โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศักยภาพแข่งขันไทยตกฮวบ 5 อันดับ จี้รัฐเร่งแก้ก่อนศก.ทรุดถาวร

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 21.35 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 04.21 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐกิจ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อสถานการณ์ด้านขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ภายหลังสถาบัน IMD (International Institute for Management Development) ประกาศผลจัดอันดับประเทศและเขตเศรษฐกิจ 69 แห่งทั่วโลก ซึ่งปรากฏว่า ประเทศไทยร่วงลงถึง 5 อันดับ จากอันดับที่ 25 ไปอยู่ที่ 30 ในปี 2025

“สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่อันดับที่ตกลงมาเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณเตือนที่สะท้อนถึง ‘โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปราะบาง’ และ ‘ระบบราชการที่ล้าหลัง’ ซึ่งทำให้ไทยไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ทันท่วงที” นายสนธิรัตน์ ระบุ

นายสนธิรัตน์ชี้ว่า สาเหตุหลักของการถดถอยดังกล่าวมาจาก “ประสิทธิภาพภาครัฐ” ที่ร่วงลงถึง 8 อันดับในปีเดียว ถือเป็นหมวดที่ตกต่ำมากที่สุดในบรรดาทุกปัจจัยที่ใช้จัดอันดับ ซึ่งสะท้อนชัดว่า “ระบบราชการไทยยังติดกับดักความล้าสมัย”

“โครงสร้างการบริหารแบบแยกส่วน (Silo) ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ กฎหมายล้าสมัย ระบบราชการซับซ้อน ไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจ โดยเฉพาะกับกลุ่ม SMEs ที่อ่อนแอและขาดการสนับสนุนที่แท้จริง”
นายสนธิรัตน์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญ

“ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ไม่ใช่เพียงปัญหาทางเทคนิค และกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการผันผวนของโลก จากระบบที่ไม่ยืดหยุ่น และไม่มี “หน่วยงานกลาง” ที่สามารถบูรณาการนโยบายเศรษฐกิจให้สอดประสานกันได้

“ขณะนี้เราไม่มี New S-Curve ที่ชัดเจน ไม่มีระบบติดตามผลนโยบายอย่างจริงจัง การพัฒนาเศรษฐกิจในยุคใหม่ เช่น Green Economy หรือ AI ยังไม่เป็นรูปธรรม”

แม้ไทยจะยังมีข้อได้เปรียบในด้านการค้าและการจ้างงาน แต่หากขาดโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง เราจะไม่สามารถยืนหยัดหรือแข่งขันได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในโลกหลังปี 2025 ซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ “ยุคเศรษฐกิจแห่งความมั่นคง” ที่เต็มไปด้วยมาตรการกีดกันทางการค้า การย้ายฐานการผลิต และการสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ

“ไทยต้องไม่ยืนเฉย แต่ต้องเป็นฝ่ายวิ่งเข้าไปปรับตัวเองก่อนที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” อดีตรมว.พลังงานกล่าวอย่างหนักแน่น

พร้อมกันนี้ นายสนธิรัตน์ ได้เรียกร้องให้ภาครัฐ “หยุดผัดวันประกันพรุ่ง” และเริ่มปฏิรูประบบราชการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการลดความซ้ำซ้อนในการบริหาร การกระจายอำนาจ และการจัดตั้งระบบติดตามผลนโยบายที่มีผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การทำรายงานบนกระดาษ

ทั้งยังชี้ด้วยว่า ภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ควรเป็นเพียงผู้รับภาระจากระบบที่ไร้ประสิทธิภาพ แต่ควรเป็นพลังเสริมในการขับเคลื่อนประเทศ สู่ความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริง

“รัฐบาลต้องใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะประสิทธิภาพของภาครัฐอยู่ในมือรัฐบาลโดยตรง ถ้ารอช้ากว่านี้ ประเทศไทยจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างถาวร”

นายสนธิรัตน์ ทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยยังมีศักยภาพและโอกาสอีกมาก แต่จำเป็นต้อง “กล้าก้าวข้ามวิธีคิดแบบเดิม ๆ” และลงมือปฏิรูปโดยไม่รออีกต่อไป เพราะวันนี้ “เวลาไม่เหลืออีกแล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...