โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

EU เร่งปิดดีลการค้ากับสหรัฐภายในสัปดาห์นี้ หวังตรึงภาษีฐาน 10% ก่อนเดดไลน์ 1 ส.ค.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 03.19 น.

EU เร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเบื้องต้นกับรัฐบาลทรัมป์ หวังตรึงภาษีฐาน 10% ก่อนเดดไลน์ 1 ส.ค. ดันข้อยกเว้นเครื่องบิน ไวน์ และสุรา พร้อมต่อรองลดภาษีรถยนต์–เหล็ก–อะลูมิเนียม ขณะบางประเทศสมาชิกเสนอให้ตอบโต้สหรัฐฯ หากข้อตกลงสุดท้ายไม่สมดุล

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.24 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) กำลังเร่งสรุปข้อตกลงการค้าเบื้องต้นกับสหรัฐภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้สามารถตรึงอัตราภาษีศุลกากรไว้ที่ 10% หลังวันที่ 1 สิงหาคม ในระหว่างที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงถาวร

ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง EU กำลังเจรจาข้อยกเว้นจากภาษีฐาน 10% สำหรับสินค้าสำคัญบางรายการ ได้แก่ เครื่องบิน ชิ้นส่วนเครื่องบิน ไวน์ และสุรา ซึ่งคาดว่าจะมีการผ่อนปรนบางรูปแบบรวมอยู่ในข้อตกลงเบื้องต้นนี้

ค่าเงินยูโรปรับตัวขึ้นสูงสุด 0.3% ในช่วงต้นตลาดเอเชียเมื่อวันอังคาร หลังจากมีรายงานจากสำนักข่าว Politico ว่าสหรัฐเสนอข้อตกลงที่คงอัตราภาษีฐานไว้ที่ 10% พร้อมยกเว้นสินค้าบางกลุ่มที่มีความอ่อนไหว เช่น อุตสาหกรรมการบินและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งนักลงทุนมองว่าอัตรา 10% ยังอยู่ในระดับที่พอยอมรับได้ เมื่อเทียบกับอัตราภาษีของประเทศอื่น ๆ และส่งผลให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้น

คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งรับหน้าที่ดูแลด้านการค้าของ EU ได้รายงานสถานะการเจรจาให้ประเทศสมาชิกทราบเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามโฆษกของคณะกรรมาธิการปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่

บิลลี่ เหลียง นักกลยุทธ์การลงทุนประจำซิดนีย์จาก Global X ETFs กล่าวว่า “ยุโรปน่าจะเป็นฝ่ายที่ใกล้เคียงกับการได้ข้อตกลงที่ดีมากที่สุด” พร้อมระบุว่าสถานการณ์ของ EU ดูดีกว่าประเทศคู่ค้ารายอื่นของสหรัฐ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สหรัฐได้ประกาศเลื่อนมาตรการขึ้นภาษีแบบเหมารวม (universal tariffs) ซึ่งเดิมมีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 9 กรกฎาคม ออกไปอย่างน้อยจนถึงต้นเดือนสิงหาคม สำหรับ EU หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ทัน ภาษีนำเข้าสินค้าเกือบทั้งหมดจากยุโรปที่เข้าสหรัฐจะถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 50% ในวันดังกล่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินหน้าขึ้นภาษีกับเกือบทุกประเทศคู่ค้าของสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่าต้องการฟื้นฟูการผลิตในประเทศ หารายได้ชดเชยการลดภาษี และหยุดประเทศอื่น ๆ จากการเอาเปรียบสหรัฐ

สำหรับ EUยังอยู่ระหว่างการผลักดันให้สหรัฐยอมลดภาษีหรือตั้งโควตานำเข้า สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ (ที่เก็บภาษี 25%) และโลหะ (เหล็ก–อะลูมิเนียม ที่ถูกเก็บภาษี 50%) แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ในระยะสั้น

อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกลไก “offsetting mechanism” ที่จะเปิดทางให้บริษัทที่ผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ สามารถส่งออกรถยนต์จำนวนหนึ่งโดยปลอดภาษี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทรถยนต์ยุโรปที่มีฐานการผลิตในอเมริกา

เจ้าหน้าที่บางรายแสดงความกังวลว่าข้อตกลงลักษณะนี้อาจทำให้การลงทุนและการผลิตย้ายข้ามฝั่งแอตแลนติกจากยุโรปไปยังสหรัฐ

ข้อตกลงเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นจะมีลักษณะสั้นและไม่ผูกพันตามกฎหมาย โดยทั้งสองฝ่ายยังตั้งเป้าเจรจาในประเด็นอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น อุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers), การค้าดิจิทัล และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นอกเหนือจากภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) และภาษีตามกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์และโลหะแล้ว สหรัฐยังเตรียมเก็บภาษีกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น เวชภัณฑ์ และเซมิคอนดักเตอร์

ประเทศสมาชิกEU มีความเห็นแตกต่างกันว่า ควรยอมรับข้อตกลงที่ไม่สมดุลเพียงใด บางประเทศต้องการสรุปข้อตกลงโดยเร็ว ขณะที่บางประเทศต้องการให้ EU ตอบโต้และเจรจาจากจุดแข็งมากกว่า

EUจะประเมินผลลัพธ์สุดท้ายของการเจรจา และตัดสินใจว่าระดับของความไม่สมดุลที่ยอมรับได้ควรอยู่ที่ใด และจำเป็นต้องมีมาตรการปรับสมดุลหรือไม่ ตามรายงานของ Bloomberg

ก่อนหน้านี้ EUได้อนุมัติรายการภาษีตอบโต้สินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 21,000 ล้านยูโร หรือราว 2.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสามารถบังคับใช้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบโต้ภาษีโลหะของทรัมป์ โดยเลือกเก็บภาษีสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อรัฐการเมืองสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ถั่วเหลืองจากรัฐลุยเซียนา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของประธานสภาผู้แทนฯ ไมค์ จอห์นสัน รวมถึงสินค้าเกษตร เนื้อไก่ และรถจักรยานยนต์

นอกจากนี้ EUยังได้จัดทำบัญชีภาษีเพิ่มเติมสำหรับสินค้าสหรัฐ มูลค่าอีก 95,000 ล้านยูโร เพื่อรองรับการตอบโต้ภาษีตอบแทนของทรัมป์และภาษีรถยนต์ โดยพุ่งเป้าไปที่สินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม เช่น เครื่องบิน Boeing รถยนต์สหรัฐฯ และเหล้า bourbon รวมถึงการหารือในหมู่ประเทศสมาชิกเพื่อระบุจุดยุทธศาสตร์ที่สหรัฐพึ่งพายุโรป และพิจารณามาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การควบคุมการส่งออก หรือการจำกัดสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง

อ้างอิง : finance.yahoo.com

เปิดไทม์ไลน์ โดนัลด์ ทรัมป์ ป่วนโลก! สหรัฐ VS ประเทศคู่มิตร เดินเกมตอบโต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...