โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลให้ประกันตัว"สมยศ"พร้อมพวกรวม 3 คน -"อานนท์ "นอนคุกต่อ

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศาลให้ประกันตัว

ศาลให้ประกันตัว"สมยศ" พร้อมพวกรวม 3 คน ขณะเจ้าตัวขอบคุณศาลยันจะสู้ให้ถึงที่สุด แสดงความบริสุทธิ์ส่วน"อานนท์ "นอนคุกต่อ

วันนี้ (20 ก.พ.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบันหมายเลขดำอ.498/2567ที่พนักงานอัยการคดีอาญา5 เป็นโจทก์ฟ้องนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมกับพวกรวม7 คนเป็นจำเลยฐานดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามป.อาญามาตรา112ฯ โดยจำเลยในคดีนี้ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 1 นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 2 นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 3 น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ หรือ มุก จำเลยที่ 4 น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน จำเลยที่ 5 นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า จำเลยที่ 6 น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย นักแสดงชื่อดัง จำเลยที่ 7 ในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทน พระองค์, ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ, ความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก, ความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติโรคติดต่อ, ความผิดต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

พฤติการณ์ตามฟ้องสรุปว่า เดือน พฤศจิกายน 2563 พวกจำเลยร่วมกันจัดชุมนุมสาธารณะ บริเวณ ถ.พหลโยธิน และบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 เขตบางเขน โดยพวกจำเลยไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวน 2,000 คน และเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกพวกจำเลยไม่ยกเลิกการชุมนุม โดยระหว่างการชุมนุมพวกจำเลยปราศรัยให้ผู้ฟังเข้าใจผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์และสถาบันฯ

จำเลยทั้ง 7 ให้การปฏิเสธ และระหว่างการพิจารณานายพริษฐ์ จำเลยที่ 2 หลบหนี ศาลอาญาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 2

ทั้งนี้ ศาลอาญา พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางนพสืบแล้ว พิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 3, 4, 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9, 18

และจำเลยที่ 1 และที่ 3-6 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 มาตรา 4, 9 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

โดยการกระทำของจำเลย ที่ 1, 3, 4, 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

และทางนำสืบของจำเลยที่ 1 และที่ 3-6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 มีกำหนดคนละ 2 ปี 8 เดือน ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 คงปรับจำเลยที่ 1, และที่ 3-6 คนละ 10,000 บาท และฐานร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับจำเลยที่ 1, 3-6 เป็นพินัยคนละ 200 บาท

รวมลงโทษจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน และปรับคนละ 10,200 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 ปรับจำนวน 10,200 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และหากไม่ชำระค่าปรับเป็นพินัยให้บังคับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 30, 31 และส่วนของจำเลยที่ 1 ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1629/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.4019/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2495/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.2841/2566), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2804/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.25/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2847/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.1863/2567) ของศาลอาญานี้ และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1522/2567 (หมายเลขแดงที่ 3040/2566) ของศาลนี้ด้วย

โดยข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ส่วนจำเลยที่ 7 พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอได้ว่า เป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนจำเลยอื่นไปร่วมชุมนุมหรือปราศรัยด้วย จึงพิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นางสาวพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ หรือ "มุก" และ นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ "ฟ้า" จำเลยในคดี "ดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง" โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ

ด้านนายสมยศ กล่าวว่า จำเลยที่ 3,4,6 ยกเว้นนายอานนท์จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 3 โดยนายสมยศ พฤษภาเกษมสุข หนึ่งในจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวให้สัมภาษณ์ว่า ตนขอขอบคุณศาลที่ให้สิทธิในการประกันตัว ตนยืนยันว่าจะคดีนี้จะอุทธรณ์ สู้ให้ถึงที่สุด แสดงความบริสุทธิ์ไปว่าสิ่งที่พวกเราปราศรัยไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 นั้นเป็นการทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง หลังจากนี้ตนจะทำตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัดในการมารายงานตัวตามกำหนด

นายสมยศ กล่าวอีกว่า ตนขอเรียกร้องให้เพื่อนนักโทษทางการเมืองอีก 60 ชีวิต ไม่ควรถูกคุมขัง เพราะถ้าเราจะเป็นประชาธิปไตย มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงมีรัฐบาลประชาธิปไตย จะต้องไม่มีนักโทษทาวการเมือง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่จัดการกับนักโทษทางการเมือง ตนคิดถึงนายอานนท์ นำภา และพรรคพวก อยากให้พวกเขาได้รับสิทธิ์ในการประกันตัวด้วย

เมื่อถามว่ามีความกังวลใจกับคดีอย่างไรบ้าง นายสมยศ กล่าวว่า ศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปเราจะใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ตนไม่มีความกังวลหลังจากนี้เพราะเนื้อหาที่ปราศรัยเป็นความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

"ตนขอบคุณศาลที่ให้การประกันตัวในดังกล่าวพร้อมทั้งจะดำเนินการยืนอุทธรณ์ต่อ เพื่อที่ตนจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่พวกตนได้แสดงความคิดเห็น จากการปราศรัยในวันที่28 พฤศจิกายน 2563ด้วยความบริสุทธิ์ใจและเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะในการแก้ไขกฎผมายมาตรา112 หรือการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองการที่ศาลปล่อยชั่วคราว ตนจะปฎิบัติคำสั่งศาลในการรายงานตัว

ตนขอเรียกร้องว่าเพื่อนของตนอีก10 ชีวิตที่ถูกคุ้มขังไม่ควรที่จะการคุมขังนักโทษทางการเมือง เพราะการที่ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยทั้ง รัฐบาลประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญได้นั้นจะต้องไม่มีนักโทษทางการเมือง ตนขอเรียกร้องรัฐบาลที่กำลังจัดตั้งจะต้องจัดการกับปัญหานักโทษทางการเมือง พร้อมทั้งตนคิดถึงนายอานนท์และพรรคพวก ตนมุ่งหวังว่าอานนท์จะได้สิทธิการประกันตัว

สำหรับในด้านคดีเบื้องต้นศาลชั้นต้นได้มีการพิพากษาเป็นไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้นตนก็จะอุทธรณ์ต่อไป

สำหรับการปราศรัยคนพูดตามความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และบทบาทสถานภาพทางพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย โดยตนจะอุทธรณ์ต่อว่าเรามีเจตนาที่ดีที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติและเป็นคนที่ห่วงใยต่อบ้านเมือง

โดยการคุมขังนักโทษการเมืองเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศยังไม่มีเสรีภาพด้านการแสดงความคิดเห็น" นาย สมยศ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...