โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SET ผลักดัน ESG เดินหน้าโปรเจ็กต์แพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 15.19 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 00.30 น.

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ด้วยปัจจัยสภาพแวดล้อมในโลกธุรกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคตลาดทุน

ไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) ในการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ เองแล้ว ยังมุ่งมั่นยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ควบคู่ไปด้วย

โดยที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการนำเสนอบริการด้านความรู้ที่หลากหลาย เช่น หลักสูตรอบรม สัมมนา คู่มือ แนวปฏิบัติ การประเมินผลการดำเนินงานด้าน ESG คลังความรู้ รวมถึงการให้คำปรึกษาเชิงลึกในประเด็นต่างๆ ด้าน ESG เพื่อสนับสนุนให้ บจ. มีความรู้ความเข้าใจ สามารถพัฒนาผลการดำเนินงานด้าน ESG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการลงทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Investment) ในกลุ่มผู้ลงทุนและผู้ประกอบวิชาชีพในสถาบันตัวกลาง ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย เช่น ดัชนีด้านความยั่งยืน SETTHSI ข้อมูลด้าน ESG เพื่อการตัดสินใจลงทุน หลักสูตรอบรมและสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนในระยะยาว

"ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะเสริมสร้างรากฐานอันเข้มแข็งให้แก่ภาคตลาดทุน และส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันอย่างสมดุลและยั่งยืน"

สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหลักทรัพย์มองว่า ESG เป็นเรื่องสำคัญไม่อาจเลี่ยงได้ ต้องสร้างความน่าสนใจ ขับเคลื่อน สร้างให้เกิดความยั่งยืน แม้ประธานาธิบดี ทรัมป์จะไม่ให้ความสนใจต่อเรื่องของความยั่งยืนเท่าไหร่นัก แต่บจ. ไทยต้องไม่หยุดนิ่ง

ต้องสร้างความน่าสนใจและขับเคลื่อนบริษัทไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน เริ่มจากฝึกอบรม ESG และใช้ ESG Data Platform ที่ร่วมกับฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) ในอนาคต ทั้งนี้ บจ. ในปัจจุบันมีเพียง 50% เท่านั้นจากทั้งหมดกว่า 800 บริษัท หรือคิดเป็นราว 400 กว่าบริษัทที่ให้น้ำหนักเรื่องของความยั่งยืน ส่วนตัวยังไม่พอใจกับตัวเลขนี้นักและอยากให้ความสำคัญในจุดนี้เพิ่มมากขึ้น

ที่ผ่านมาทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้เข้ามาร่วมหารือกับภาครัฐในการช่วยสนับสนุนเรื่อง ESG ให้กับภาคเอกชน จะสร้างแรงจูงใจอย่างไรให้เอกชนเห็นถึงความสำคัญเรื่องของ ESG หรือความยั่งยืน ซึ่งเบื้องต้นก็มีแนวคิดในการปล่อยเงินกู้ให้กับภาคเอกชนเพื่อลงทุนในด้าน ESG โดยให้ดอกเบี้ยที่ต่ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของเอกชนให้ลดลง

ในอนาคตสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีความตั้งใจอยากเป็นตัวกลาง คือ ต้องการพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีความหลากหลายและครอบคลุมมากที่สุด ในด้าน ESG ก็มีความตั้งใจว่าจะทำให้การซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)

โดยไม่ว่าจะเป็นบริษัทจดทะเบียน หรือ บริษัทนอดเหนือจากนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถทำการซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ผ่านแพลตฟอร์มของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือแม้กระทั่งการออกบอนด์โดยใช้แพลตฟอร์มของ SET เป็นต้น

"ในระยะถัดไป ธุรกิจไทยจะเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในการรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตามข้อบังคับและกติกาการค้าที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงแรงกดดันจากผู้บริโภคและคู่ค้าที่ใส่ใจความยั่งยืนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากธุรกิจจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าและการลงทุนได้"

ในขณะนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องการศึกษาและวางระบบแพลตฟอร์มการซื้อขายคาร์บอนเครดิตแล้ว เหลือเพียงรอให้ภาครัฐที่ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ร.บ. Climate Change) ถูกอนุมัติออกมาอย่างเป็นทางการเท่านั้น

เบื้องต้นคาดการณ์ว่าอาจยังไม่ได้เห็นตวามชัดเจนของ พ.ร.บ. Climate Change ในปี 2568 นี้ แต่เชื่อว่าภาครัฐจะเร่งให้เห็นความชัดเจนได้ภายในปี 2569 เนื่องจากมองว่าเรื่องการสร้างความยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ภาครัฐอยากให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...