โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

อีสท์วอเตอร์จ่อสูบน้ำบางปะกง ทำชาวบ้านหวั่นน้ำหนุนหล่อเลี้ยงร่องสวนหดหาย

77kaoded

เผยแพร่ 02 ส.ค. 2566 เวลา 13.55 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - อีสท์วอเตอร์ จ่อเตรียมสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำคลองเขื่อน ช่วงตอนกลางของลำน้ำบางปะกงส่งไปตุนเก็บสำรองไว้ยังที่อ่างเก็บน้ำบางพระชลบุรี ขณะชาวบ้านหวั่นกระทบน้ำที่เพิ่งไหลเข้าสู่ร่องสวนมะม่วงเป็นครั้งแรกในรอบปีช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่หลังถกร่วมตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำเห็นชอบให้ทดลองสูบก่อนได้ 1 สัปดาห์ หากกระทบจริงพร้อมให้ยุติทันที

คุยกับตัวแทนผู้ใช้น้ำ

วันที่ 2 ส.ค.66 เวลา 13.30-15.30 น. ที่บริเวณสถานีสูบน้ำของบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) (อีสท์วอเตอร์) ริมลำน้ำบางปะกงใน อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา ทางฝ่ายสื่อสารองค์กรของบริษัทอีสท์วอเตอร์นำโดย น.ส.ฉัตรแก้ว ภุมรินทร์ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร นายวาทิต ประสมทรัพย์ ผู้จัดการแผนกกิจการสัมพันธ์และ CSR นายสันติ ปิยะสราสารทูร ผู้จัดการแผนกบริการจ่ายน้ำ ฝ่ายปฏิบัติการและบริการลูกค้า

ได้จัดการประชุมหารือร่วมกันกับผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำจาก 6 อำเภอซึ่งอยู่ริม 2 ฝั่งลำน้ำบวงปะกงประกอบด้วยผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ อ.เมืองฉะเชิงเทรา อ.บ้านโพธิ์ อ.คลองเขื่อน อ.บางคล้า อ.บางปะกง อ.บางน้ำเปรี้ยว ปลัดอำเภอคลองเขื่อน สมาชิกสภาเกษตรกร จ.ฉะเชิงเทรา และนายสุพจน์ สุวรรณจิตร นายช่างชลประทานชำนาญการ ผู้แทนจากสำนักงานชลประทาน จ.ฉะเชิงเทรา ภายใต้ชื่อการประชุมว่า “ร่วมพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยกัน ! 0.5 เปอร์เซ็นต์สู้วิกฤตภัยแล้ง”

พาผู้ใช้น้ำเยี่ยมโรงสูบ

เพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับกรณีที่ทางบริษัทอีสท์วอเตอร์ จะทำการสูบผลันน้ำจากแม่น้ำบางปะกงเพื่อส่งไปกักเก็บไว้ยังที่อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นการสูบตามวงรอบที่ได้รับอนุญาตจากกรมชลประทาน ในช่วงเวลาหลังจากสิ้นสุดฤดูการลงมือหว่านไถของเกษตรกรในพื้นที่ และเป็นการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามาพิสูจน์ถึงคำถามที่มีผู้ตั้งข้อสงสัย จนเป็นที่กังขาในสังคมที่ว่า “อีสท์ วอเตอร์ สูบน้ำเยอะ จริงหรือไม่…? สูบน้ำจนน้ำหมุนวน จริงหรือไม่…? สูบจนระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงลดลง จริงหรือไม่…? สูบจนน้ำเค็มเข้ามาแทนที่ จริงหรือไม่…?

โดยมี นายวาทิต และนายสันติ เป็นผู้ทำหน้าที่ชี้แจง โดยระบุว่า ตามข้อมูลวิทยาศาสตร์นั้นพบว่าน้ำในแม่น้ำบางปะกงได้ไหลทิ้งลงทะเลไปมากถึงวันละประมาณ 59 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบม.) แต่ทางอีสท์วอเตอร์มีกำลังสูบน้ำได้สูงสุดเพียงวันละ 3 แสน ลบม.หรือคิดเป็นร้อยละ 0.5 ของน้ำที่ไหลผ่านโรงสูบคลองเขื่อน จึงต้องการให้ตัวแทนผู้ใช้น้ำพร้อมผู้เกี่ยวข้องได้เข้ามาพิสูจน์ข้อเท็จจริงร่วมกันในวันนี้ โดยที่ทางบริษัทจะได้ทำการทดลองเดินเครื่องสูบน้ำทั้ง 8 เครื่องอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หากส่งผลกระทบจริงตามคำถามที่เกิดขึ้นในสังคมก็พร้อมที่จะหยุดสูบในทันที

ขอทดลองสูบให้ดูก่อน

ขณะเดียวกันได้มี นายวิเชียร มงคล อายุ 72 ปี ชาวบ้าน ม.3 ต.คลองเขื่อน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีสูบน้ำของบริษัทอีสท์วอเตอร์ ได้พูดแสดงถึงความเป็นห่วงกังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่อาจลดระดับลงหายไป หากมีการเดินเครื่องสูบน้ำในสถานีสูบน้ำแห่งนี้ พร้อมยังระบุด้วยว่าในปีนี้เพิ่งมีน้ำจากแม่น้ำบางปะกงไหลเข้าสู่ร่องสวนมะม่วงเป็นครั้งแรกของปีช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากมีน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นในช่วงข้างแรม

แต่หากทางอีสท์วอเตอร์ ทดลองเดินเครื่องสูบน้ำแล้วไม่มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้น ทั้งความเค็มของน้ำไม่เพิ่มขึ้น และปริมาณน้ำไม่แห้งหายไป หรือหยุดไหลเข้าสู่ร่องสวนก็จะถือว่าไม่ได้รับผลกระทบ และหากส่งผลกระทบก็อยากขอหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางการติดต่อจากทางฝ่ายของอีสท์วอเตอร์ เพื่อที่จะสามารถแจ้งให้ทราบได้ในทันที และขอให้ทำการหยุดสูบ ซึ่งหากเป็นไปตามข้อตกลงนี้ ชาวบ้านก็จะไม่ขัดข้องในการที่ทางอีสท์วอเตอร์จะสูบน้ำส่งไปยังที่อื่น นายวิเชียร กล่าว

ให้สูบได้ 1 สัปดาห์

ด้านนายสุพจน์ ซึ่งเป็นตัวแทนจากฝ่ายชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันความเค็มของแม่น้ำบางปะกงยังอยู่ที่บริเวณ อ.บ้านโพธิ์ และ อ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยสามารถตรวจวัดที่ อ.บ้านโพธิ์ได้ความเค็มที่ 2-4 ppt (กรัม/ลิตร) ส่วนที่ อ.เมือง ตรวจวัดได้ที่ 0.8 ppt ซึ่งต่ำกว่า 1 ppt แล้วจึงถือว่าเป็นน้ำดีหรือน้ำจืดที่สามารถน้ำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรและด้านอื่นๆได้ตามปกติ นายสุพจน์ กล่าว

หลังการหารือและรับฟังข้อเสนอแนะจากตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้ง 6 อำเภอแล้ว ในที่ประชุมได้เห็นชอบให้ทาง บ.อีสท์วอเตอร์ ทำการเดินเครื่องเพื่อทดลองสูบน้ำได้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งในวันนี้ได้เริ่มเดินเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 เครื่องจากทั้งหมด 8 เครื่องก่อนเป็นลำดับแรก และหากส่งผลกระทบต่อชาวบ้านจะทำการหยุดเดินเครื่องทันทีตามข้อตกลงกันในที่ประชุม จากนั้นจึงได้ให้ผู้ที่เดินทางมาร่วมประชุมได้เข้าเยี่ยมชมภายในบริเวณสถานีสูบน้ำ และกดปุ่มสตาร์ทเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำไปตามลำดับ

พาเยี่ยมสถานีสูบ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...