‘กรณ์’ ยก ‘อภิสิทธิ์’ คือแสงสว่างพาประเทศออกจากภาวะรัฐกระดาษ
ชู 7 ยุทธศาสตร์ปฏิรูประบบราชการ สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ทำการเมืองสุจริตสกัดทุนเทา
วันนี้ (17 ม.ค. 69) นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในงานระดมทุน “รวมพลคนทำเป็น” ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน ถึงปัญหารัฐล้มเหลว จากกรณี “คลิปเสียงอังเคิล” ตนเองฟังรอบเดียวก็ของขึ้น แม้ว่าตนเองจะห่างเหินจากการเมืองมานาน แต่ก็ได้ต่อสายถึงพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรค ซึ่งตนเองไม่ได้คาดหวังว่า น.ส. แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะแสดงความรับผิดชอบ แต่หวังว่านักการเมืองที่อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีจุดยืนและถอนออกจากการร่วมรัฐบาล แต่เวลาผ่านไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นคือจุดต่ำสุดของการเมืองว่าหากมีโอกาสจะกลับเข้ามาทำให้การเมืองดีขึ้น
บางประเทศที่ใกล้เข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลว แต่เมื่อมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน ความมุ่งมั่นในการทำงาน แต่ไทยเรามองไม่เห็นว่าผู้นำของเราจะมาจากไหน สุดท้ายเหมือนประเทศเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยดูแล มีแสงสว่างที่ทำให้เห็นว่าอาจจะมีความเปลี่ยนแปลงได้ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ การเปลี่ยนแปลงคือการกลับคืนสู่บ้านเก่าของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอีกหลายคน รวมถึงคนรุ่นใหม่จำนวนมากตัดสินใจมารวมพลังนำพาประเทศไทยออกจากสภาพที่ประชาชนไร้ความหวัง
เราอาจจะไม่ได้เป็นรัฐล้มเหลว แต่ทุกคนเห็นสภาพของประเทศไทยเสมือนเป็น “รัฐกระดาษ” เรามีกฎหมายมากมายเป็นแสนฉบับ แต่มีปัญหาเรื่องการบังคับใช้ มาตรฐานคุณภาพการศึกษาไทยต่ำสุดในรอบ 20 ปี เรามี ปปง. มีกฎหมายต่อกรกับการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ปัจจุบันดัชนีการทุจริตคอร์รัปชันของไทยอยู่ต่ำที่สุด เรามี กกต. ที่จับเรื่องการหาเสียงในแต่ละเขตเป็นร้อยล้านไม่ได้
เป้าหมายของเราคือ การนำพาการบริหารบ้านเมืองด้วยมืออาชีพกลับคืนสภาพให้เป็นประเทศที่พวกเราทุกคนคาดหวัง ซึ่งตามศักยภาพของประเทศเราทำได้ เรามีชุดนโยบาย 200 กว่าเรื่อง ภายใต้ยุทธศาสตร์ 7 ข้อ ได้แก่
1.การปฏิรูประบบราชการด้วยเทคโนโลยี ตัดทอนกฎหมายล้าสมัยย้อนแย้ง
2.จัดการสินทรัพย์ภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ
3.ปฏิรูปภาคการเกษตร
4.ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียวและดิจิทัล
5.สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่โดยร่วมมือกับเอกชน
6.เร่งรัดการเจรจาการค้าเสรีและการเข้าเป็นสมาชิก OECD
7.การเมืองสุจริตต่อต้านคอร์รัปชันสกัดทุนเทา
ทั้งหมดจะเป็นปรัชญาการทำงานของเราในการเลือกตั้ง ตนเองในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมสนับสนุนความตั้งใจ หวังว่าเราจะมีโอกาสได้ทำงานเต็มที่เพื่อรองรับการสนับสนุนที่ทุกท่านมี ทั้งรูปแบบเงินทุน ความคิด และข้อเสนอต่าง ๆ ที่มีให้กับเรา