โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รถไฟฟ้า 20 ตลอดสาย เอื้อประโยชน์ BTS-BEM หากรัฐชดเชย 6 พันลบ. หนุนกำไร 10%

Share2Trade

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • Share2Trade

จากกรณี ครม.เห็นชอบมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ในราคาไม่เกิน "20 บาทตลอดสาย" โดยในช่วงเดือน ส.ค. 68 จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และจะเริ่มโครงการในวันที่ 1 ต.ค. 2025 ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดินในกรุงเทพฯและปริมณฑล (รถไฟฟ้าสายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีแดง, และสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์)

รถไฟฟ้า 20 ตลอดสาย_S2T (เว็บ)_0.jpg

ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกต่อข่าวดังกล่าว เนื่องจากน่าจะส่งผลบวกต่อประมาณการกำไรและเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น BEM และ BTS

ขณะที่ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่านโยบายเงินอุดหนุน 20 บาท จะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง BEM และ BTS ในแง่ที่ว่าราคาค่าโดยสารที่ถูกลงจะกระตุ้นความต้องการใช้รถไฟฟ้า ปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายนี้จะเป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ต่อ BEM และ BTS

แนะนำ ซื้อทั้ง BEM (ราคาเป้าหมาย 9.1 บาท) และ BTS (ราคาเป้าหมาย 6.49 บาท) อย่างไรก็ตาม ชอบ BTS มากกว่า BEM เนื่องจากได้รับประโยชน์จากนโยบายเงินอุดหนุนต่อกำไรมากกว่าและมูลค่าที่ถูกกว่า

อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุริยะ ที่กล่าวว่าโครงการ ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย จะได้รับเงินสนับสนุนจากเงินอุดหนุนของรัฐบาล นายสุริยะระบุอย่างชัดเจนว่า เงินทุนที่จะอุดหนุนโครงการนี้จะมาจากเงินสะสมและกระแสเงินสดของ รฟม. โดยงบประมาณสำหรับเงินอุดหนุนนี้จะอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาทสาหรับระยะเวลา 2 ปี ซึ่งหมายถึง 8 พันล้านบาทต่อปี

จากการศึกษาของฝ่ายวิจัย พบว่ารัฐบาลฃ และ รฟม. จะใช้เงินเพียง 4 พันล้านบาทในการอุดหนุน BEM และ BTS ตามจำนวนผู้โดยสารปัจจุบัน นั่นแปลว่าการตั้งงบประมาณ 8 พันล้านบาท คือเป็นการตั้งเพื่อปริมาณผู้โดยสารสำหรับรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทุกสายภายใต้ BTS และ BEM ที่สามารถเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของจำนวนผู้โดยสารปัจจุบัน ทำให้ตีความว่ารัฐจะอุดหนุนปริมาณผู้โดยสารส่วนเพิ่มให้กับทางบริษัททั้งสองด้วย

BEM มีรายได้ประมาณ 4.4พันล้านบาทในปี 2567 จากสายสีน้ำเงิน ซึ่งอิงจากจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 443,000คนต่อวัน และราคาค่าโดยสารเฉลี่ย 27บาท/เที่ยว หากจำนวนผู้โดยสารยังคงที่ รัฐบาลจะอุดหนุน BEM ประมาณ 1.1พันล้านบาทสำหรับส่วนต่างระหว่าง 27บาทที่ BEM ได้รับจากเงินอุดหนุน 20บาท

สำหรับ BTS มีประมาณ 4 สายที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนนี้ ได้แก่ สายสีเขียวหลัก (ภายใต้ BTSGIF) สายสีชมพู สายสีเหลือง และสายสีทอง BTSGIF มีรายได้ประมาณ 7 พันล้านบาทจากสายสีเขียวหลัก โดยอิงจากจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 583,000 คนต่อวัน และราคาค่าโดยสารเฉลี่ย 33 บาท/เที่ยว เงินอุดหนุนให้ BTSGIF จะอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท ในขณะที่เงินอุดหนุนให้สายสีชมพูและสายสีเหลืองจะรวมกันอยู่ที่ 280 ล้านบาท ส่งผลให้เงินอุดหนุนให้กลุ่ม BTS จะอยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านบาท

การวิเคราะห์ Sensitivity ชี้ให้เห็นว่าทุกๆ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสาร 10% จะเพิ่มกำไรของ BEM ประมาณ 9% จะมีผลกระทบเชิงบวกต่อกำไรในปี 2568 เนื่องจากนโยบาย ค่าโดยสารคงที่นี้จะเริ่มใช้ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 แต่ผลกระทบเต็มที่จะปรากฏในกำไรตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป

สำหรับ BTS ผลกระทบจะรุนแรงกว่า BEM เนื่องจากคาดว่า BTS จะมีกำไรที่น้อยลงในปี 2569และปี 2570 และ ทุกๆ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสาร 10% สำหรับสายสีเขียวหลัก สายสีชมพู และสายสีเหลือง จะทำให้กำไรเพิ่มขึ้น 86% ในปี 2569 และ 30% ในปี 2570

ชดเชยอย่างน้อย 6 พันล้านบาท ดันกำไร 10%

ส่วนความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า จากการคำนวณ sensitivity หากอิงปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าในปัจจุบันของเส้นทางสายสีน้ำเงิน สายสีเขียวหลัก สายสีเหลือง และสายสีชมพู

เบื้องต้นประเมินรัฐจะต้องใช้เงินชดเชยรวมอย่างน้อยราว 5 พันล้านบาทต่อปี ขณะที่หากปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 20% ประเมินรัฐจะต้องใช้เงินชดเชยอย่างน้อย 6 พันล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในกรอบวงเงินอุดหนุนของกระทรวงคมนาคมที่ 8 พันล้านบาท/ปี และจะช่วยเพิ่มกำไร BEM และ BTS ราว 10%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...