โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สาวลูกครึ่งไทย-ลาว’ เผย มาเรียนหนังสือในไทยไม่ง่าย ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย หากไม่มีคุณอาคอยหนุนก็หมดโอกาส

THE STATES TIMES

อัพเดต 11 ส.ค. 2566 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2566 เวลา 11.30 น. • Hard News Team

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘Jenny Story’ หรือ ‘คุณเจน’ ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-ลาว ได้ออกมาตอบกลับคอมเมนต์สำหรับคนที่สงสัยว่า 'คนลาวที่มาเรียนอยู่ไทย หรือครอบครัวที่ส่งลูกมาอยู่ไทย เป็นครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย’ ซึ่งคุณเจนได้อธิบายโดยยกตัวอย่างครอบครัวของตนว่าฐานะทางบ้านนั้นไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แค่พอมีกินหรือฐานะปานกลาง แต่ได้รับโอกาสจาก ‘คุณอา’ ผู้คอยช่วยเหลือจนมีทุกวันนี้ โดยระบุว่า…

“ครอบครัวเจนพ่อแม่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมีเงินมีทองเยอะขนาดนั้น แต่มีแบบพออยู่พอกิน ไม่ถึงขั้นทุกข์ยากจนไม่มีกินเลยก็ไม่ใช่…ซึ่งก็คือฐานะปานกลางนั่นเอง ส่วนเรื่องที่เจนได้มาเรียนที่ไทย ส่วนหนึ่งคือคุณอาซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อแท้ ๆ เป็นคนไทย แต่แม่เป็นคนลาว และพ่อกับแม่ของเจนได้แยกทางกันแล้ว ส่วนกับพ่อยังติดต่อหากันตลอดเวลาที่เจนได้ไปอยู่ลาว มันเลยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกยังคงอยู่ ถึงแม้จะแยกทางกับแม่ไปแล้วก็ตาม ทีนี้คุณอาซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อได้มาถามเราว่าอยากเรียนไหม? เพราะเราเรียนจบมัธยมจากลาวมา ถ้าเกิดว่าจะมาทำงานมันก็ทำได้ แต่ว่าคุณอาอยากให้ได้เรียนมหาวิทยาลัย อยากให้ได้เข้าสังคมในมหาวิทยาลัย อยากให้เรียนรู้และเห็นมุมมองหลาย ๆ อย่าง เพื่อจะทำให้เราได้มีข้อเปรียบเทียบว่าการที่เราทำงานมันก็ดีอย่างหนึ่งและการที่เรียนหนังสือมันก็ดีอย่างหนึ่ง เราจะได้เห็นโลกอีกหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ มุม”

“ดังนั้น คุณอาได้บอกว่าหากอยากเรียนเขาก็จะช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน คนละครึ่งกับแม่ เพราะอยากให้เราลองเรียนดูก่อนว่าไหวหรือไม่ไหว ส่วนตัวยอมรับเลยว่าไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเรียนได้ใน 4 ปีนี้ เพราะปริญญาตรีมันค่อนข้างยาก ทั้งเรื่องภาษาต่าง ๆ ระหว่างไทยกับลาว ซึ่งมันจะมีภาษาพูดที่คล้ายกันอยู่ แต่เรื่องภาษาเขียนมันจะยากในระดับหนึ่ง แม้มีประสบการณ์ในการได้เรียนแล้วเลยคิดว่ามันยังคงค่อนข้างที่จะยากอยู่ เพราะมันมีพยัญชนะที่เยอะกว่าลาว จึงไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะเรียนได้ไหม? ก็ยัง 50/50 เพราะอะไรหลาย ๆ อย่าง”

“ซึ่งคุณอาเลยจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายตั้งแต่เรียนอยู่ปี 1 จนถึงปี 4 ส่วนค่าใช้จ่ายต่อเดือนคือ 5,000 บาท แม่ให้ 3,000 บาท แล้วคุณอาให้อีก 2,000 บาท ซึ่งส่วนนี้คือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้รวมค่าเทอมและไม่ได้รวมค่าหอ ค่าหอนั้นจะจ่ายแยกต่างหากประมาณ 16,000 บาทต่อหนึ่งปีที่เรียน และค่าเทอมประมาณ 22,000 บาทต่อหนึ่งปี รวมทั้ง 4 ปี ก็เป็นเงินที่หลายบาทอยู่ ถ้าเกิดว่าไม่ได้คุณอาและผู้ที่คอยซัปพอร์ตอยู่เบื้องหลังหลาย ๆ คน ก็คงไม่ได้เรียนจนถึงทุกวันนี้”

“และนี่คือข้อสงสัยสำหรับหลาย ๆ คน ที่สงสัยว่าครอบครัวเจนมีเงินไหม ถึงได้มาเรียนอยู่ไทย แบบว่าครอบครัวต้องมีเงินซินะ ถึงส่งลูกมาอยู่ไทยได้…แต่ก็นั่นแหละ…ครอบครัวไม่ได้มีเงินขนาดนั้น แม่เจนจบแค่ ป.2 อาชีพขายของ ส่วนพ่อจบประมาณ ม.3 หรือ ม.4 อาชีพเกษตรกรธรรมดา ถ้าไม่ได้คุณอาส่วนหนึ่งก็คงไม่มีโอกาสได้เรียนในมหาลัย เพราะมันต้องใช้เงินเป็นก้อน ไหนจะค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน แล้วแม่ก็ยังหาเงินอยู่คนเดียว ถ้าเกิดขอเงินเพื่อมาเรียนก็สงสารแม่ ถ้าคุณอาไม่ยื่นมือมาช่วยก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เรียน คุณอาเป็นคนหนึ่งที่ดึงมาเพื่ออยากให้หลานได้เรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัย อยากให้เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นมุมมองอะไรหลาย ๆ อย่างที่มันแตกต่างจากเมื่อก่อนที่เคยอยู่มา ซึ่งเมื่อก่อนเรียนจบจาก สปป.ลาว พอจบ ม.7 จากที่นี่ ก็มาต่อมหาวิทยาลัยอยู่ที่ประเทศไทย ดังนั้น คุณอา คือส่วนหนึ่งที่ทำให้มาถึงทุกวันนี้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...