โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ ผู้ปลุกปั้นแบรนด์ THANN กับชีวิตที่รู้จักพอ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ต.ค. 2566 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2566 เวลา 01.03 น.

ผู้เขียน : ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่

THANN (ธัญ) แบรนด์สปาและสินค้าเครื่องสำอางของคนไทยที่ถูกปลุกปั้นขึ้นมาพร้อมกับเส้นทางชีวิตอันน่าสนใจของ “โอ๋-ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์” จากเด็กหนุ่มจบวิศวะที่ฝันอยากเป็นเถ้าแก่ตั้งแต่อายุ 30 จนวันนี้ส่งแบรนด์ THANN ออกสู่ตลาดระดับโลก กับหลักคิดที่รู้จักคำว่า “พอ”

หนุ่มวิศวะ ตั้งเป้าเป็นเถ้าแก่อายุ 30

คุณโอ๋เล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า ผมจบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่คิดว่าตัวเองไม่ชอบทำอาชีพวิศวกร จึงไปทำงานด้านการตลาดกับรังนกและซุปไก่ ต่อด้วยเรียนปริญญาโท MBA ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย และทำงานในบริษัทอาหารที่นั่นในตำแหน่งเอ็กซ์ปอร์ตแมเนเจอร์

คิดมาตลอดตั้งแต่เด็ก ว่าอายุ 30 จะเป็นเถ้าแก่ พอทำงานที่ออสเตรเลียแล้วอายุใกล้ 30 จึงเขียนบิสซิเนสแพลนไปให้เจ้านายดู เขาเห็นด้วย จากนั้นผมก็ลาออกมาทำแบรนด์ “THANN” ของตัวเอง

อาหารและเครื่องสำอางไม่ได้ต่างกันมาก ใช้ตาเห็น กลิ่นสัมผัส แพ็กเกจจิ้ง และวัตถุดิบเป็นธรรมชาติเหมือนกัน เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด เพียงแต่เครื่องสำอางเข้าสู่ร่างกายทางผิว อาหารเข้าทางปาก การเริ่มทำ THANN จึงไม่ใช่เรื่องใหม่มาก และไม่ได้เรียนรู้จากศูนย์ทั้งหมด

หลังจากลาออกได้ครึ่งปี ผมมีเวลาอีก 5 เดือน เพื่อให้ทันการเปิดตัวโปรดักต์ในงาน BIG ที่สมัยนี้เรียกว่างาน STYLE ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งก็เริ่มมีออร์เดอร์เข้ามาเรื่อย ๆ จากงานนั้น

หลังจากนั้นเราไปคุยกับเซ็นทรัลชิดลม เปิดเคาน์เตอร์ในแผนกของตกแต่งบ้าน และเอ็มโพเรียมในโซนเอ็กโซติกช็อปเพื่อขายชาวต่างชาติ ตอนนั้นมีโปรดักต์ 3 กลิ่น และออกใหม่ปีละ 10 ตัว ในช่วง 10 ปีแรก อันไหนไม่ดีก็เปลี่ยนออก เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเป็นร้อยตัวในวันนี้ และไม่ต้องออกใหม่ทุกปีแล้ว

ปัจจุบันผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว THANN มียอดขายกว่าปีละ 800 ล้านบาท พร้อมการเติบโตต่อเนื่อง 15-20% ต่อปี และได้ขยับขยายการลงทุนไปยังธุรกิจเวลเนส “THANN Wellness Destination” บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ที่ทอดยาวตลอด 300 เมตร ริมฝั่งแม่น้ำน้อย บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“ชื่อแบรนด์ THANN มาจากคำว่าธัญพืช ดูมีที่มาที่ไป ไม่มีอะไรซับซ้อน และเข้ากับคนไทย กับต่างชาติจะรู้สึกว่าสมุนไพรไทยเป็นของว้าว ทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ เหมือนเราว้าวกับลาเวนเดอร์ที่ถือว่าธรรมดาสำหรับเขา”

เติบโตมาพร้อมวิกฤต แต่มองโลกแง่บวก

คุณโอ๋เล่าถึงช่วงโควิดที่ผ่านมาว่า เกิดมาก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ แต่ผมเป็นคนมองโลกในแง่บวกเสมอ ก็เป็นเวลาที่ดีทำให้เราได้อยู่บ้าน ใช้เวลากับตัวเองและครอบครัว แม้ตอนนั้นเพิ่งเปิด THANN Wellness Destination ที่อยุธยาได้เพียง 3 เดือน พร้อมทั้งลูกน้องอีกมากมายที่ต้องดูแล

วิกฤตมักแสดงนิสัยคนออกมา ใครแพนิก ใครใจเย็น คนมีความสุขก็สุขต่อไป เราได้เห็นน้ำใจจากผู้อื่นมากขึ้น แต่อีกด้านคนเป็นหนี้ก็หนักหนา

ผมเปิดบริษัทและสร้างเวลเนสที่อยุธยาโดยไม่กู้เงินสักบาทเดียว แม้คุณพ่อจะเป็นผู้บริหารธนาคารกรุงเทพก็ตาม ถ้าเคยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้วเราจะระวังการใช้เงิน ผมจบปริญญาตรีปี 2540 เห็นฟองสบู่แตก คนลำบาก บริษัทปิดตัว ถ้าเคยเห็นสิ่งเหล่านี้คุณจะเป็นคนที่ค่อนข้างกลัว แต่ถ้าคนไม่เคยประสบมาก็จะกล้าลงทุน กล้ากู้แบงก์ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ขี้เหนียว และเป็นพวกเสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้ ต้องใช้แต่ของดี ๆ เพื่อมาทำโปรดักต์

“การที่เติบโตมาพร้อมวิกฤตมันมีอิทธิพลกับตัวผมโดยไม่รู้ตัว ทำให้เป็นคนที่มีน้อยก็ใช้น้อย มีเยอะก็ใช้เยอะ ใช้เพื่อการสร้างบริษัทให้แข็งแกร่ง”

ไม่มีโรงงาน ไม่ปวดหัว ให้คนเก่งด้านนั้นทำ

คุณโอ๋เล่าว่า ผมจบวิศวะอุตสาหการจึงรู้ดีว่า การเป็นผู้จัดการโรงงานมันน่าปวดหัวเพียงใด THANN จึงไม่มีโรงงานเลย ไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีโรงงานดี ๆ เยอะ ใครเก่งด้านไหนเราก็ให้เขาผลิตอันนั้น แต่ไม่ได้หมายถึงให้คนอื่นทำทั้งหมด เราเป็นคนเบลนด์สารสกัดแล้วส่งไปให้เขา ฝรั่งเศสเก่งเรื่องเซรั่มเราก็ผลิตที่นั่น สำหรับวัตถุดิบอย่างมะกรูด ตะไคร้ และอีกหลายชนิด แหล่งปลูกที่เราใช้อยู่ในภาคกลาง แต่มะลิที่ไทยปลูกไม่พอ เราก็ต้องใช้จากอินเดีย เป็นต้น

เรามี perfumer แต่คอนเซ็ปต์ต้องมาจากผม เขามีหน้าที่ทำให้กลมกล่อม เรารู้ว่าลูกค้าเราคือใคร ตลาดใหญ่ของเราคือเอเชีย และเราคือคนเอเชีย ดังนั้น เราจะเข้าใจ

แข่งกับตัวเอง แต่ไม่ขยายเป้าหมายชีวิต

คุณโอ๋ฉายภาพถึงตลาดเครื่องสำอางวันนี้ว่า เป็นสิ่งที่มนุษย์ช็อปกันมากที่สุด การแข่งขันจึงสูงมาก ผู้เล่นในตลาดก็มีแต่แบรนด์ใหญ่ ซึ่งผมว่าต้องแข่งกับตัวเอง ต้องหาแคแร็กเตอร์ของตัวเองให้เจอถึงจะรอด

มีคนติดต่อขอซื้อ THANN เยอะมาก แต่เราจะไม่ขาย เพราะมันคือ “อิคิไก” ของผม ผมมีความสุขที่ได้ทำ และจะทำไปเรื่อย ๆ

ผมบอกทุกคนว่าผมพอเพียงมาตั้งนานแล้ว ตอนเริ่มทำ THANN แรก ๆ มีคนถามว่าเป้าหมายคืออะไร ตอนนั้นก็ตอบว่ามีแบรนด์เล็ก ๆ มีกลุ่มแฟนเล็ก ๆ ชอบเราและเราเลี้ยงตัวได้ ไม่มีหนี้สินก็แฮปปี้แล้ว ดังนั้น วันนี้ที่ยอดขายแตะ 800 ล้านบาทต่อปี ก็ควรจะเลี้ยงตัวได้แล้ว ไม่ต้องมีปัญหาอะไรอีก

แม้วันนี้ THANN จะมีสาขาในประเทศ 14 แห่ง และขยายตลาดไปกว่า 60 ประเทศทั่วโลก แต่คุณโอ๋บอกว่า เราไม่ได้บ้ายอ ไม่ได้เก็บจำนวนสาขาหรือจำนวนประเทศ อย่างในกรุงเทพฯ เรามีที่เอ็มโพเรียม, เซ็นทรัลเวิลด์, พารากอน, ไอคอนสยาม และสุขุมวิท 47 ไม่ต้องบุกทุกประเทศ เช่น สาขาที่สิงคโปร์ก็พอ ไม่ต้องเปิดที่จาการ์ตา เพราะเศรษฐีที่นั่นจะบินมาซื้อที่สิงคโปร์ ในตะวันออกกลางเช่นกัน เปิดดูไบพอแล้ว เดี๋ยวซาอุดีอาระเบีย คูเวต ฯลฯ ก็บินมา

“เมื่อรู้จักคำว่าพอ เราก็บริหารเวลาและความเครียดได้ดี ทำให้มีพลังเหลือในการทำอะไรอีกเยอะ”

ถามว่าดึงตัวเองให้พอได้อย่างไร ผมว่าต้องอยู่ใกล้ “พระธรรม” แม้ผมไม่ค่อยเข้าวัด แต่นำคำสอนพระพุทธเจ้ามาเตือนตัวเองเสมอ ใกล้ขนาดที่เอามาใช้กับงาน เวลเนสที่อยุธยาจะมีรูปปั้นลิงปิดหูปิดตา 3 ตัว สื่อถึง มุทิตา อุเบกขา อีกตัวยื่นกล้วยมามีคำว่า “kindness” หมายถึง เมตตากรุณา

ก่อนนอนบนห้องก็จะมีการ์ดวางไว้ที่หัวเตียง เขียนข้อความต่าง ๆ เช่น เรื่องวุ่นวายในโลกมาจาก 2 อย่าง คือไปหลงรักกับหลงเกลียด ผมเลือกมาเขียนเอง ผมจะมีสมุดเล่มหนึ่งที่ไปเจออะไรดี ๆ ก็จดไว้

“ผมจะไม่ขยายเป้าหมายของชีวิต มันทำได้เยอะกว่านี้ 7-8 เท่าก็จริง แต่ถือว่ามันมาเอง เรามีความสุขที่ถึงเป้าแล้ว มนุษย์เราเครียด ทุกข์ เพราะขยับเป้าหนีตัวเองไปเรื่อย ๆ วิ่งไม่ถึงเส้นชัยสักที ผมไม่อยากเครียด ลูกค้ารักแบรนด์ ลูกน้องรักบริษัท ก็ไม่ควรเครียดอะไรแล้ว”

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...