โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมียนมา ร้อง ทรัมป์ ลดภาษีนำเข้า 40%

อีจัน

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 02.56 น. • อีจัน

แน่นอนว่าการปรับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ที่ประกาศไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ ได้สร้างแรงสะเทือนต่อประเทศที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็น“ไทย” ที่กำลังพิจารณาต่อรองอีกครั้ง หรือเพื่อนบ้านอาเซียน อย่าง “เมียนมา” ที่ล่าสุดได้มีการประสานขอเจรจาลดอัตราภาษีจากเดิมถึง 40% แล้ว

(11 ก.ค. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า พลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้นำกองทัพเมียนมา ได้ร้องขอให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเมียนมาร์ไปยังสหรัฐฯ ลงจากเดิมที่สูงถึง 40% และพร้อมที่จะส่งคณะเจรจาไปยังวอชิงตัน โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้นำเมียนมา ได้ตอบกลับจดหมายของทรัมป์ ที่แจ้งเมียนมาถึงภาษีศุลกากร ซึ่งเอกสารตอบกลับระบุว่า เมียนมา ได้ยื่นเสนอให้สหรัฐฯ ลดอัตราภาษีนำเข้าลงเหลือ 10% ถึง 20% และเมียนมา พร้อมจะลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ลงเหลือ 0 ถึง 10%

นอกจากนี้มิน ออง หล่าย แสดงความยอมรับถึงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการนำพาสหรัฐอเมริกา ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ด้วยจิตวิญญาณของผู้รักชาติที่แท้จริง

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 68โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์แถลงการณ์จดหมายผ่าน Truth Social ถึงผู้นำกว่า 14 ประเทศ ซึ่งระบุในเอกสารยืนยันการเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับประเทศนั้น ๆโดยประเทศเมียนมา ถูกปรับจากอัตราภาษีเดิม (2 เม.ย.) 44% เหลือ 40% ขณะที่ประเทศไทย ถูกยืนกรานอัตราภาษีเดิมที่ 36% และมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2568 ที่จะถึงนี้

ต่างประเทศ

กางอัตราภาษี “ทรัมป์” เรียกเก็บ 14 ประเทศ

8 กรกฎาคม 25688 ก.ค. 2025

ช่วงนี้แทบทุกประเทศคงพูดเพียงสั้น ๆ ว่า “อะไรก็ยอมเธอ”

ขอบคุณข้อมูล : The Guardian

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...