โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สื่อนอกวิเคราะห์สถานการณ์ ถ้า ทรัมป์ ถอนตัวจาก สงครามอิหร่าน กะทันหัน โลกจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

แนวหน้า

เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 17.00 น.

2 เมษายน 2569 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ หาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าเขาอาจถอนตัวออกจากสงครามอิหร่าน โดยถอนตัวฝ่ายเดียวโดยไม่โค่นล้มสาธารณรัฐอิสลาม เปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือ บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติการโจมตีสหรัฐฯ และพันธมิตร ซึ่งหาก 'ทรัมป์' ตัดสินใจแบบนั้นจริง จะทำให้เกิดผลกระทบตามมาหลายอย่าง ทั้งทำให้อิหร่านแกร่งขึ้น เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน ตะวันออกกลางขาดเสถียรภาพ และสงครามจะยังไม่จบ

'ทรัมป์' กล่าวปราศรัยต่อประชาชนว่า "คืนนี้ ผมยินดีที่จะกล่าวว่าเป้าหมายเชิงกลยุทธ์หลักเหล่านี้ใกล้จะสำเร็จแล้ว" โดยอ้างถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงการขีปนาวุธ กองทัพเรือ กองทัพบก และกลุ่มพันธมิตรของประเทศ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า "ส่วนที่ยากที่สุดผ่านพ้นไปแล้ว" และมองโลกในแง่ดีว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและพลังงานในอ่าวเปอร์เซียของอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

แต่อิหร่านยืนยันว่าตนจะเป็นผู้เลือกเวลาสิ้นสุดสงคราม และไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้จนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับข้อเรียกร้องของตน นายอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านปฏิเสธเส้นตาย และพร้อมที่จะต่อสู้ต่อไปอย่างน้อยหกเดือน

ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมช่วงที่ยากลำบากที่สุดของสงครามอาจยังไม่จบลง

1. ระบอบการปกครองของอิหร่านที่ฮึกเหิมขึ้น

ทรัมป์ประกาศเมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) ว่าเป้าหมายเดียวของเขาในการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ได้บรรลุผลลัพธ์แล้ว สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านหลายแห่ง แต่ยังหายูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงกว่า 400 กิโลกรัมที่สามารถนำไปใช้สร้างระเบิดได้ไม่พบ

แม้ว่า 'ทรัมป์' จะออกมายืนยันว่า ผู้ปกครองอิหร่านในปัจจุบันนั้น "มีเหตุผลมากกว่าเดิม" แต่ผู้เชี่ยวชาญก็มีเหตุผลที่จะเชื่อว่า อิหร่านมีแนวโน้มที่จะแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์มากกว่าก่อนสงคราม

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านอย่าง 'อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี' ซึ่งสั่งห้ามการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ตามข้อตกลง ได้ถูกสังหารโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้กลุ่มหัวรุนแรงในประเทศกำลังเรียกร้องให้มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อสหรัฐฯ ล้มเหลวในการโค่นล้มสาธารณรัฐอิสลาม เท่ากับจะปล่อยให้ระบอบการปกครองที่แข็งกร้าวมากขึ้นเข้ามาแทนที่ โดยที่ผู้นำพลเรือนกำลังถูกแทรกแซงโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามมีแนวโน้มที่จะทำให้อิหร่านปิดตัวลงมากขึ้น และจะปราบปรามเสรีภาพและการต่อต้านอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น

2.ความโกลาหลทางเศรษฐกิจโลกยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกใช้เป็นอาวุธ

การถอนตัวออกจากสงครามอิหร่านก่อนกำหนดจะเท่ากับเป็นการยอมรับความล้มเหลวของวอชิงตันในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซผ่านแรงกดดันทางการทูตหรือทางทหาร

'ทรัมป์' กล่าวว่า ราคาน้ำมันจะร่วงลง หลังจากการถอนตัวของสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากสหรัฐฯ นำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางค่อนข้างน้อย การรักษาความปลอดภัยของเส้นทางน้ำจึงควรเป็นหน้าที่ของประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบ

แต่ตลาดไม่ได้ทำงานแบบนั้น ราคาที่ชาวอเมริกันจ่ายที่ปั๊มน้ำมันนั้นถูกกำหนดโดยตลาดโลก โดยไม่คำนึงถึงแหล่งที่มาของเชื้อเพลิง และหากไม่ได้รับการแก้ไข การขาดแคลนอุปทานก็จะยังคงผลักดันให้ราคาสูงขึ้นในสหรัฐฯ

การถอนตัวโดยไม่มีข้อตกลงในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง จะเท่ากับเป็นการมอบชัยชนะให้แก่อิหร่านในการประกาศอำนาจอธิปไตยเหนือเส้นทางน้ำ ทำให้มีอำนาจต่อรองมหาศาลต่อเศรษฐกิจโลกและมีอำนาจมากกว่าที่เคยมีมาก่อน

การตรวจสอบเรือที่ผ่านช่องแคบของอิหร่านและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือคิดเป็นเงินไทยราว 65 ล้านบาท) ต่อลำนั้น อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่สร้างรายได้ใหม่ให้กับเตหะราน ทำให้พวกเขาทำสงครามต่อไปได้

การรวมอำนาจควบคุมของอิหร่านอาจทำให้มีน้ำมันไหลเวียนมากขึ้น หากมีประเทศอื่น ๆ เลือกที่จะขออนุญาตจากเตหะรานเพื่อผ่านช่องแคบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้บ้าง แต่การกระทำดังกล่าวจะเป็นการสร้างแบบอย่างที่ไม่มีพื้นฐานในกฎหมายระหว่างประเทศ และก่อให้เกิดคำถามอย่างจริงจังเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระเบียบการเดินเรือที่ยึดหลักกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า แม้ว่าปริมาณน้ำมันจะกลับมา แต่ก็อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน กว่าราคาน้ำมันจะลดลงจนถึงระดับที่ปั๊มน้ำมัน

3.ปัญหาความไม่มั่นคงในอ่าวเปอร์เซีย ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ในระหว่างสงคราม อิหร่านได้ละเมิดข้อห้าม 2 ประการกับประเทศเพื่อนบ้านอาหรับในอ่าวเปอร์เซียระหว่างสงคราม คือการโจมตีดินแดนของพวกเขาโดยตรงเป็นครั้งแรก เพื่อลงโทษพวกเขาสำหรับการกระทำของพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ และปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้ส่งน้ำมันไปยังประเทศเหล่านั้น ทำให้พวกเขาขาดเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

ประเทศในอ่าวเปอร์เซียมองว่าทั้งสองเรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย และการถอนตัวออกจากสงครามอย่างรวดเร็วของสหรัฐฯ โดยไม่มีข้อตกลงอาจทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการถูกโจมตีซ้ำอีกในอีกหลายปีข้างหน้า

นอกจากนี้ยังจะทำให้อิหร่านมีอำนาจต่อรองเหนือพวกเขาอย่างมาก โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขในการส่งออกน้ำมันได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงคุกคามด้วยการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อเมืองต่าง ๆ หากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอ

ไม่เพียงเท่านั้น ยังอาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับข้อตกลงโดยนัยที่เชื่อมโยงการลงทุนและการวางแนวทางยุทธศาสตร์ของประเทศในอ่าวเปอร์เซียกับการคุ้มครองจากสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

เมื่อทรัมป์เยือนกาตาร์หลังรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เขาประกาศว่า “เราจะปกป้องคุณ” ในขณะที่รัฐในอ่าวเปอร์เซียให้คำมั่นว่าจะลงทุนในสหรัฐฯ หลายล้านล้านดอลลาร์ การถอนตัวอย่างเร่งรีบโดยปล่อยให้รัฐในอ่าวต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยตนเอง อาจถูกมองว่าเป็นการทรยศต่อคำมั่นสัญญานั้น

4.อิสราเอลอาจโจมตีอิหร่านและเลบานอนต่อไป

การถอนตัวอย่างเร่งรีบของสหรัฐฯ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออิสราเอล ทั้งใน เลบานอน และฉนวนกาซา อิสราเอลยังคงโจมตีฝ่ายตรงข้ามหลังจากตกลงหยุดยิงแล้ว โดยอ้างว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลง

อิสราเอลส่งสัญญาณตั้งแต่เนิ่น ๆ ในความขัดแย้งกับอิหร่านครั้งล่าสุดว่า อิสราเอลส่งสัญญาณตั้งแต่เนิ่นๆ ว่ากำลังพยายามที่จะบั่นทอน หรือแม้กระทั่งโค่นล้ม ระบอบการปกครองของอิหร่าน และการถอนตัวของสหรัฐฯ โดยที่สาธารณรัฐอิสลามยังคงอยู่ อาจทำให้อิสราเอลมองว่าเป็นภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้น

แต่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยแสดงให้เห็นแล้วว่า สามารถควบคุมอิสราเอลได้เมื่อต้องการ ในช่วงสงครามอิสราเอล-อิหร่านครั้งล่าสุดในเดือน มิ.ย. 2025 เมื่อทรัมป์ดำเนินการเพื่อยุติความขัดแย้ง เขาบอกว่าเขาบังคับให้อิสราเอลเรียกเครื่องบินรบที่กำลังเดินทางไปโจมตีอิหร่านกลับได้

และถึงแม้ว่าอิสราเอลจะหยุดการโจมตีอิหร่านแล้ว ก็ไม่มีการรับประกันว่าอิหร่านจะตอบโต้เช่นกัน หลังจากถูกอิสราเอลโจมตีถึง 2 ครั้งภายใน 1 ปี อิหร่านจึงมีแนวโน้มที่จะต้องการคำรับรองว่าจะไม่ถูกโจมตีอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะเกิดขึ้นได้หากไม่มีการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างเป็นทางการ

อิหร่านยืนกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงข้อตกลงที่ครอบคลุมซึ่งจะยุติการสู้รบในเลบานอน การถอนกำลังของสหรัฐฯ ไม่น่าจะแก้ปัญหาในแนวรบนั้นได้ อิสราเอลได้เพิ่มความรุนแรงในการรุกคืบในเลบานอนหลังจากการโจมตีของฮิซบอลเลาะห์เพื่อสนับสนุนอิหร่าน และวางแผนที่จะทำลายและยึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจนกว่าจะแน่ใจว่าภัยคุกคามจากฮิซบอลเลาะห์หมดไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...