โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แอสตราเซเนกา’ เตรียมลงทุนครั้งใหญ่ในสหรัฐ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 03.15 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ลอนดอน 22 ก.ค. – แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) บริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ สัญชาติอังกฤษ-สวีเดน เปิดเผยแผนการลงทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อขยายขีดความสามารถด้านการผลิตและวิจัยในสหรัฐอเมริกา ภายในปี 2573 โดยแถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ล่าสุดของแอสตราเซเนกา เพื่อรับมือกับนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ

การลงทุนครั้งนี้จะครอบคลุมการก่อสร้างโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ในรัฐเวอร์จิเนีย รวมถึงการขยายการวิจัยและพัฒนา หรือ อาร์แอนด์ดี (R&D) และการผลิตเซลล์บำบัดในรัฐแมริแลนด์ แมสซาชูเซตส์ แคลิฟอร์เนีย อินดีแอนา และเท็กซัส นอกจากนี้ ยังจะปรับปรุงเครือข่ายการจัดหายาสำหรับการทดลองทางคลินิกในสหรัฐและสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่องในยาใหม่ๆ

แอสตราเซเนการะบุว่าการขยายธุรกิจในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายในการสร้างรายได้ต่อปีให้ถึง 8 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 โดยมีสัดส่วนครึ่งหนึ่งมาจากสหรัฐ

ในปี 2567 รายได้รวมของแอสตราเซเนกามากกว่าร้อยละ 40 เป็นรายได้ที่มาจากในสหรัฐและทางบริษัทให้ความสำคัญกับตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าสูงถึง 6.35 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนที่นายทรัมป์จะกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

การเคลื่อนไหวเพื่อขยายธุรกิจในสหรัฐของแอสตราเซเนกา ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของบริษัทยา เพื่อรับมือกับนโยบายของทรัมป์ที่ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากอุตสาหกรรมยา และต้องการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ โดยที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมนี้มักจะรอดพ้นจากข้อพิพาททางการค้ามาโดยตลอด

นายทรัมป์เรียกร้องให้บริษัทยาผลิตยาที่จำหน่ายในสหรัฐให้มากขึ้นในประเทศ แทนที่จะนำเข้าส่วนประกอบสำคัญหรือยาสำเร็จรูปจากต่างประเทศ

นายปาสคาล โซเรียต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอสตรนาเซเนกาประกาศแผนการดังกล่าวในกรุงวอชิงตัน โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ภายใต้การนำของรัฐมนตรีฮาวเวิร์ด ลุตนิค กำลังดำเนินการสอบสวนการนำเข้ายา ซึ่งอาจนำไปสู่การเก็บภาษีใหม่.-813.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...