อ.ปริญญา เปิด 5 ข้อผิดปกติ ยอดผู้ใช้สิทธิ งงบัตรเขย่งลดจาก 6 หมื่น เหลือแค่ 3 ใบ
อ.ปริญญา เปิด 5 ข้อผิดปกติ ยอดผู้ใช้สิทธิ งงบัตรเขย่งลดจาก 6 หมื่น เหลือแค่ 3 ใบ
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า [ ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% กับความผิดปกติของตัวเลขที่เพิ่มขึ้น และบัตรเขย่งที่หายไป ]
สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารประชาสัมพันธ์แจ้งจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด และจำนวนบัตรเสีย กับงดออกเสียง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยมีความผิดไปจากปกติ (เรียกสั้นๆ ว่า ผิดปกติ) ดังต่อไปนี้ครับ
1.เป็นการประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหลังวันเลือกตั้งผ่านไปแล้วถึง 18 วัน ซึ่งผิดปกติมาก เพราะจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งคือสิ่งแรกที่ กกต.ต้องประกาศ ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใส ไม่มีใครจะขยับหรือปรับแต่งตัวเลข (manipulate) ได้ และจะทำให้รู้จำนวนบัตรเลือกตั้งที่เหลือด้วยว่ามีเท่าใด
การเลือกตั้งที่ผ่านมาจะประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดอย่างช้าในวันรุ่งขึ้น ครั้งนี้นานถึง 18 วันจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความสงสัยในการทำงานของ กกต.
2.เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของประเทศไทยและ กกต. ที่มีการประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (26 ก.พ.2569) หลังจากประกาศผลเลือกตั้งและรับรอง ส.ส. (25 ก.พ.2569) ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน
3.มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 37,807,778 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 37,807,781 คน (แบบบัญชีรายชื่อมากกว่า 3 คน) จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,933,610 คน คิดเป็น 71.42% ซึ่งน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมาในปี 2566 ที่มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 75.71% ถึง 4.29%
ความผิดปกติคือ ไม่ใช่น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมาเท่านั้น แต่น้อยที่สุดในรอบ 21 ปี! โดยน้อยกว่าการเลือกตั้งปี 2548 ที่มีคนไปใช้สิทธิ 72.55% และตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา จำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอยู่ที่ 74-75% มาโดยตลอด
คำถามคือเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ดีๆ จำนวนผู้ไปเลือกตั้งจึงลดลงถึง 4% แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย? ทั้งๆ ที่ความตื่นตัวของประชาชนไม่ได้ลดลงเลย น่าจะมากขึ้นด้วยซ้ำจากเวทีดีเบตต่างๆ ที่มีมากยิ่งกว่าทุกครั้ง
4.เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตอนที่ประกาศคะแนนที่นับแล้ว 94.33% ในเว็บไซต์ ECT report 69 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 (ภาพประกอบที่ 2) กับจำนวนผู้ไปใช้สิทธิทั้งหมด 100% ที่ประกาศเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 (ภาพประกอบที่ 1) เราจะพบความผิดปกติที่อาจจะผิดปกติยิ่งกว่าคือ
(1) จำนวนผู้ไปใช้สิทธิแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง: ในตอนนับคะแนนแล้ว 94.33% มีผู้ไปใช้สิทธิ 34,632,581 คน (65.44%) พอประกาศครบ 100% มีผู้ใช้สิทธิเพิ่มเป็น 37,807,778 คน จำนวนที่เพิ่มขึ้นคือ 3,175,197 คน
ที่ว่านับคะแนนแล้ว 94.33% หมายถึงจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 101,331 หน่วย (รวมล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักร) นับเสร็จ 95,583 หน่วย (ภาพประกอบที่ 2) จึงเหลืออีก 5,784 หน่วยที่ยังไม่ได้เอามานับ
ถ้าเราเอาจำนวนหน่วยเลือกตั้ง 5,784 หน่วยนี้มาหารจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่เพิ่มขึ้นคือ 3,175,197 คน จำนวนผู้ใช้สิทธิโดยเฉลี่ยคือ 548.96 หรือ 549 คนต่อหน่วย ซึ่งอาจจะยังไม่ดูผิดปกติอะไร
แต่ถ้าเราเอาจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด หารด้วยหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด (ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,922,932 คน หารด้วยจำนวนหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งหมดคือ 99,487 หน่วย) ผลลัพธ์คือ 531.95 หรือ 532 คน
ว่าง่ายๆ จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อหน่วยคือเฉลี่ย 532 คนเท่านั้น (ถ้านำหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักรมาหารด้วย จำนวนค่าเฉลี่ยจะน้อยกว่านี้คือ 522 คนเท่านั้น) แต่ทำไมในหน่วยเลือกตั้ง 5,784 หน่วยนี้จึงมีผู้ไปใช้สิทธิโดยเฉลี่ยสูงถึง 549 คน ซึ่งสูงกว่าจำนวนผู้มีสิทธิโดยเฉลี่ยของแต่ละหน่วยเลือกตั้งที่มีแค่ 532 คน?
(2) ส่วนจำนวนผู้ไปใช้สิทธิแบบบัญชีรายชื่อ ในตอนนับคะแนน 94.33% มีผู้ไปใช้สิทธิ 34,565,642 คน (65.31%) เพิ่มเป็น 37,807,781 คน จำนวนที่เพิ่มขึ้นคือ 3,242,139 คน ถ้าเอาจำนวนหน่วยเลือกตั้ง 5,784 หน่วยไปหาร ผลลัพธ์คือ 560.53 คน หรือ 561 คน ต่อหนึ่งหน่วย ซึ่งเกินจำนวนค่าเฉลี่ยจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งของแต่ละหน่วยคือ 532 คนมากขึ้นไปอีก คือต่อให้ไปใช้สิทธิกันครบ 100% ก็ยังไม่ถึง 561 คน
เว้นเสียแต่ว่าหน่วยเลือกตั้ง 5,784 หน่วยที่เพิ่งมานับรวมเพิ่มนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากเกินค่าเฉลี่ย 532 คนไปมากๆ เช่น 800-900 คน แต่ก็ผิดปกติอยู่ดีที่หน่วยเลือกตั้งที่นับรวมทีหลัง 5,784 หน่วยนี้ พร้อมใจกันมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าค่าเฉลี่ยกันทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดเช่นนี้ครับ
5.ประเด็นเรื่องบัตรเขย่งที่เหลือแค่ 3 ใบ: สำหรับจำนวนบัตรเขย่งที่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนบัตรแบบแบ่งเขตมากกว่าจำนวนบัตรแบบบัญชีรายชื่อ 66,939 ใบ (ภาพประกอบที่ 3) แต่พอเมื่อประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครบ 100% บัตรเขย่งสามารถลดลงเหลือเพียง 3 ใบอย่างไม่น่าเชื่อ โดย 3 ใบที่ต่างกันคือบัตรแบบบัญชีรายชื่อมากกว่าบัตรแบบแบ่งเขต คำถามคือ เป็นไปได้อย่างไร?
ในเรื่อง “ตัวเลข” เป็นไปได้ครับ เพราะตัวเลขผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นคือ 3,242,139 คน ขณะที่ ตัวเลขผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มเพียงแค่ 3,175,197 คน ซึ่งหักลบกันแล้วผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งใน 5,784 หน่วยที่เพิ่งมานับรวมนี้ไปใช้สิทธิแบบบัญชีรายชื่อมากกว่าแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 66,942 คน เมื่อลบด้วยจำนวนบัตรเขย่ง 66,939 ใบ (ตอนนับ 94.33%) ผลลัพธ์คือ (66,942 – 66,939 = 3) บัตรเขย่งจึงเหลือแค่ 3 ใบครับ
แต่ในความเป็นจริงจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ใน 5,784 หน่วยนี้ (คิดเป็น 5.67%) มีผู้ใช้สิทธิแบบแบ่งเขตน้อยกว่าแบบบัญชีรายชื่อมากถึง 66,942 คน? จนสามารถไปกลบความเขย่งของหน่วยเลือกตั้ง 95,583 หน่วย
(94.33% ที่ประกาศเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569) ที่บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีมากกว่าแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 66,939 ใบ จนเหลือบัตรเขย่งแค่ 3 ใบเช่นนี้ได้?
ที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่ลืมนะครับว่า คนไปเลือกตั้งทุกคนได้บัตรสองใบ แล้วถ้าจะเลือกใบเดียวก็ต้องเลือก ส.ส. เขตมากกว่าอยู่แล้ว การที่ผู้เลือกตั้ง 66,942 คนของ 5,784 หน่วยนี้ พร้อมใจกันเลือกแบบบัญชีรายชื่ออย่างเดียวโดยไม่เลือก ส.ส. เขต มันจะไม่ประหลาดเกินไปหน่อยเหรอครับ?
สรุป: ผมเห็นว่า “ตัวเลข” ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่เพิ่มขึ้นมา 3,242,139 คน และแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นมา 3,175,139 เป็นความผิดปกติ ที่ กกต.ต้องชี้แจงโดยด่วน ดังนี้ครับ
1.กกต.ต้องเปิดเผยข้อมูลหน่วยเลือกตั้งทั้ง 5,784 นี้ออกมาว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกี่คน และไปใช้สิทธิเลือกตั้งกี่คน? จึงทำให้ “ตัวเลข” การใช้สิทธิแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจึงเป็น 3,175,197 คน ซึ่งเฉลี่ยเท่ากับหน่วยละ 549 คน และแบบบัญชีรายชื่อจึงเป็น 3,242,139 คน เฉลี่ยหน่วยละ 561 คน ซึ่งเกินกว่าค่าเฉลี่ยผู้มีสิทธิเลือกตั้งของแต่ละหน่วยคือ 532 คน?
2.ทำไมผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 66,942 คนในหน่วยเลือกตั้ง 5,784 หน่วยนี้ จึงใช้สิทธิแบบบัญชีรายชื่ออย่างเดียว จนทำให้บัตรเขย่งจาก 67,939 ใบเหลือแค่ 3 ใบ? ซึ่งผิดวิสัยของการใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะเลือกสองใบ และถ้าจะเลือกใบเดียวก็น่าจะเลือก ส.ส.เขตมากกว่า? แล้วทำไมกรรมการประจำหน่วย (กปน.) จึงไม่ว่าอะไร? เพราะรับบัตรสองใบ ก็ต้องหย่อนลงหีบเลือกตั้งทั้งสองใบ การทำลายหรือเอาออกมาจากหน่วยก็เป็นความผิดตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ทำไม กปน.จึงไม่เห็น?
กกต. ต้องชี้แจงโดยเร่งด่วนครับ ไม่งั้นคนสงสัยแน่นอนว่ามีการปรับแต่ง (manipulate) ตัวเลขครับ การจะทำให้คนเชื่อมั่นว่า “ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม” สิ่งที่ต้องทำคือเปิดเผยและโปร่งใส เพื่อทำให้คนหายสงสัย ไม่ใช่การไปแจ้งความประชาชนครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ.ปริญญา เปิด 5 ข้อผิดปกติ ยอดผู้ใช้สิทธิ งงบัตรเขย่งลดจาก 6 หมื่น เหลือแค่ 3 ใบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th