TRUE ก้าวใหม่..วันที่ไร้ Telenor
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ธุรกรรมซื้อขายหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUEระหว่าง Telenor และ Arise Venture Group (Arise)ถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้ Arise ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 24.95% ขณะที่ Telenor สัดส่วนเหลือเพียง 5.35% (มีเงื่อนไขขายทั้งหมดภายใน 2 ปี)
ปรากฏการณ์ที่ตามมาคือ TRUEแต่งตั้ง “นกุล เซห์กัล” เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (CFO) ขณะที่ Arise แต่งตั้ง “ยุภา ลีวงศ์เจริญ” เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (CFO) ของ Arise (ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ TRUE) ส่วนกรรมการ TRUE ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Telenor ส่วนใหญ่ลาออกจากตำแหน่ง..!!
โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้บริหารชาวต่างชาติ โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินร่วม (co-CFO) และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยระบบสารสนเทศ (CTO) น่าจะช่วยลดความกังวลของตลาดเกี่ยวกับกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลของบริษัท
ขณะที่ราคาซื้อขายแตกต่างกัน จากการปรับโครงสร้างการถือหุ้น กล่าวคือ การขายหุ้นของ Telenor หุ้นละ 11.70 บาท และการขายหุ้นของซีพีกรุ๊ป (CPG) หุ้นละ 14–14.50 บาท น่าจะสร้างระดับราคาทางจิตวิทยา ที่เป็นแนวรับให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี
หลังจากนี้ CPG และ Arise (ภายใต้โครงสร้างการถือหุ้นล่าสุด) ถือหุ้น TRUE รวมกัน 49.96% ทำให้ไม่จำเป็นต้องถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานะผู้ถือหุ้นสูงสุด และไม่ก่อให้เกิดเงื่อนไขการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (MTO) ทั้งนี้การขายหุ้นอีกส่วนหนึ่งของ CPG จำนวน 5.3% ใน TRUE มีสัดส่วนใกล้เคียงกับการถือหุ้นที่เหลืออยู่ของ Telenor ที่ 5.35%
สิ่งที่ต้องติดตาม TRUEนับจากนี้ มีมุมมองจากบล.กสิกรไทยที่น่าสนใจ คือ 1)วินัยทางการเงินของ TRUE เรื่องค่าใช้จ่าย (opex) งบจ่ายลงทุน (capex) การลงทุนใหม่ (investment) และการจัดสรรเงินทุน (capital allocation) 2)คุณภาพของกรรมการชุดใหม่ 3)ความสามารถในการหยุดการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดด้านรายได้
ส่วนปัจจัยตัวคูณมูลค่าหุ้น เริ่มจากการกลับมาเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของรายได้ จากบริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยไม่มีสงครามราคาจาก ADVANCเหมือนดั่งเช่นในอดีตการประหยัด opex และ capexที่ดีกว่าคาดส่งผลให้กำไรและกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการเงินทุนที่เข้มแข็งมากขึ้น
ด้วยราคาเป้าหมาย 15.99 บาท จากความชัดเจนเรื่องดังกล่าวมากขึ้น..!!
ขณะที่ JP Morganปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น Overweight หลังการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารและโครงสร้างผู้ถือหุ้น จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ภายหลังการขายหุ้นของ Telenor ออกไป
โดยผลงานที่แข็งแกร่งช่วงที่ผ่านมา พบว่า EBITDA ปี 2566-2568 เติบโต 22%,ผลตอบแทนจากเงินทุนที่ลงทุน (ROIC) ปรับตัวดีขึ้น 4%, อัตราหนี้สินปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.4 เท่า (จากเดิม 5.2 เท่า) และบริษัทได้กลับมาจ่ายเงินปันผลอีกครั้ง
พร้อมคาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานจะเติบโตอัตราทบต้นต่อปี (CAGR) ประมาณ 14% (ช่วงปี 2568-2571) โดยมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2569/2570 มากกว่า 10% และอัพไซด์ต่อเงินปันผลประมาณ 25% เมื่อเทียบประมาณการของตลาด (Consensus)
ด้วยราคาเป้าหมายปรับขึ้นเป็น 16.70 บาท (อัพไซด์ประมาณ 25%) โดยการ Re-rating ขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของกำไรและการปรับปรุงโครงสร้างการคืนผลตอบแทนสู่ผู้ถือหุ้น