รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ดันหุ้น BEM เด้งแรงเพราะอะไร?
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 03.03 น. • The Bangkok Insightรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ดันหุ้น BEM เด้งแรงเพราะอะไร? ส่องธุรกิจ BEM ไม่ได้มีแค่รถไฟฟ้า
นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย คือ แนวนโยบายใหม่ของรัฐบาลที่ต้องการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยกำหนดให้ราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าบางเส้นทาง ไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย ไม่ว่าจะเดินทางกี่สถานีก็ตาม ล่าสุด ครม. อนุมัติโครงการนี้แล้ว คาดจะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ให้ใช้ระบบค่าโดยสารรถไฟฟ้าในกรุงเทพ-ปริมณฑล ครอบคลุม 8 สายหลัก ได้แก่ สีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีแดง, และ Airport Rail Link
โดยก่อนหน้านี้มีการประเมินว่านโยบายดังกล่าว จะส่งผลดีต่อประชาชนในวงกว้าง แต่อาจกระทบต่อรายได้ของผู้ให้บริการอย่าง BEM และ BTS มากทีเดียว อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลจึงมีจำเป็นต้องเข้ามาชดเชยในส่วนนี้ โดยคิดเป็นวงเงินประมาณ 11,000 ล้านบาท เพื่อรองรับต้นทุนที่แท้จริง
ล่าสุด (9 ก.ค.) ราคาหุ้น BEM หรือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ปรับตัวขึ้นแรงกว่า 5.37% จากวันก่อนหน้า ปิดตลาดที่ 5.10 บาท โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 4.76 - 5.10 บาท มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น สะท้อนแรงเก็งกำไรและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่อิงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมรับ Sentiment เชิงบวกของนโยบายรถไฟฟ้า 20 ตลอดสาย
นักกลยุทธ์การลงทุน บล. ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล มองว่า การที่ราคาหุ้น BEM ปรับขึ้นมาในช่วงนี้ เนื่องจากนโยบาย 20 บาทตลอดสาย จะช่วยปลดล็อกหนี้ที่สะสมมาโดยตลอดของกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น BEM และ BTS
หลักการสำคัญของนโยบายดังกล่าว ต้องการให้ประชาชนจ่ายค่าโดยสารเพียง 20 บาทตลอดสาย ส่วนค่าใช้จ่ายที่เป็นส่วนเกินกว่านั้นรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบชดเชยให้ หมายความว่าผู้ประกอบการจะไม่เสียประโยชน์จากนโยบายนี้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ Valuation ของหุ้น BEM ถือว่าไม่ได้แพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาหุ้นที่ยังต่ำกว่า 5 บาท ถือเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสมได้ ประกอบกับสามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ด้วย
ส่องธุรกิจ BEM ที่ไม่ได้มีแค่รถไฟฟ้า
BEM เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งรายใหญ่ของไทย แบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 3 กลุ่มคือ
1. ธุรกิจทางพิเศษ (ทางด่วน) รายได้จากค่าผ่านทาง เช่น ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ
2. ธุรกิจรถไฟฟ้า เป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง รวมถึงรับจ้างบริหารเดินรถ
3. ธุรกิจพาณิชย์ โดยที่มีรายได้จากพื้นที่โฆษณาและให้เช่าพื้นที่ในระบบรถไฟฟ้า
ปัจจุบัน BEM มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ราว 77,000 ล้านบาท และยังคงเป็นหุ้นในกลุ่ม Defensive ที่ได้รับความนิยมในช่วงที่นักลงทุนต้องการลดความเสี่ยง เพราะเป็นธุรกิจที่มีรายได้ประจำ (Recurring Income) เช่น รถไฟฟ้า ทางด่วน ประกอบกับมุมมองพื้นฐานยังแข็งแกร่ง รวมทั้งยังมี Sentiment บวกจากภาครัฐที่คาดการณ์ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ความเห็นล่าสุดของบทวิเคราะห์ บล. อินโนเวส เอกซ์ แนะนำ Outperform หุ้น BEM โดยปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 เป็น 7.5 บาทต่อหุ้น และจะมี Upside เพิ่มเติม หากรัฐบาลให้เงินอุดหนุน 100% สําหรับนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จุดที่น่าสนใจคือราคาหุ้นมี Downside จํากัด ซื้อขายที่ระดับตํ่ากว่า -1SD และ PE เป็นระดับตํ่าสุดรอบ 7 ปี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ครม. เคาะไฟเขียวรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ดีเดย์ราคาเดียว 1 ต.ค.
- เตรียมเปิดลงทะเบียนใช้สิทธิ ‘รถไฟฟ้า 20 บาท’ ทุกสีทุกสาย ผ่านแอป ‘ทางรัฐ’ ส.ค.นี้
- รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระวัง! อย่าแถมเงินให้นายทุน
ติดตามเราได้ที่