โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SCGP ย้ำรายได้ปีนี้ 1.3 แสนลบ. อัดงบลงทุนหมื่นล้านทรานส์ฟอร์มธุรกิจ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 09.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 29,294 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายและราคาเฉลี่ยที่ลดลง ประกอบกับผลกระทบจากช่วงวันหยุดยาวในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 1,516 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 5% ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 4,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรอย่างโดดเด่น มาจากการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับโครงสร้างพลังงาน (Energy Mix) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้ถึง 110 ล้านบาทในไตรมาสแรก รวมไปถึงการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากกิจการโรงงานกล่องบรรจุภัณฑ์ Mypack ส่งผลให้ SCGP มีส่วนแบ่งการตลาดบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นแตะระดับ 33% นอกจากนี้ สัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค (Consumer Packaging) ของบริษัทฯ ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 48% สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่วางไว้

ด้านนายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ผู้บริหาร SCGP กล่าวเสริมถึงผลประกอบการแยกตามสายธุรกิจว่า ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (Integrated Packaging) มีรายได้ 22,815 ล้านบาท ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทางด้าน EBITDA กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 24% สะท้อนการทำกำไรที่ดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous) มีรายได้ 5,957 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการย่อตัวของราคาสินค้าและการแข็งค่าของเงินบาท

ด้านฐานะทางการเงิน SCGP ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยหนี้สินสุทธิปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่งบลงทุน (CAPEX) ในไตรมาส 1 บริษัทฯ มีการใช้จ่ายไป 1,236 ล้านบาท จากงบประมาณรวมทั้งปีที่ตั้งเป้าไว้ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งงบดังกล่าวจะแบ่งเป็นการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและการควบรวมกิจการ (M&A) ราว 5,500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี นายวิชาญ ประเมินว่าปริมาณการขายในไตรมาสที่ 2 จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากจำนวนวันหยุดที่น้อยลง ส่วนในไตรมาสที่ 3 และ 4 อาจเผชิญกับความต้องการที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยราว 2-4% เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มั่นใจว่าเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ระดับ 130,000 ล้านบาท จะสามารถทำได้ทะลุเป้าหมายอย่างแน่นอน ตามทิศทางการปรับขึ้นของราคาขายที่สอดคล้องกับต้นทุน รวมถึงการมุ่งเน้นกลยุทธ์ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity)

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (TCFD) และความหลากหลายทางชีวภาพ (TNFD) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Nature Positive ภายในปี 2573 รวมถึงมุ่งรักษามาตรฐานระดับ A จากการประเมิน MSCI ESG Rating โดยตั้งเป้าหมายยกระดับสู่ระดับ AA ในอนาคตต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...