โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดรหัสพอร์ต ‘ดร.นิเวศน์’ครึ่งแรกปี 68 บาดเจ็บ 91 ล้าน ถือ QH-TCAP แน่น

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 23.01 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น.

หากกล่าวถึง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร หนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ระดับตำนานของไทย คนไม่มีใครที่ไม่รู้จัก จากประสบการณ์การลงทุนมายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งพลิกชีวิตจากชายที่เผชิญการเลิกจ้างในปี 40 สู่การเป็นเศรษฐหุ้นไทยพอร์ตพันล้านที่หลายคนต้องติดตาม ทำให้เป็นที่น่าสนใจว่าพอร์ตการลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหนในครึ่งแรกปี 68 นี้

เจาะพอร์ต ดร.นิเวศน์

จากการสำรวจพอร์ตการลงทุนของ ดร.นิเวศน์ ในช่วงระหว่างปี 53 - 68 นั้น พบว่า มีการลงทุนในหุ้นกว่า 10 หลักทรัพย์ อาทิ AS พบการลงทุนในช่วงระหว่างปี 53 - 56, BAF ถือครองตั้งแต่ปี 54 - 67, การลงทุน EASTW ในช่วงปี 55 - 67, ลงทุน IT ในช่วงปี 53 - 55, JMART ปี 53 - 56, MBK ปี 53 - 57,และ METCO ปี 53 - 63

นอกเหนือจากนี้ ยังมีการลงทุนหุ้น KTC ในระยะสั้นๆ ช่วงปี 54 ร่วมด้วย อย่างไรก็ดี หุ้น QH และ TCAP ยังเป็นหุ้นดาวเด่นที่อยู่ประดับพอร์ต ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร มาอย่างยาวนานนับ 10 ปี โดย TCAP เริ่มต้นที่ ปี 57 ส่วน QH พบการเข้าถือครองหุ้นตั้งแต่ปี 58 หลังจากนั้นก็ทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า ดร.นิเวศน์ มีข้อมูลการถือครองหุ้น 2 หลักทรัพย์ในปัจจุบัน ได้แก่ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH จำนวน 250,000,000 หุ้น คิดเป็น 2.33% ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อันดับที่ 4 และ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP จำนวน 14,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.34% เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อันดับที่ 13

โดยการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นและมูลค่าตามสัดส่วนการลงทุนในช่วง 135 วันทำการแรก (2 ม.ค. - 23 ก.ค.) นั้น ราคาหุ้น QH เปิดตลาดต้นปี 68 (2 ม.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.72 บาท คิดเป็นมูลค่าตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 430,000,000 บาท ซึ่งในช่วงระหว่างทางราคาผันผวนและปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งราคาปิดตลาดล่าสุด (23 ก.ค. ) อยู่ที่ระดับ 1.44 บาท เป็นมูลค่าตามการถือหุ้นที่ 360,000,000 บาท ซึ่งจากราคาหุ้นนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันที่ปรับตัวลดลง 0.28 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -16.27% ส่งผลให้มูลค่าตามสัดส่วนการถือหุ้นหายไปถึง 70,000,000 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -16.27%

แต่หากเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ที่มีราคาหุ้นเฉลี่ย 2.08 บาท เท่ากับว่าราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ปรับตัวลดลง 0.64 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -30.76% เป็นผลให้มูลค่าตามการถือหุ้นในปีก่อนที่ 520,000,000 บาท ลดลงไปกว่า 160,000,000 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -30.76%

TCAP ปันผลสูง

ขณะที่ราคาหุ้น TCAP เปิดตลาดต้นปี 68 มาที่ระดับ 50.00 บาท คิดเป็นมูลค่าตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 700,000,000 บาท และราคาหุ้นปิดตลาดล่าสุดอยู่ที่ระดับ 48.50 บาท คิดเป็นมูลค่าตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 679,000,000 บาท

โดยราคาหุ้นนับตั้งแต่ตั้งปีจนถึงปัจจุบันปรับตัวลดลง 1.50 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -3% ส่งผลให้มูลค่าตามการถือหุ้นปรับตัวลดลงไปถึง 21,000,000 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -3%

หากเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ที่มีราคาหุ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 49.10 บาท คิดเป็นมูลค่าตามการถือหุ้นที่ 687,400,000 บาท เท่ากับว่าเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.6 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -1.22% ทำให้มูลค่าตามสัดส่วนการถือหุ้นหดตัวลง 8,400,000 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -1.22%

จากข้อมูลข้างต้น สะท้อนว่าราคาหุ้นที่ดร.นิเวศน์ ถือครองในช่วง 135 วันทำการแรกของปี 68 นี้ ที่มีมูลค่ารวม 1,130,000,000 บาท (QH - TCAP) ปรับตัวลงมาสู่ระดับ 1,039,000,000 บาท ลดลง 91,000,000 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -8.05%

อย่างไรก็ตาม จะสังเกตได้ว่าการเหวี่ยงของราคาหุ้น QH และ TCAP มีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่นๆ ในตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งยังมีอัตราการจ่ายปันผลที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะ TCAP ที่ในอดีตระยะ 3 ปีที่ผ่านมาให้ปันผลไม่น้อยกว่า 3 บาท/หุ้น และสูงสุด 3.25 บาท/หุ้น

ต้องยอมรับว่าปี 68 เป็นปีที่ “ไม่ง่าย” สำหรับตลาดทุนไทย โดยดัชนี SET Index ตั้งแต่ต้นปีถึง 22 ก.ค. ปรับตัวลดลงจาก 1,397 จุด เหลือ 1,191 จุด หดตัวกว่า -14.74% ซึ่งเกิดจากแรงกดดันทั้งจากปัจจัยภายใน เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว และเม็ดเงินต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง

รวมถึงปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอ สงครามการค้า และภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด อย่างไรก็ดี บรรยากาศการลงทุนซบเซา สะท้อนผ่านมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยรายวันที่เบาบาง และการเคลื่อนไหวที่ผันผวนของหุ้นขนาดใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...