดนเรื่องสนธิสัญญา และข้อปฏิบัติตามเอ็มโอยู จะระมัดระวังดูแลกำลังพล พยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก” พล.ต.วินธัยกล่าว

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า กติกาที่ทำมาก่อนหน้านี้ เส้นที่มีอยู่แล้วของ 2 ประเทศไม่ได้ทับกันเช่น พื้นที่ที่ขุดคูเลต เป็นพื้นที่อยู่ระหว่างจัดทำเขตแดน ซึ่งตามกติกาที่ใช้ร่วมกันมาตลอด ไม่ให้ดัดแปลงสภาพภูมิประเทศ ต้องไม่วางกำลังทหาร วางปืนหันหน้ามาฝ่ายไทย เราจึงต้องมาร่วมกันรักษากติกาข้อตกลงที่ให้ไว้ต่อกันให้ได้ ก่อนที่จะไปใช้กลไกอื่นๆ

“ส่วนภาพที่สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ภาพถ่ายพื้นที่ต่างๆ เป็นข้อพิพาทโดยอ้างเป็นของกัมพูชานั้น เป็นพื้นที่ใกล้ศาลาตรีมุข ที่ไม่ใช่พื้นที่เกิดเหตุปะทะ ซึ่งสภาพพื้นที่เป็นป่า ไม่เคยพบมีชาวบ้านหรือทหารกัมพูชามาอยู่ จากหลักฐานภาพถ่ายชัดเจน เหมือนเพิ่งมาขุดคูเลตกันไม่นาน ไม่ใช่มาขุดอยู่กัน 30-40 ปีที่แล้วแน่ๆ” พล.ต.วินธัยกล่าว

เว็บไซต์แขมร์ไทม์สรายงานอีกว่า กระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ได้ส่งหนังสือทางการทูตถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงพนมเปญ เรียกร้องให้สอบสวนเหตุความรุนแรงจากอาวุธปืนที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยทันที และละเอียดถี่ถ้วน เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 กองกำลังของไทยได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่แนวสนามเพลาะที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเตโชมรกต ต.มรกต อ.จอมกะสาน จ.พระวิหาร ของกัมพูชา โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ทหารกัมพูชา 1 นายเสียชีวิตโดยไม่มีเหตุอันควร

แหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลกัมพูชาจึงเรียกร้องให้สอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงนี้อย่างเร่งด่วนและถี่ถ้วน พร้อมทั้งให้นำผู้ที่รับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตครั้งนี้ มาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ขณะที่ สมเด็จฯฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ยืนยันว่า กัมพูชาจะยื่นเรื่องประเด็นข้อพิพาทชายแดนกับไทยต่อศาลโลกอย่างแน่นอน เพื่อยุติข้อพิพาทนี้อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าฝ่ายไทยจะเห็นด้วยหรือไม่กับการดำเนินการนี้ก็ตาม ในระหว่างกล่าวถ้อยแถลงช่วงต้นของการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และวุฒิสภากัมพูชา ครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน สมเด็จฯฮุน มาเนต กล่าวว่า แม้รัฐบาลกัมพูชาและไทยจะพยายามร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีบริเวณชายแดน แต่สถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลาย ในทางกลับกัน กลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่มยังคงยุยงให้เกิดความไม่สงบ

เว็บไซต์แขมร์ไทม์ส สื่อกัมพูชา รายงานว่า สมเด็จฯฮุน มาเนต กล่าวถึงประเด็นข้อพิพาทแนวชายแดนไทย โดยโพสต์ถ้อยแถลงลงโซเชียลมีเดียเมื่อเย็นวันที่ 1 มิถุนายน ระบุเรียกร้องให้จัดประชุม JBC อย่างเร่งด่วน เพื่อทำงานร่วมกันในการปักปันเขตแดนกันอีกครั้ง และจัดการแก้ไขปัญหาตรึงเครียดที่เกิดขึ้นในพื้นที่พิพาทต่างๆ ตามแนวชายแดน

ขณะเดียวกัน สมเด็จฯฮุน มาเนต ยังเสนอให้ส่งประเด็นข้อพิพาทเรื่องเขตแดนกับไทยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก เพื่อพิจารณาตัดสินด้วย

มาเนต ระบุ และโพสต์ต่อว่า กัมพูชากำลังเตรียมที่จะสรุปหัวข้อใหม่ไว้ในวาระการประชุมของ JBC นั่นคือข้อเสนอที่จะนำข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมายาวนานเกี่ยวกับปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตากรเบย (ไทยเรียกว่าปราสาทตาควาย) และพื้นที่มุมเบ็ย ยื่นต่อศาลโลก เพื่อพิจารณาในระดับนานาชาติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ฮุนมาเนต’ ขู่ยื่นศาลโลก ตัดสินสามเหลี่ยมมรกต จี้ไทยสอบเหตุยิงช่องบก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...