โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกร้อนฉุดไม่อยู่! ฝนถล่มหนักจนเมืองจมน้ำ สัญญาณเตือนโลกร้อนที่สหรัฐกลัว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 02.30 น.
ภาวะโลกร้อนทำให้อากาศร้อนขึ้นและกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น ส่งผลให้ฝนตกหนักขึ้นทั่วสหรัฐฯ เหตุการณ์ฝนตกหนักใน “เท็กซัส” ล่าสุดเป็นตัวอย่างของปรากฏการณ์นี้ ที่ฝนตกในปริมาณมากในเวลาสั้นๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทำให้พายุฝนรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้น ส่งผลกระทบต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าปรากฏการณ์ฝนตกหนักแบบเฉียบพลันกำลังกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (new normal) ในสหรัฐอเมริกา และ “ภาวะโลกร้อน” เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้พายุฝนมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าอดีต กล่าวคือ บรรยากาศที่ร้อนขึ้นสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น เมฆฝนจึงสะสมความชื้นได้มากกว่าสมัยก่อน และตกลงมาในปริมาณที่มากขึ้นในระยะเวลาอันสั้น

เหตุการณ์ในเท็กซัสครั้งนี้สะท้อนปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน เพราะแม้พายุโซนร้อนแบร์รี่จะอ่อนกำลังลงหลังพัดขึ้นฝั่งเม็กซิโก แต่ความชื้นที่หลงเหลือในอากาศรวมกับอุณหภูมิพื้นดินที่ร้อนระอุและอากาศอุ่นจากอ่าวเม็กซิโก ทำให้เกิดเมฆฝนหนาแน่นที่เท็กซัสและกลายเป็นฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “Flash Flood Alley” ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเนินเขาหินปูนที่ไม่สามารถซึมซับน้ำได้ดี เมื่อน้ำปริมาณมากไหลลงจากที่สูง น้ำจึงไหลเร็วและแรงจนกลายเป็นน้ำท่วมฉับพลันที่อันตรายอย่างยิ่ง

ข้อมูลจาก “National Climate Assessment” ระบุว่า ปัจจุบันฝนที่ตกหนักที่สุดในรัฐเท็กซัสมีปริมาณเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับช่วงทศวรรษ 1950 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล้ตามภาวะโลกร้อน รายงานล่าสุดปี 2024 โดยนักอุตุนิยมวิทยาของรัฐยังชี้ว่าเหตุการณ์ฝนสุดขั้วเหล่านี้จะเกิดถี่ขึ้นกว่าที่เคย ไม่ใช่แค่เท็กซัสเท่านั้นที่เผชิญกับปัญหานี้ ทั่วทั้งสหรัฐฯ กำลังเผชิญพายุฝนที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากพายุเขตร้อนหรือพายุเฮอร์ริเคนที่พัดขึ้นฝั่งแล้วเคลื่อนตัวเข้าแผ่นดิน เช่นที่เคยเกิดขึ้นกับพายุ “ไอดา” เมื่อปี 2021 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งที่ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างออกไปไกลในหลุยเซียนา

สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือข้อมูลที่ล้าหลังและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ทันรับมือกับสถานการณ์ฝนสุดขั้วในปัจจุบัน หลายพื้นที่ในสหรัฐฯ ยังคงใช้ “ข้อมูลฝนในอดีต” จากสำนักงาน NOAA (องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ) ในการออกแบบระบบระบายน้ำ ถนน และการก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน

เช่นในเขตแฮร์ริส ซึ่งรวมถึงเมืองฮิวสตัน การปรับปรุงข้อมูลฝนครั้งล่าสุดในปี 2018 พบว่า พายุฝนที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1% ต่อปีในอดีต ซึ่งเคยตกประมาณ 13 นิ้ว ปัจจุบันกลับตกถึงเกือบ 18 นิ้ว ส่งผลให้ถนนหลักกว่า 1 ใน 3 ของพื้นที่กลายเป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วม และทำให้แผนรับมือน้ำท่วมของรัฐต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 200 ล้านดอลลาร์

ในขณะเดียวกัน NOAA กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูลฝนทั่วประเทศให้ทันสมัยและสอดคล้องกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความแน่ชัดว่าการปรับปรุงข้อมูลเหล่านี้จะล่าช้าออกไปหรือไม่ ภายใต้รัฐบาลที่มีแนวโน้มลดงบประมาณหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม

น้ำท่วมครั้งใหญ่ในเท็กซัสจึงไม่ใช่แค่เหตุการณ์พิเศษเฉพาะจุด แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึง “พายุลูกต่อไป” ที่อาจรุนแรงและเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากโลกยังร้อนขึ้น และหากสังคมยังไม่เร่งปรับตัวให้เท่าทันกับภัยพิบัติที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...