โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จับประเด็นการแถลงผลการประชุม สมช. แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

PostToday

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 23.41 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 06.31 น.

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมกับ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่ง พร้อมตัวแทนเหล่าทัพ มร่วมกันแถลงข่าวสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีเนื้อหาสรุป ดังนี้

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมสมช. โดยย้ำว่า:

• ทุกหน่วยงานได้ประสานงานกันอย่างราบรื่น โดยเฉพาะระหว่างรัฐบาลและกองทัพ ซึ่งไม่มีความขัดแย้งใด ๆ

• มีการพูดคุยและตกลงหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งเพิ่มเติม

• รัฐบาลต้องการหลีกเลี่ยงกระแสข่าวหรือความเข้าใจผิดว่าอาจมีปัญหาระหว่างหน่วยงาน

• การสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างรัฐบาลและกองทัพยังคงมีอยู่เต็มที่

• เน้นย้ำว่าในสถานการณ์ชายแดน ต้องหลีกเลี่ยงการปะทะให้มากที่สุด โดยใช้สันติวิธีเป็นหลัก หากไม่มีความจำเป็นจริง ๆ จะไม่ใช้กำลัง

นอกจากนี้ ยังระบุว่า การเจรจาที่เกิดขึ้นกับกัมพูชา เป็นไปด้วยดี รายละเอียดบางอย่างไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนทางการทูต แต่ยืนยันว่าไม่มีแนวโน้มความรุนแรงขยายตัว

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

เน้นประเด็นหลักในการดำเนินการ 3 ด้าน:

1. ต่างประเทศ: รักษาความสัมพันธ์และสร้างกลไกการเจรจาอย่างต่อเนื่อง

2. ความมั่นคง: กองทัพต้องปกป้องอธิปไตยและความสงบเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญ

3. การสื่อสาร: กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้นำในการสื่อสารต่อสาธารณะ โดยร่วมมือกับโฆษกของกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก เพื่อให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน

ข้อเน้นย้ำ:

• ไม่มีการตัดสินใจ “ปิดด่านชายแดน” ในที่ประชุม

• ทุกมาตรการเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

• มีการตกลงร่วมกันให้กองทัพสามารถตัดสินใจเฉพาะหน้าหากจำเป็น

• มีข้อเสนอให้ “ปรับกำลังทหาร” ไปยังจุดที่เคยมีอยู่เดิมตามข้อตกลงในปี 2560

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ

รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าว กล่าวว่า การต่างประเทศและการทหารต้องไปด้วยกัน เป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างยาวนาน เห็นพ้องกันว่าการเจรจากับฝ่ายกัมพูชาต้องใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้ว เช่น:

• JBC (Joint Boundary Commission)

• RBC และ GBC – เป็นกลไกประจำที่ไทย-กัมพูชาใช้เจรจาร่วมกัน

โดยมีเป้าหมายการประชุมวันที่ 14 นี้เพื่อ:

• แก้ไขจุดปะทะและลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน

• ยังไม่เน้นเรื่องอื่นจนกว่าความขัดแย้งจะคลี่คลาย

• ยืนยันว่าไทย-กัมพูชาต้องรักษาความสัมพันธ์ในภาพรวม เพราะยังต้องร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น ไซเบอร์, เศรษฐกิจ, ยาเสพติด และการค้ามนุษย์

พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

• กองทัพสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ในการใช้สันติวิธีแก้ไขปัญหา

• ยืนยันว่ากองทัพทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องประชาชนและอธิปไตย

• การประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นการประชุมปกติทุก 2 เดือน ไม่ได้เป็นการเตรียมการใด ๆ พิเศษ

• ไม่เปิดเผยรายละเอียดต่อสื่อเพื่อความเป็นมืออาชีพ และหลีกเลี่ยงการสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน

• อยากให้มีการสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน คือ รัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ และกลาโหม ฉะนั้นกองทัพในฐานะผู้ปฏิบัติงานขออนุญาตสงวนการให้ข้อมูล

คำถามจากสื่อมวลชน และประเด็นชี้แจงเพิ่มเติม

การปิดด่านชายแดน

• ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องการปิดด่าน

• มาตรการทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่จะถูกนำมาใช้ตามสถานการณ์ที่จำเป็น

คนไทยในบ่อนการพนัน

• เป็นประเด็นที่รับทราบ แต่ยังไม่ใช่สาระสำคัญของการเจรจา ณ ตอนนี้

การถอยกำลัง 150-200 เมตร

• ไม่ใช่การถอย แต่เป็น “การปรับกำลัง” ไปยังพื้นที่เดิมที่ไม่มีปัญหา เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า

ความคิดเห็นจากสังคมและการเมือง

• มีความกังวลต่อการปกป้องอธิปไตย แต่รัฐบาลขอให้แยกการแสดงจุดยืนออกจากการดำเนินนโยบายเชิงปฏิบัติ

• ย้ำว่า “สงครามไม่ใช่คำตอบ” ทุกฝ่ายยังไม่ต้องการให้สถานการณ์นำไปสู่ความรุนแรง

สรุปภาพรวม

• สถานการณ์ชายแดนยังอยู่ในภาวะควบคุม

• รัฐบาลและกองทัพทำงานร่วมกัน มีท่าทีสอดคล้องในการใช้แนวทางสันติวิธี

• กลไกการเจรจาระหว่างประเทศยังดำเนินต่อไป

• ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องรุนแรง เช่น ปิดด่าน หรือใช้กำลัง

• การสื่อสารจะนำโดยกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...