รอง ผบ.ตร. เดินทางร่วมประชุมและตรวจที่เกิดเหตุ คลังแสงระเบิด
รอง ผบ.ตร. เดินทางร่วมประชุมและตรวจที่เกิดเหตุ คลังแสงระเบิด ยืนยันไม่มีวินาศกรรมแน่นอน
เมื่อเวลา 14.00 น. (28 ก.พ. 2569) ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ มายังสนามบิน ตชด.21 โดยมี พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยคณะ ให้การต้อนรับก่อนเข้ารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ภาพรวมในการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุของชุด EOD และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน
ซึ่งล่าสุดนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานภาค 3 เพื่อรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้ง จากนั้นได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยยังมีเศษซากห้องเก็บคลังแสงอาวุธที่ถูกเผาไหม้จำนวนมาก ยังกระจัดกระจายอยู่เป็นจุดๆ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ EOD ก็ยังอยู่ระหว่างการใช้อุปกรณ์สแกนและเดินสำรวจหาสวัตถุระเบิดเพิ่มเติม
พล.ต.อ.ธัชชัย ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อสั้นๆ ว่า ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าว ปลอดภัยดี รอเพียงผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น ยืนยันไม่มีวินาศกรรมแน่นอน
ส่วนด้านทางคดีก็ให้สืบสวน และสรุปผลให้ได้เร็วที่สุด ส่วนพื้นที่ชายแดนที่สถานการณ์เบาบางลง ก็ได้มีการบูรณาการร่วมกับกับฝ่ายปกครอง ทหารอย่างต่อเนื่องและเป็นไปด้วยดี
ด้าน พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏในข้อมูลข่าวสาร และมีการนำเสนอว่าสาเหตุอาจจะเกิดจากโดรนพลีชีพจากฝ่ายตรงข้าม ในส่วนของฝ่ายสืบสวนทางตำรวจตระเวนชายแดน และทางตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ ร่วมกันในการตรวจสอบ โดยได้ไปเชิญคนที่ให้ข่าวมาแล้ว เพื่อการสอบถาม ซึ่งได้ถามว่าในเรื่องที่ให้ข่าว ก็ยืนยันว่าได้เห็นตอนหลัง หรือหลังเกิดเหตุ ซึ่งตอนเกิดเหตุในช่วงเวลา 19.30 น. ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ โดยระเบิดเกิดขึ้นแล้วจึงมาเห็นตอนหลัง ซึ่งก็สอดคล้องกับปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ หลังจากเวลา 19.30 น. ทั้งผู้ว่าการจังหวัดสุรินทร์ ผู้บัญชาการมนฑลทหารบกที่ 25 และตนเองได้นำกำลังออกมาในการควบคุมพื้นที่สถานการณ์ให้ปลอดภัย โดยมีการกั้นคน ไม่ให้เข้าพื้นที่หรือใกล้ที่เกิดเหตุ โดยการตรวจสอบก็ใช้ระบบโดรน อาจสอดคล้องกับที่คนที่ให้ข่าวเห็น ซึ่งตอนนั้นต้องใช้โดรนในการบินดูไฟว่าลุกลามไปจุดไหนบ้าง จึงขอยืนยันว่าคนที่ให้ข่าว เขาได้มาเห็นทีหลังแล้ว ตนเองก็ไม่รู้ว่าข่าวออกไปแบบนั้นได้อย่างไร
ซึ่งในตอนที่เรียกมาสอบ ก็ได้เตือนไปแล้วว่า ถ้าหากทำให้ข่าวบิดเบือนต่างๆ ก็อาจจะเข้าข่ายของการสร้างข่าวปลอม ข่าวเท็จ อาจจะทำให้เกิดการตื่นตระหนกขึ้นมาได้ ซึ่งทางเจ้าตัวก็ได้ยืนยันว่าได้เห็นหลังเกิดเหตุแล้ว แต่ไม่รู้ว่าข่าวออกไปแบบนั้นได้อย่างไร