โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

งบ 1.15 แสนล้าน สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย หวั่นไม่ถึงรากหญ้า!

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 22.59 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 05.52 น.

นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความกังวลต่อแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบงบ 1.57 แสนล้านบาท วงเงินที่ผ่านการพิจารณา 1.15 แสนล้านบาท โดยระบุว่า แม้จะมีการกระจายงบไปสู่โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แต่กลับพบว่างบประมาณสำหรับโครงการน้ำและชุมชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยประชาชนในต่างจังหวัด กลับเหลือเพียง 3 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ทำให้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง

นายสมชาย แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ความคาดหวังที่จะกระตุ้นรากหญ้านั้น "คงไม่ได้จริง" ในการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ที่ผ่านมา แม้เคยใช้งบประมาณเกือบสองแสนล้านบาทในการแจกจ่าย แต่ก็ยังไม่เห็นผลการกระตุ้นที่เป็นรูปธรรมอย่างที่ควรจะเป็น

"เท่าที่ดูมาพักหลังมานี้การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนธยบายไม่ค่อยได้ผล ที่ผ่านมาขนาดใช้เงินไปตั้งเกือบสองแสนล้านยังไม่เห็นผลของการเกิดจริง"

นายสมชายกล่าว และเสริมว่าภาครัฐอาจกำลังมอง "ตัวใหญ่" มากเกินไป ในขณะที่สังคมกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างแท้จริงใน "ระดับรากหญ้า"

นายสมชาย ชี้ว่าปัจจุบันตลาดอยู่ในภาวะซบเซา ผู้บริโภคระดับรากหญ้าได้รับผลกระทบอย่างหนักจากหลายปัจจัย ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ปัญหาการค้าชายแดนที่ถูกปิดกั้น และการเข้ามาของสินค้าจากจีนในราคาที่ถูกมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตและเกษตรกรในประเทศ

นายสมชาย แนะรัฐปรับแผน มุ่งกระตุ้นกำลังซื้อรากหญ้าโดยตรง-ควบคุมสินค้าข้ามแดน เน้นย้ำว่าสิ่งที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการคือการทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยของคนรากหญ้าให้มากขึ้น มากกว่าการไปกระตุ้นโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากโลกได้เปลี่ยนแปลงไปมาก และหากกำลังซื้อระดับล่างไม่ถูกกระตุ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมทั้งหมด

นายสมชายเสนอว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เคยประสบความสำเร็จอย่าง "คนละครึ่ง" จะเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้คนที่มีกำลังซื้อแต่ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยกลับมากล้าใช้จ่ายได้อีกครั้ง

"ถ้าคนละครึ่งออกมาดีมาก เพราะคนส่วนหนึ่งที่ยังพอมีเงินเพราะมีอำนาจจับจ่ายใช้สอยได้อยู่ เกิดภาวะกังวลไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ถ้ามีนโยบายอุดหนุนมาเราก็กล้าจับจ่ายใช้สอยได้"

ทั้งนี้ยังย้ำว่าการจัดการเงินทุนควรไปโฟกัสที่จุดที่ต้องการพยุงเศรษฐกิจ นั่นคือ ร้านค้าขนาดเล็กในระดับฐานราก สินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์เกษตร เพื่อให้เกิดการบริโภคภายในและช่วยให้สินค้าของชุมชนที่มีราคาไม่ดีได้มีช่องทางระบายและสร้างรายได้

นอกจากนี้ นายสมชายยังเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการ ควบคุมสินค้าที่เข้ามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าข้ามพรมแดนที่เข้ามาในราคาถูกมาก และสินค้าที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ให้มีการตรวจสอบและกำกับดูแลด้านมาตรฐานและคุณภาพอย่างเข้มงวดและเท่าเทียมกับร้านค้าแบบ Physical Store เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางการค้าและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนจากการซื้อสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือมีปัญหาการจัดส่ง

"ผมอยากให้รัฐบาลนี้ทำวิธีการคอนโทรลของร้านที่มี Physical กับร้านออนไลน์ที่เท่าเทียมกัน ผมเชื่อว่าการค้าขายจากการนำเข้าหรืออะไรเข้ามามันก็ใช้ไม่มีปัญหา" นายสมชายกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...