โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปูดสาเหตุสร้างทาง ฉช2004 ไม่ถูกใจชาวบ้าน ชี้ออกแบบไม่ตรงปกในเวทีฟังความเห็น

77kaoded

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 18.55 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 11.55 น. • 77Kaoded

ฉะเชิงเทรา – ปูดสาเหตุสร้างทางหลวงชนบท ฉช2004 ไม่ถูกใจชาวบ้าน ชี้การออกแบบไม่ตรงปกตามข้อมูลที่แจงไว้ในเวทีรับฟังความเห็น ทำเกิดปัญหาตามมาอื้อทั้งยังส่งเทียบเชิญผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมรับฟังไม่ทั่วถึง ขณะอดีตครูผู้ฝึกสอนงานด้านก่อสร้างในหน่วยงานพัฒนาฝีมือแรงงานบอก อย่านั่งออกแบบแต่ในห้องแอร์ขอให้เข้ามาแลดูสภาพแวดล้อมจริง เพื่อให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้านและความเป็นไปได้ เชื่อระบบราชการมีข้อยกเว้นเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

สะพานเดิม
สะพานเดิม

วันที่ 21 ก.ค.68 เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.วรดาลักษณ์ ธัญจริยะรัตน์ อายุ 48 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.68 ทางผู้อำนวยการก่อสร้างขยายเส้นทางหลวงชนบท ฉช.2004 ทางเชื่อม ทล.34 (บางนา-ตราด) – ทล.314 (ฉะเชิงเทรา-บางปะกง) (ตอนที่ 1) ช่วงตอนเกาะไร่-ตลาดพิมพา ได้เข้ามาพบกับตนเองและได้เชิญให้ไปพูดคุยทำความเข้าใจกันยังภายในสำนักงานชั่วคราว ใกล้กับไซด์งานก่อสร้าง

โดยได้รับปากว่าจะนำปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากแนวกำแพงขอบถนนที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ใกล้กับบริเวณคอสะพานข้ามคลองขวางล่าง ที่มีระดับความสูงผิดไปจากการชี้แจงให้ข้อมูลแก่ชาวบ้านในการประชุมรับฟังความคิดเห็นถึง 2 ครั้งว่าระดับความสูงของถนนจะสูงจากเดิมไม่เกิน 75 ซม. แต่เมื่อมีการก่อสร้างเกิดขึ้นจริง กลับมีระดับความสูงที่บริเวณหน้าบ้านของตนมากถึงกว่า 2 เมตร และปิดขวางทางเข้าออกรวมถึงกิจการร้านค้าที่อยู่ใกล้แนวถนนทั้งหมดไปหารือกับทางกรมชลประทาน

น.ส.วรดาลักษณ์ ธัญจริยะรัตน์
น.ส.วรดาลักษณ์ ธัญจริยะรัตน์

เพื่อที่จะขอลดระดับแนวสะพานให้ต่ำลงมาจากเดิม ว่าจะทำได้หรือไม่ หรือจะทำการขุดที่ใต้ท้องสะพานให้มีระดับความลึกลงไปแทนการยกระดับพื้นถนนให้สูงขึ้นมา เพื่อลดปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น ส่วนแนวทางที่ 2 จะทำการลดระดับขอบถนนลงมาจากแนวเดิมประมาณ 40 ซม. ตามที่เคยแจ้งให้ทราบไว้แล้ว และจะปรับความลาดเอียงของขอบถนนบริเวณหน้าร้านค้าและทางเข้าออกบ้านให้มีระดับต่ำลงมาให้มากเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ตัวสะพานจะยังคงอยู่ในแนวระดับเดิมตามแบบในแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทาง ผอ.โครงการ จะนำไปหารือกันก่อนจะดำเนินไปตามแนวทางใดต่อไป น.ส.วรดาลักษณ์ กล่าว

ขณะที่นายอนันต์ มีสง่า อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 ม.4 ต.พิมพา กล่าวว่า สำหรับตนนั้นจะได้รับผลกระทบจากแนวกำแพงสูงที่กำลังมีการก่อสร้างขยายถนนจาก 2 เลนเป็น 4 เลน และมีการยกระดับคอสะพานให้สูงมากขึ้นถึงกว่า 1 วา ( 2 เมตร) ว่าจะทำให้ตนนั้นเดินทางเข้าออกจากบ้านยากลำบากมาขึ้น โดยที่ตนนั้นเป็นคนพิการจากโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงไป 1 ซีกของร่างกายทางด้านซ้าย แต่ยังสามารถใช้รถ จยย.ซาเล้ง เดินทางเข้าออกจากบ้านได้

คลองขวางล่างปัจจุบัน
คลองขวางล่างปัจจุบัน

และหากมีการก่อสร้างขยายถนนเพิ่มความสูงชันขึ้นไปถึง 2 เมตร จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่การใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ตนอาจจะออกไปไหนไม่ได้อีก ที่ผ่านมาไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าจะมีโครงการก่อสร้างขยายถนนที่หน้าปากทางเข้าบ้านมาก่อน เพราะไม่เคยมีใครเข้ามาแจ้งให้ทราบ โดยมาทราบเมื่อเขาเริ่มทำการก่อสร้างและทำกำแพงสูงขึ้นมาขวางปากทางเข้าบ้านแล้ว จึงรู้สึกตกใจเพราะไม่มีใครมาบอกว่าจะสร้างขยายถนนสูงขึ้นหรือจะทำอะไร

หลังสอบถามจากเพื่อนบ้านภายหลัง ได้ทราบว่ามีเพียงชาวบ้านบางรายเท่านั้น ที่ได้ไปร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น ส่วนตนนั้นไม่เคยมีใครเข้ามาแจ้งให้ทราบจึงไม่ได้ไป และไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อนเลย จนมีการเข้ามาสร้างขอบทางสูงชันเกิดขึ้น นายอนันต์ กล่าว

ขอบถนนสูงกว่าเก่ามาก
ขอบถนนสูงกว่าเก่ามาก

ส่วนด้านนายรักชาติ ปลื้มจิตร อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.3 ต.พิมพา อดีตครูผู้ฝึกสอนงานก่อสร้าง ในหน่วยงานด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า ผลกระทบที่ชาวบ้านกำลังได้รับในขณะนี้ คือ ถนนสูงกว่าพื้นที่ของชาวบ้านมาก โดยระดับถนนใหม่ที่กำลังมีการก่อสร้างมีระดับพื้นสูงเท่ากับขอบสะพานด้านบนของแนวราวสะพานข้ามคลองเดิม แต่สิ่งที่ชาวบ้านต้องการและอยากได้คือระดับถนนที่ใกล้เคียงหรือเท่ากับพื้นที่ของชาวบ้าน หรือหากสูงกว่าก็ไม่ควรเกิน 50 ซม.

เหตุที่ระดับถนนสร้างขยายใหม่สูงขึ้นไปมากกว่าที่ชาวบ้านต้องการนั้น เกิดจากการนั่งเขียนแบบแต่ในห้องแอร์แล้วส่งมาให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานกลางแดดทำ ถนนจึงสูงเกินกว่าความจำเป็น และมากเกินไป ตามสุภาษิตของคนทำงานก่อสร้างที่ว่า “คนออกแบบนั่งอยู่แต่ในห้องแอร์ แต่คนทำงานกลางแดดถูกชาวบ้านด่า” โดยไม่ได้มาดูในพื้นที่จริงในขณะออกแบบ แต่เวลาคนมาทำงานจริงกลับไม่ได้เป็นไปตามนั้น

นายรักชาติ ปลื้มจิตร
นายรักชาติ ปลื้มจิตร

การทำงานช่างนั้นไม่ว่าจะก่อสร้างหรือทำอะไรก็ตาม ต้องมีความอะลุ่มอล่วยและตามใจเจ้าของบ้านเป็นหลัก ไม่ใช่ตามใจแต่แบบหรือเจ้าของบริษัทผู้รับเหมาเป็นหลัก และระหว่างที่มีการออกมารับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่นั้น ไม่ได้เขียนแบบมาให้ชาวบ้านดูว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง จะทำอะไรตรงไหนบ้าง จะมีระดับความสูงในแต่ละจุดเท่าใด ระยะห่างเท่าใดจึงจะเข้ามาถึงพื้นที่ของชาวบ้าน

ส่วนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ขอให้ใช้ดุลยพินิจของความเป็นช่าง ดุลยพินิจของคนทำงานก่อสร้างและบริษัท รวมถึงทางหลวงชนบทผู้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้ติดขัด ฉะนั้นการก่อสร้างต้องดูทั้งพื้นที่ ดูภูมิประเทศ ดูชาวบ้าน และสอบถามจากทางเจ้าของพื้นที่ ดูความเหมาะสมความเป็นไปได้แล้วจึงนำไปผนึกเขียนแบบขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องทำให้ตรงตามที่ต้องการทั้งหมด ในภาษาราชการนั้นเขามีข้อยกเว้นหรือมีหมายเหตุเอาไว้ให้อยู่ จึงห้ามเขียนแบบแต่ในห้องแอร์แล้วนำมาให้คนตากแดดมาคุมงาน มันจะเกิดปัญหา นายรักชาติ กล่าว

ให้มาดูสถานที่จริง
ให้มาดูสถานที่จริง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...