โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลตรวจดินขุดลอกแม่น้ำสาย พบปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินมาตรฐานที่อยู่อาศัย

The Reporters

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 03.39 น.

ผลตรวจดินขุดลอกแม่น้ำสาย พบปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินมาตรฐานที่อยู่อาศัย-ห้ามสัมผัสโดยตรง สคพ.ลุยเก็บตัวอย่าง เตรียมแจ้งเตือน-ออกมาตรการแต่ละจุด

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (สคพ.) เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นักวิชาการออกมาทักท้วงถึงการขุดลอกดินจากแม่น้ำกกและแม่น้ำสายขึ้นมาบนตลิ่งอาจทำให้สารโลหะหนักที่เกินค่ามาตรฐานแพร่กระจายออกไปว่า ได้เคยมีการนำดินจากการขุดลอกในแม่น้ำสายขึ้นมาตรวจในบางจุดซึ่งผลมาพบว่ามีค่าสารหนู 12 มิลลิกรัม/กิโลกกรัม ซึ่งมาตรฐานของดินใช้ในที่อยู่อาศัยอยู่ที่ไม่เกิน 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

ส่วนมาตรฐานเพื่อการค้า เกษตรกรรมและการอื่นไม่เกิน 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม นั่นหมายความว่าดินส่วนนี้เอาไว้ในบ้านก็ไม่เหมาะ แต่หากเอาไว้บริเวณรอบและปลูกหญ้าคลุมได้

“เราต้องดูก่อนว่าจะเอาดินกองนี้ไปทำอะไร มีวิธีป้องกันหรือไม่ อยู่ใกล้คนมั้ย ค่าของการปนเปื้อนอยู่ที่ 12 คือไม่ควรเอาไปไว้ในบ้าน หรือปล่อยให้เด็กมาเล่น ก็ควรมีข้อห้าม ซึ่งคงต้องออกมาเป็นคำเตือน เรากำลังดูรายละเอียดแต่ละจุด ตอนนี้ทางเราต้องตรวจหลายอย่าง ต้องพยายามทำตามศักยภาพที่มีให้ดีที่สุด วันนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บตัวอย่างดินที่ขุดขึ้นมาจากแม่น้ำ หากได้ผลตรวจแต่ละจุดออกมา หากมีพบว่ามีการปนเปื้อนก็จะมีคำเตือนและมาตรการออกมา ไม่ใช่กองไว้แล้วใครจะเอาไปถมบ้านก็ได้ หรือเกิดน้ำท่วมแล้วเอากระสอบทรายมาใส่ มันต้องมีวิธีการแจ้งเตือน” นายอาวีระ กล่าว

วันเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อการรับรู้ และติดตามสถานการณ์น้ำเชียงราย (AIM) รายงานว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ชียงราย ปลัดอำเภอแม่สาย และเจ้าหน้าที่กรมการทหารช่าง ได้ลงพื้นที่ดำเนินการเก็บตัวอย่างตะกอนดินที่มีการขุดลอก ได้แก่ แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย และแม่น้ำกก เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของโลหะหนักและสารอันตรายต่างๆ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

พื้นที่แรกที่เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบคือบริเวณบ้านวังลาว ต.เวียง อ.เชียงแสน ซึ่งเป็นจุดท้ายโครงการขุดลอกของแม่น้ำรวก และเชื่อมต่อระหว่างอำเภอแม่สายกับอำเภอเชียงแสน พื้นที่ดังกล่าวมีการขุดลอกลำน้ำและนำดินขึ้นมากองเป็นแนวคันดิน เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างดินทรายบรรจุถุงพลาสติก น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม เพื่อส่งตรวจในห้องปฏิบัติการของกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยผลการวิเคราะห์คาดว่าจะทราบภายใน 2 สัปดาห์

ในส่วนของลำน้ำสาย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา กรมการทหารช่างได้ดำเนินการขุดวางแนวพนังกั้นน้ำ และมีการเก็บตะกอนดินทรายที่ขุดขึ้นมาบรรจุในถุงบิ๊กแบ็คอย่างเรียบร้อย โดยไม่มีการฟุ้งกระจายของตะกอนดินออกสู่ภายนอก สำหรับการขุดลอกในฝั่งเมียนมา เป็นความรับผิดชอบของทางการเมียนมา ซึ่งนำตะกอนไปทิ้งในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ในฝั่งประเทศตนเอง

นอกจากนี้คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังบริเวณหาดเชียงราย เพื่อเก็บตัวอย่างตะกอนดินทรายจากแม่น้ำกก ซึ่งมีการขุดลอกโดยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 ตัวอย่างทั้งหมดจะถูกส่งตรวจวิเคราะห์ในลักษณะเดียวกัน เพื่อประเมินความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อม และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน

สำหรับกระบวนการตรวจวิเคราะห์นั้น มีการดำเนินการ ได้แก่ การตรวจตามมาตรฐานคุณภาพดิน เพื่อประเมินว่าตะกอนดินจากการขุดลอกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้หรือไม่ โดยจะส่งตัวอย่างให้ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมของกรมควบคุมมลพิษเป็นผู้ดำเนินการและ การตรวจสอบว่าเป็น “ของเสียอันตราย” หรือไม่ ด้วยการทดสอบลักษณะและองค์ประกอบของสารปนเปื้อนตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น การทดสอบ Leaching Test , TTLC และ STLC ซึ่งเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 โดยในส่วนนี้ประสานความร่วมมือกับศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคเหนือ เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการขุดรอกแม่น้ำสายโดยเป็นความรับผิดชอบของทางการเมียนมา แต่ทหารช่างได้ทำการขุดดินในแม่น้ำสายเพื่อใช้ในการทำพนังกั้นแม่น้ำ ขณะที่แม่น้ำรวกซึ่งมีค่าโลหะหนักเกินมาตรฐานได้มีการขุดลอกเช่นเดียวกัน ส่วนแม่น้ำกกขณะนี้ทหารช่างกำลังทำการขุดลอกดินขึ้นมาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานในการรับมือน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...