นายก อบจ.ลำพูน ชี้แจงกรณีจัดทำปฏิทิน พร้อมยินดีให้ตรวจสอบ
จากกรณีที่มีข่าววิจารณ์ยับ! อบจ.ลำพูน พรรคประชาชน ใช้เงินภาษี 1.25 ล้านบาท จัดทำปฏิทินโปรโมทผลงานตัวเองแจกชาวบ้าน ข้องใจนโยบายพรรคสุดย้อนแย้ง "ไอซ์ รักชนก" ตรวจสอบประกันสังคมทำปฏิทิน แต่พวกเดียวกันทำเองกลับนิ่งเฉย ด้าน นายก อบจ. "เฮง วีระเดช" บอกทำทุกปี ทำไมต้องเอามาเป็นประเด็น นั้น
ต่อมาทางด้านนายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน ชี้แจงเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊ก “เฮง วีระเดช ภู่พิสิฐ”ของตัวเองว่า ก่อนอื่น ขอท้าวความไปถึงเรื่อง ที่จะเป็นข่าวใหญ่ในหลายๆสื่อในวันนี้ ผมเข้าใจดีว่าหลายๆสื่อให้ความสนใจจากการที่กรณีเพจฯได้ออกมาตีถึงงบ ของอบจ. ลำพูน ที่ใช้ในการทำ ปั๊กกะตืนล้านนาหรือปฏิทินทางเหนือ ซึ่งหลังจากทางหน่วยงาน และตัวผมเองได้ชี้แจงให้สาธารณะชนได้รับทราบ ก็ต้องขอบคุณ ที่ให้เราได้ชี้แจงประเด็นเรื่องปฏิทินนี้แยกได้เป็นสองประเด็น หากจะนำไปเปรียบกับประกันสังคม ถ้าประกันสังคมออกมาชี้แจงได้ผมว่าสังคมก็คงหมดข้อสงสัยเหมือนกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ภายหลังเป็นกระแสข่าวไม่กี่ชั่วโมง ทางอบจ.ก็ได้รับโทรศัพท์จากข้าราชการ สตง. มาขอเอกสารการทำปฏิทินย้อนหลัง 3 ปี เพื่อนำไปตรวจสอบ ผมได้ให้ทางข้าราชการแจ้งกลับไปว่ายินดี ที่จะให้ตรวจสอบ ประเด็นคือ สิ่งที่นำมาซึ่งอาจจะเป็นความเดือดร้อนกับหน่วยงานอื่นๆคือทุกหน่วยงานที่ทำปฏิทินแจก จะโดนเรียกตรวจสอบหมด แล้วจากที่เราหาข้อมูลมาเมื่อช่วงบ่าย หลายหลายหน่วยงาน ทำราคาค่อนข้างสูงกว่าเราพอสมควรก็เป็นหน้าที่หน่วยงานแต่ละหน่วยงาน คงต้องไปชี้แจงกันเอง เพราะทางอบจ. ได้ชี้แจงในส่วนของตัวทางอบจ. แล้ว จริงๆเรื่องพวกนี้ ผมพอจะทราบอยู่บ้างว่า ทางเราจัดทำครั้งนี้ เฉพาะการดูในหน่วยงานด้วยกันเอง ตามสติย้อนหลังผมว่าชุดนี้ก็ทำได้ถูกที่สุดแล้ว ต้องขอบคุณที่ทำให้เรื่องนี้ตีแท้ขยายเป็นมุมกว้างและมีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง จบสำหรับเรื่องปฏิทินไปที่ผมเขียนไปผมคิดว่าได้ชี้แจงต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนในทุกเรื่องที่ควรชี้แจงและกระทบต่อผู้อื่นน้อยที่สุดแล้ว
เรื่องต่อมาที่อยากจะเขียนก็เอาเป็นว่าเรื่องควันหลงหลังเลือกตั้งแล้วกัน จริงๆหลังการเลือกตั้งแน่นอนจังหวัดลำพูนได้สส.จากพรรคประชาชนทั้งสองเขตก็เป็นที่น่าจับตามองว่าจังหวัดจะมีทิศทางในการทำงานอย่างไร แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็นมาหลายหลายวันนี้คือมีหลายๆเพจที่ขึ้นบนหน้าเฟส Facebook บางเพจเพิ่งเปิดตัวไม่กี่วันบาง Pages ก็ช่วยกันเชียร์ลำพูนเขียนข่าวถึงลำพูนแบบอวยจนไม่ลืมหูลืมตา ตอนแรกแรกก็ไม่ได้สนใจแต่หลังจากที่มีเคสคุณแก้วตาได้เขียนว่า และให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่งว่า อ้างว่าพรรคประชาชนมีทีม io อยู่ที่ชั้นสี่ ในใจก็เริ่มเอะใจไหวช่วงนี้ทำไมมีคนสนใจจังหวัดลำพูนบ่อยจังโดยเฉพาะเพจต่างๆเขียนข่าวจนเวอร์ไปเลยก็มีสุดท้ายก็นำมาถูกโยงว่า Pages ที่กำลังอวยอวย ลำพูนอยู่นี้ เป็นไอโอจากโพสต์ของพี่แขกคำผกา ที่บอกว่าคนที่อวยลำพูนอยู่นี้เป็นไอโอซะ ส่วนใหญ่ ผมได้แต่นั่งคิดว่าเอ๊ะหรือสิ่งที่ผมสังหรณ์จะเป็นเรื่องจริง ว่ามีการปั้นเพจขึ้นมาเพื่อ เหมือนจะเชียร์ลำพูนจนเกินเหตุแล้วสุดท้าย ก็ให้อีกกลุ่มนึงมาด่าเพื่อให้สมกับที่ว่าผักส้มมีการจ้างไอโอ จริงๆเรื่องพรุ่งนี้บอกไปการสื่อสารต่อไปนี้ก็จะยากพิสูจน์แล้วเพราะว่า ต่อให้เราพูดแทบตายพรรคประชาชนบอกแทบตายขนาดไหนคนบางส่วนก็เชื่อว่าเรามีการจ้างทีมไอโอขึ้นมาจริงๆ แต่ถ้าเป็นคนที่ทำงานอยู่กับพักและทำงานร่วมกับพรรคจะรู้ว่า พรรคไม่ได้มีเงินที่จะไปทำทีมไอโอขนาดนั้น แต่ผมกลับสังเกตและตั้งข้อสงสัยมาตลอดว่า การทำไอโอ จากการรับรู้ของเรามันเริ่มเมื่อไหร่แล้วมีกลุ่มการเมืองไหนบ้างที่อยู่เบื้องหลังการทำไอโอประเภทนี้ จนได้ข้อเท็จจริงมาในระดับนึง จากคนที่เคยทำงานอยู่ในทีมปัจจุบันลาออก แล้วมาทำงานแถวภาคเหนือ ผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ เรียกว่าเป็นน้องคนนึงแล้วกันเพราะอายุน้อยกว่าผม เค้าได้เล่าว่าเค้าเคยเป็นทีมงาน ที่อยู่เบื้องหลังเพจพวก ตอนนั้นน้องดูแลเพจๆ นึงที่เขียนเกี่ยวกับลำพูนโดยเฉพาะ นี้มีการทำงานอย่างเป็นระบบและมีระดับสั่งการด้วย มีการร่วมงานกับหน่วยงานต่างๆ และหน้าเหลือเชื่อที่เป็นการจับมือกัน หลายองค์กรมาก แต่ช่วงก่อนหน้านี้ มีอดีตนักการเมืองคนหนึ่งถือว่าอยู่ในระดับสั่งการได้เรยแหละ ตอนแรกที่มีคนรู้จักพาน้องคนนี้มาเจอ ทางผม ครั้งแรกผมก็ไม่เชื่อจนครั้งที่สอง ด้วยครอบครัวของน้องต้องการความช่วยเหลือ ผมเลยได้ประสานงานในการช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป น้องได้รวบรวมหลักฐานที่น้องเคยเก็บไว้ในการร่วมงานกับกลุ่มพวกนี้มาให้ดู ผมนั่งดูแล้วน้องบอกว่าน้องออกมาสักพักแล้ว ถ้าพี่จะเขียนอะไรก็ขอคำนึงถึงความปลอดภัยน้องเขาด้วย
บทความต่อไปผมจะเขียนข้อมูลบางส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ให้หลายหลายคนได้บางข้อแล้วกันว่าโดยรวมแล้วใครอยู่เบื้องหลังขบวนการพวกนี้บ้าง
สุดท้ายสิ่งที่ผมมานั่งคิด อยากให้ทุกคนจับตามองคือ
การจัดตั้งรัฐบาลการร่วมจัดตั้งรัฐบาลของแต่ละพรรคการเมืองมากกว่าเพราะหลายๆพรรคตอนหาเสียงก็ด่ากันเปล่าเปล่าเปล่าเลือกตั้งเสร็จไม่กี่วันก็ไปจับมือเสร็จเรียบร้อย ต่างกับอีกพักนึงที่ผมค่อนข้างเห็นใจมากเพราะตอนหาเสียงแทบจะเป็นพวกเดียวกันอยู่กลุ่มเดียวกัน ไม่เคยด่าไม่เคยโจมตีกันเลย แต่ มาวันนี้กับถูกเฉยชายังไม่มีใยดี
การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ยังมีข้อสงสัยเคลือบแคลงใจของหลายหลายคนในสังคม แต่กลับไม่มีสื่อหลักหรือสื่อใดๆให้ความสนใจในเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งเลย
สองสิ่งนี้ต่างหากเรื่องใหญ่ที่ประชาชนทุกคนควรให้ความสนใจ
เนี่ยแหละการเมือง