โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ภท.’ สะบั้นรัก ‘พท.’

เดลินิวส์

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 19.39 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 00.30 น. • เดลินิวส์
ตามประเด็นการเมือง…ความสัมพันธ์ระหว่าง ”พท.” กับ ”ภท.” คงไม่เหมือนเดิม และส่งผลถึงการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะเชื่อว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนได้เสียงเกินครึ่ง แต่ละขั้วจึงมีความสำคัญมากในการเป็นตัวแปรทางการเมือง

ในแวดวงบันเทิง ภาพยนตร์ซีรีส์ที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดคงไม่พ้น "สงครามส่งด่วน" แค่ถ้าเป็นเรื่องการเมือง ถ้าร้อนที่สุดหนีไม่พ้นการแย่งเก้าอี้ สส. ในสนามเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่าง เพื่อไทย (พท.) กับ ภูมิใจไทย (ภท.) และเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้น หลังจากพรรคสีน้ำเงินถอนตัวไปเป็นฝ่ายค้าน หลังถูกยึดคืนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดข้อตกลง ในช่วงตั้งรัฐบาลโดย "พท." ส่ง "กุ้ง ภูริกา สมหมาย" ลูกสาว นายอมรเทพ สมหมาย อดีต สส.ศรีสะเกษ ผู้ล่วงลับ ส่วน"ภท." ผลักดัน "อีฟ จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล" ลูกสาว นายธีระ ไตรสรณกุล อดีต สส.ศรีสะเกษ ลงสนาม

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ เทศบาลโพธิ์กระสังข์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. ขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งระบุว่า ป้ายเบอร์ 2 เขียนว่าครูอีฟ จินณ์ตวรรณ แต่เราไม่ต้องเรียกครูอีฟ อาจารย์อีฟให้เรียก “ไอ้อีฟ” ของพ่อแม่พี่น้องทุกคน เพราะถ้าเรียกว่าครู มันมีช่องว่าง เป็น สส.มีช่องว่างไม่ได้ ต้องใกล้ชิดเป็นหนึ่งเดียว เป็นเนื้อเดียวกันกับคนที่เลือกเขามา เพราะฉะนั้น วันที่ 10 ส.ค.นี้ ขอให้พี่น้องชาว อ.ขุนหาญ อ.ภูสิงห์ ทำให้เบอร์ 2 ได้ที่ 1 พรรค ภท.ให้ความสำคัญ กับพ่อแม่พี่น้องชาวศรีสะเกษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้อง อ.ขุนหาญ กับ อ.ภูสิงห์ วันนี้คณะของเราแย่งกันมาจนตนต้องบอกให้ ไปรับใช้พ่อแม่พี่น้องจังหวัดอื่น ๆ ด้วย ตรงนี้เอาญาติ เอาคนที่อยู่ใกล้มา แต่ก็ยังมี คนทนไม่ไหว แย่งกันมาช่วยน.ส.จินณ์ตวรรณ หาเสียง เราต้อง รักกันเสี่ยวกันจริงๆ ถึงมาพร้อมหน้าพร้อมตาขนาดนี้

"…ที่ใครบอกว่าขี้ข้าเป็นคำไม่ดี ขี้ข้าคนโกง นั่นแหละเป็นสิ่งไม่ดี ขี้ข้าคนเอาเปรียบไม่ดี ขี้ข้าคนขายชาติไม่ดี แต่ขี้ข้าประชาชนเป็น วาสนาสูงสุด ของพวกเรา…" นายอนุทิน กล่าว

เรียกว่าจัดหนักจัดเต็ม ไม่มีกั๊กไม่มีบัง ซึ่งถือว่าสนามเลือกตั้งสนามนี้ เป็นการวัดกระแสระหว่าง "พท." กับ"ภท." ท่ามกลางสถานการณ์ของ รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ไม่สู้ดีนัก อีกทั้งยังถูกศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ หลังปรากฏคลิปเสียงสนทนาระหว่าง "นายกฯ อิ๊งค์" กับ "สมเด็จฮุน เซน" ประธานวุฒิสภากัมพูชา

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรค ภท. ยังกล่าวตอบคำถามสื่อ เมื่อถูกถามว่า หากพรรค พท. กลับมาง้อ พรรค ภท. เพื่อให้กลับไปร่วมรัฐบาลจะกลับไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันไม่มีคำว่า "ง้อ" อยู่แล้ว ออกมากันขนาดนี้ เราไม่ได้ออกมาเพื่อให้งอน หรือมาง้ออะไรกัน แต่แนวทางที่ออกมาเพราะคิดว่าแนวทางที่ทำร่วมกัน มันไปกันไม่ได้แล้ว เมื่อถามถึง กรณีที่นายทักษิณ ไม่ปิดประตู ที่จะมาจูบปากกับพรรค ภท. ถึงขั้นยอมกลืนเลือด 3-4 ปี๊บ นายอนุทิน กล่าวว่า จริงๆ กลืนเลือดมาแล้วไง ในรัฐบาลชุดที่แล้ว และชุดปัจจุบัน แล้วดูสิอะไรเกิดขึ้น คะแนนนิยมหรือโพลเป็นอย่างไร การที่เราไม่อยู่กับร่องกับรอย ค้านอุดมการณ์ ตัวเราเอง ตามสายตาของประชาชน มั่นใจว่าสิ่งที่พรรค ภท. ได้ตัดสินใจไปถูกต้อง แล้ว เมื่อถามว่า ถือเป็นการปิดประตูตายกับพรรค พท.แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "…มันก็ควรที่จะต้องเป็นแบบนั้น พรรค ภท.ไม่เคยเล่นตัว เรามีแต่ถูกเล่น ไม่เคยเล่นใคร…"

ด้าน "นายสรวงศ์ เทียนทอง" รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรค พท. กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม สส. เขต 5 จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งพรรค ภท.ปราศรัย ใช้คำว่าขายชาติ ว่า ทางพรรค มีทีมกฎหมายคอยมอนิเตอร์ อยู่ เพราะการหาเสียงต้องไม่ใช่แบบนี้ ควรเป็นการเสนอว่าจะทำอะไรให้กับเขามากกว่าที่จะมาโจมตีแบบนี้ แต่ก็ถือว่าเป็น สไตล์การหาเสียง ของแต่ละพรรค แต่ตน ไม่มีแบบนี้แน่ๆ โดยจะเป็นการเสนอว่าเลือกแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ในพื้นที่ ซึ่งเป็นวิธีการหาเสียงที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรมว.วัฒนธรรม ในฐานะ หัวหน้าพรรค พท. ก็จะเดินทางลงพื้นที่ด้วย เมื่อถามต่อว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะลงไป ช่วยผู้สมัครหาเสียง หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ต้องรอดู ซึ่งทางผู้สมัครเองก็ได้มีการร้องขอ ให้ตั้งนายทักษิณ เป็นผู้ช่วยหาเสียง เมื่อถามว่า หากพรรค พท.ไม่สามารถรักษาเก้าอี้จังหวัดศรีสะเกษ จะทำให้พรรคเสียหน้าหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวทันทีว่ารักษาได้ ต้องทำเต็มที่ และผู้สมัครเองก็เป็นคนในพื้นที่ รู้ในสิ่งที่เป็นวิธีการแก้ปัญหา

วันนี้คงต้องบอกความสัมพันธ์ระหว่าง "พท." กับ "ภท." คงไม่เหมือนเดิม และส่งผลถึงการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกครั้งหน้า เพราะเชื่อว่า ไม่มีพรรคการเมืองไหน ได้เสียงเกินครึ่ง แต่ละขั้วจึงมีความสำคัญมากในการเป็นตัวแปรทางการเมือง

ส่วน ปัญหาที่ดินเขากระโดง ที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ดินของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) "นายวีริศ อัมระปาล" ผู้ว่ารฟท. เปิดเผยว่า รฟท. ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ศาลปกครองสูงสุด ภายหลังจากที่ศาลปกครองมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาในข้อหาที่ 3 และ 4 เกี่ยวกับ การเพิกถอนหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินที่ออกในที่ดินของ รฟท. ทั้ง 995 ฉบับ บนพื้นที่ ต.เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคาดหวังว่าศาลฯ จะรับพิจารณา โดยตามปกติการยื่นอุทธรณ์จะใช้ เวลานานประมาณ 5-6 เดือน อย่างไรก็ตาม รฟท. มีแผนดำเนินการ แก้ไขปัญหาที่ดิน เขากระโดง 3 แนวทาง ได้แก่ 1. ส่งหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทย อีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้ทบทวนพิจารณาคำสั่ง ยุติเรื่องของอธิบดีกรมที่ดิน โดยก่อนหน้านี้ รฟท. เคยส่งหนังสือไปที่กระทรวงมหาดไทยครั้งหนึ่งแล้ว และมีหนังสือตอบกลับมาว่าจะทบทวนเรื่องนี้

2. ใช้โมเดล "บ้านท่านุ่น" จ.พังงา ซึ่งศาลปกครองเคยมีคำสั่ง เพิกถอนเอกสารสิทธิ ในที่ดินของผู้บุกรุกหลายร้อยไร่ให้กลับมาเป็นของ รฟท. โดยกรณีบ้านท่านุ่นมีลักษณะ คล้ายคลึงกับเขากระโดง ที่มีเอกสารสิทธิหลากหลาย ทาง รฟท. จึงตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ต่อ ศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้ศาลฯ พิจารณาในแนวทางเดียวกัน และ 3. ขอให้อัยการสูงสุด (อสส.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นทนายแผ่นดิน ฟ้องร้องคดี 995 แปลงแทน รฟท. โดยได้ส่งเรื่องไปอสส.เมื่อช่วงต้นปี 2568 หากอสส. ตกลงดำเนินการ จะช่วยลดภาระของ รฟท. ได้อย่างมาก เนื่องจากคดีเหล่านี้อาจใช้เวลาหลายปีในการฟ้องร้อง อย่างไรก็ตาม รฟท. ยังคงรอคำตอบ จากอสส. และหากไม่เป็นผล รฟท. อาจต้อง พิจารณาฟ้องร้องเอง โดยจะจัดลำดับความสำคัญของที่ดิน และทยอยฟ้องเป็นลอตๆ ไป

นายวีริศ กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่ดินเขากระโดง มีความซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทั้งชาวบ้าน กลุ่มนายทุน และหน่วยงานรัฐ แต่ รฟท. ยังคง ยืนยันหลักการเดิม ว่าที่ดินเขากระโดง เป็นของ รฟท. อย่างสมบูรณ์ และจะไม่ยอมเสียแม้แต่ตารางวาเดียว โดย รฟท. กำลังดำเนินงานในทุกแนวทางที่เป็นไปได้เพื่อให้ได้ที่ดินทั้งหมดคืนมา

เรื่องที่ดินเขากระโดงยังประเด็นร้อน ซึ่ง "นายภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ระบุว่า ให้อธิบดีกรมที่ดินชี้แจงภายใน 7 วัน หากไม่มีเหตุผลเพียงพอ จะตั้งคณะกรรมการในการสอบสวนและเอาเรื่องให้เร็ว เพื่อให้มีการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย คงต้องรอดูบทสรุปในเรื่องนี้จะจบอย่างไร

อีกประเด็นร้อน ที่ต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งมี สส.และ ภาคประชาชน เสนอรวม 5 ฉบับ ได้แก่ ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เสนอโดยนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร พรรค รทสช., ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เสนอโดยนายปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม (กธ.), ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิด อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง เสนอโดย พรรคประชาชน (ปชน.) ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน เสนอโดย น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 36,723 คน และร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เสนอโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเป็นฉบับที่เสนอเข้ามาใหม่ และยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ แต่ประธานในที่ประชุมอนุญาตให้นำมาพิจารณาในคราวเดียวกันได้

สำหรับสาระสำคัญของกลุ่มร่างกฎหมาย ว่าด้วย การนิรโทษกรรม ทางการเมืองนั้น พบว่า เนื้อหามีความคล้ายกันคือ การนิรโทษกรรมทางการเมือง โดยให้มีกรรมการกลาง ขึ้นมาพิจารณาบุคคลที่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม สำหรับคดีที่จะได้รับการนิรโทษกรรมนั้น มีความต่าง และ แยกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฉบับที่เสนอโดยพรรค รทสช. พรรค กธ. พรรค ภท. ได้กำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนคือ ไม่นิรโทษกรรม คดีมาตรา 112 แต่นิรโทษกรรมข้อหากบฏ ตามมาตรา 113 ขณะที่ฉบับของพรรค ปชน. และฉบับที่เสนอโดยภาคประชาชน รวมถึงนิรโทษกรรมคดี 112 ไว้ด้วย โดยสาระสำคัญของ กฎหมายมาตรา 112 คือ “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี”

ก่อนหน้านั้น "นายรังสิมันต์ โรม" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้อภิปรายในระหว่างการประชุมสภา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตอนหนึ่งว่า การนิรโทษกรรม จำเป็นต้องเปิดกว้าง ให้มากที่สุด และไม่ต้องการเลือกปฏิบัติ ดังนั้นในร่างกฎหมายของพรรค ปชน.จึงไม่ได้กำหนดฐานความผิด หรือคดีตามมาตราใด ขณะที่ช่วงเวลาไม่ได้กำหนดเวลาสิ้นสุด เพราะที่ผ่านมามีการใช้นิติสงครามเล่นงานประชาชนที่เห็นต่างทางการเมือง และใช้เครื่องมือกฎหมายหลายรูปแบบ ตั้งแต่ที่รุนแรงที่สุดคือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

“หลายฝ่ายพยายามบอกว่าหากรวมมาตรา 112 จะไม่โหวตให้ ผมมองว่าหากติดกรอบแบบนี้ สังคม จะคลี่คลายความขัดแย้ง ได้จริงหรือไม่ ผมขอให้ทบทวน เพราะเชื่อว่าจะเป็นทางออกให้สังคมไทย” นายรังสิมันต์ กล่าว

ที่ผ่านมาเกือบทุกพรรคการเมืองยกเว้น "พรรค ปชน." ต่างคัดค้านการนิรโทษกรรม ในคดีมาตรา 112 ต้องรอดูมติของที่ประชุมสภา บทสรุปจะเป็นอย่างไร

ทีมข่าวการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...