โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ส.อ.ท.’ ชง 4 มาตรการด่วนรับมือ ‘ภาษีทรัมป์’ รวมข้อมูล 47 อุตฯ วางแนวทางเจรจา

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 04.01 น. • The Bangkok Insight

"ส.อ.ท." เร่งรวมข้อมูล 47 กลุ่มอุตสาหกรรม ยื่นคลังเจรจาลด "ภาษีทรัมป์" ชง 4 มาตรการเร่งด่วนรับมือ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยสถานการณ์การเจรจาภาษีนำเข้าสหรัฐ ล่าสุด หลังสหรัฐประกาศอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ต่อ 22 ประเทศ มีผลบังคับใช้ 1 สิงหาคมนี้ ซึ่งไทยถูกเก็บภาษีสูงถึง 36%

ภาษีทรัมป์

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประชุมหารือกับ 47 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 11 คลัสเตอร์ โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล

เวลานี้ผู้ส่งออกเองก็พยายามปรับตัวรองรับผลกระทบ เช่น บางกลุ่มอุตสาหกรรมได้มีการเจรจาระหว่างผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายทางฝั่งสหรัฐให้ช่วยรับภาษีไปคนละส่วน เพื่อจะได้ช่วยกันแบ่งเบาภาระ

แต่มีบางกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ทางผู้นำเข้าไม่รับเงื่อนไขนี้ พร้อมเสนอแนวทางให้ภาครัฐเร่งเจรจาลดอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้เหลือ 0% ในหลายพันรายการ เพื่อเดินหน้ามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการไทย

กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ กลุ่มเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า ซึ่งมีสัดส่วนการพึ่งพาตลาดสหรัฐสูงกว่า 28-35% ของมูลค่าส่งออก

รวมถึงยาง เฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ของเล่น ผลิตภัณฑ์จากเหล็ก ผลิตภัณฑ์หนังและเซรามิก ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบระดับสูง ถึงสูงมาก

เกรียงไกร เธียรนุกุล

นายเกรียงไกร บอกด้วยว่า ขณะนี้ ส.อ.ท. กำลังรอผลการศึกษาจากกลุ่มอุตสาหกรรม โดยจะต้องนำมาวิเคราะห์ และตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะเดียวกันก็กำลังรอข้อมูลเชิงเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งด้วย ซึ่งขณะนี้ได้มา 22 ประเทศ จากร้อยกว่าประเทศ เนื่องจากตัวเลขจากหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินเดีย ก็ยังไม่ถูกประกาศอย่างชัดเจน

จึงทำให้บางกลุ่มอุตสาหกรรมยังคงต้องรอข้อมูลในส่วนนี้ก่อน แต่กำลังทยอยทำและจะนำมาเปรียบเทียบดูว่าประเทศไทยจะเสียเปรียบมากน้อยแค่ไหน ก่อนยื่นให้กระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภาษี และรักษาความสามารถในการแข่งขัน เบื้องต้น ส.อ.ท. เสนอแนะให้ภาครัฐเร่งดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้

ออกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการจากที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐ

  • ออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) หรือมาตรการพักชะลอหนี้ และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
  • ลดภาษีนิติบุคคล สำหรับเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกสินค้าไปสหรัฐ
  • อุดหนุน หรือลดค่าใช้จ่ายในการส่งออก และการประกอบธุรกิจ เช่น ค่าบริการหน้าท่า พิธีการศุลกากร ค่าออกใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O) ค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการประกอบธุรกิจ และค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า
  • ออกสิทธิประโยชน์ทางภาษี ให้นำค่าใช้จ่ายการจ้างสำนักงานกฎหมายในสหรัฐ เพื่อศึกษ าและเจรจากับภาครัฐสหรัฐ มาลดหย่อนได้ 3 เท่า

ส่งเสริมการเปิดตลาดใหม่ทั้งใน และต่างประเทศ

  • เร่งการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ฉบับใหม่ ๆ เพื่อเปิดตลาดการค้า
  • ออกมาตรการส่งเสริมเพื่อหาตลาดใหม่ เช่น โครงการ SME Pro-active และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก และขยายตลาดต่างประเทศ
  • ส่งเสริมตลาดในประเทศ และการเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในสินค้าไทย (Made in Thailand-MiT)
    - ทุกหน่วยงานต้องสนับสนุนการใช้สินค้า และบริการที่ได้รับการรับรอง MiT อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มเม็ดเงินลงทุ นและสร้างการจ้างงานในไทยให้มากขึ้น
    - หากภาคเอกชนเข้าร่วม และได้รับการรับรอง MiT จะสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไปหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า
    - MiT ช่วยสนับสนุนผู้ส่งออกทางอ้อม เพราะเป็นการเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบ และแรงงานภายในประเทศ ช่วยสร้างแบรนด์สินค้าไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และยังสามารถนำแต้มสะสมหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับจาก MiT ไปใช้ชดเชยหรือแลกรับเงินคืนในช่วงสิ้นปีได้

ภาษีทรัมป์

ออกมาตรการส่งเสริมการใช้ วัตถุดิบ และแรงงานภายในประเทศ ภายในประเทศ

  • นอกจากมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เช่น การลดภาษีนิติบุคคลสำหรับเอกชนที่ใช้วัตถุดิบ และแรงงานภายในประเทศ มากกว่า 90% และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

กำกับดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนและแข็งค่ากว่าประเทศในภูมิภาค

นายเกรียงไกรย้ำว่า ขณะนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส.อ.ท. จึงขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

"หากมีความร่วมมือที่เข้มแข็ง วิกฤติครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะนำไปสู่โอกาสในการพัฒนาและยกระดับประเทศให้ดียิ่งขึ้น"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...