โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชนัตถ์และลูก” แจงยิบเหตุโหวตคว่ำงบ-กรรมการ “ดุสิตธานี” หลังขาดทุนอ่วม 5 ปีซ้อน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 09.01 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่บริษัทลงมติไม่เห็นด้วยกับงบการเงินและไม่อนุมัติให้กรรมการที่พ้นวาระทั้ง 4 คนกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง หลังจากมีข่าวว่าเป็นเพราะความขัดแย้งภายในกลุ่มทายาทของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี

บริษัทชนัตถ์และลูกระบุว่า การลงมติไม่อนุมัติงบการเงินเป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรมตามกฎหมาย โดยก่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีในวันที่ 25 เมษายน 2568 ทางบริษัทได้ส่งคำถามล่วงหน้าเกี่ยวกับงบการเงินประจำปี 2567 และส่งคำถามอีกครั้งในวันประชุม แต่คณะกรรมการบริษัทดุสิตธานีไม่ได้ตอบคำถามให้กระจ่างชัด ทั้งที่เป็นคำถามสำคัญเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน เงินลงทุน และเงินให้กู้แก่บริษัทย่อย

บริษัทชนัตถ์และลูกชี้แจงว่า งบการเงินของดุสิตธานีมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องมากว่า 5 ปี จนมียอดขาดทุนสะสมสูงถึง 1,254 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าทุนจดทะเบียนบริษัทที่มีเพียง 850 ล้านบาท จึงทำให้บริษัทชนัตถ์และลูกซึ่งเคยได้รับเงินปันผลปีละกว่า 80 ล้านบาท ไม่ได้รับเงินปันผลเลยมากว่า 5 ปี

ทางบริษัทยืนยันว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะทำร้ายหรือทำลายบริษัทดุสิตธานี เพราะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถึงร้อยละ 49.74 การทำให้ดุสิตธานีเสียหายเท่ากับเป็นการทุบหม้อข้าวตัวเอง อีกทั้งโรงแรมดุสิตธานีเป็นกิจการของครอบครัวที่จัดตั้งโดยท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ซึ่งอยู่คู่ประเทศไทยมากว่า 50 ปี และเป็นแบรนด์โรงแรมของคนไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลก

สำหรับกรณีที่บริษัทลงมติไม่เห็นด้วยกับการให้เลือกตั้งกรรมการที่ออกตามวาระทั้ง 4 คนกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่งนั้น บริษัทชี้แจงว่า แม้กรรมการทั้ง 4 คนจะมีความรู้ความสามารถ แต่ผลประกอบการที่ผ่านมาของดุสิตธานีกลับขาดทุนต่อเนื่อง กรรมการทั้ง 4 คนนี้ยังดำรงตำแหน่งมานานมากแล้ว บางคน 12 ปี บางคน 10 ปี จึงควรให้มีการเลือกตั้งบุคคลอื่นเข้ามาเป็นกรรมการชุดใหม่แทน เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทได้คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถช่วยฟื้นฟูกิจการให้กลับมาทำกำไรได้

บริษัทชนัตถ์และลูกยังได้ชี้แจงเรื่องความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยระบุว่าความขัดแย้งดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการของบริษัทแล้ว เนื่องจากกลุ่มของนางสินี เธียรประสิทธิ์ และนางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ได้เข้ามาเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการบริษัทอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว หลังจากที่นายชนินทธ์ โทณวณิก ถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการบริษัทเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 และนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568

ส่วนความขัดแย้งระหว่างทายาทของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เกี่ยวกับการแบ่งมรดกนั้น บริษัทระบุว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ทายาททั้งสามคนต้องไปว่ากล่าวกันเอง ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างนายชนินทธ์ โทณวณิก ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ หลังจากศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้พิพากษายกฟ้องคดีที่นายชนินทธ์ฟ้องนางสินีและนางสุนงค์ โดยอ้างว่าทั้งสองผิดสัญญาข้อตกลงแบ่งทรัพย์มรดก แต่ศาลวินิจฉัยว่ายังไม่มีข้อตกลงแบ่งทรัพย์มรดกตามที่นายชนินทธ์อ้าง

บริษัทชนัตถ์และลูกย้ำว่า การลงมติในการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทดุสิตธานีและผู้ถือหุ้นโดยรวม และเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทดุสิตธานีต้องขาดทุนต่อเนื่องต่อไปอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...