โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เดือดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง! “เทพไท” ซัดวาทกรรมบิดเบือน เตือนหยุด “ตรรกะวิบัติทางการเมือง”

สยามรัฐ

อัพเดต 22 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เดือดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง! “เทพไท” ซัดวาทกรรมบิดเบือน เตือนหยุด “ตรรกะวิบัติทางการเมือง”

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อย่าสร้าง“ตรรกะวิบัติ”ทางการเมือง

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการหาเสียง เราจะเห็นมีการประดิษฐ์วาทกรรม หรือมีคำพูดในลักษณะที่ออกมาโน้มน้าวการตัดสินใจในการเลือกตั้ง หรือมีการยกคำพูดขึ้นมาอธิบายต่อการเลือกตั้งในตรรกะที่แปลกประหลาดมาก จะขออนุญาตยกตัวอย่าง การยกคำพูดขึ้นมาอธิบายสถานการณ์ทางการเมือง หรือประเด็นทางการเมือง ให้เห็นว่าเป็นตรรกะที่บิดเบี้ยวอย่างชัดเจน คือ

1.จากกรณีที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ ได้ให้สัมภาษณ์กรณีแบ่งแยกคนที่จะเลือกตั้งว่า คนที่รักชาติขอให้เลือกพรรคที่รักชาติ ส่วนพวกที่ไม่รักชาติ ก็ไปเลือกพรรคที่ไม่รักชาติ ซึ่งเป็นตรรกะที่แบ่งแยกประชาชน เพราะในความเป็นจริงคนไทยทุกคนมีความรักชาติ ไม่ว่าจะสังกัดพรรคการเมืองใด การจะแบ่งแยกประชาชนเป็นกลุ่มที่รักชาติ กับกลุ่มที่ไม่รักชาติ จะก่อให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการหาเสียง ถ้าหากจะเปรียบเทียบกันในเรื่องนโยบายจุดยืนทางการเมือง ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง แต่การผลักไสให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายไม่รักชาติ และอีกฝ่ายเป็นฝ่ายรักชาติ จะเกิดความแตกแยกเกิดขึ้นในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

2.กรณีที่มีคนดังหรืออินฟลูเอ็นเซอร์ หรือบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงในสังคม ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการเลือกอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงตกน้ำ หรือแตกแยกในหมู่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมด้วยกัน เช่น การยกวลีขึ้นมาว่า ไม่กลัวการทุจริตคอรัปชั่น แต่กลัวการสิ้นชาติ หรือเลือกพรรคที่โกง ดีกว่าเลือกพรรคทำลายชาติ ซึ่งการยกทางเลือกขึ้นมาว่า จะเลือก คนโกงหรือคนทำร้ายชาติ ซึ่งยังมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ ยังมีพรรคการเมืองอื่นที่เป็นทางเลือกที่ดีมากกว่าพรรคการเมืองขี้โกง หรือพรรคการเมืองทำลายชาติให้ประชาชนเลือก แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมคนกลุ่มนี้ ไม่คิดจะเลือกพรรคการเมืองอื่น นอกจากพรรคการเมืองที่คิดว่าเป็นพรรคการเมืองที่ประกอบด้วยคนโกง กับพรรคพรรคการเมืองที่มีแนวความคิดทำหลายชาติ ในเมื่อการเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้ง 50 กว่าพรรค ไม่ควรจัดจำกัดให้เลือกแค่2พรรคนี้ ถ้าคิดว่าพรรคโกงกับพรรคทำลายชาติไม่ใช่ทางออกของประเทศ ก็ควรจะไปเลือกพรรคการเมืองอื่น แต่การยกตรรกะแบบนี้ขึ้นมา ก็เหมือนกับการบังคับให้คนไทยจำยอมที่จะเลือก ระหว่างพรรคการเมืองขี้โกงกับพรรคการเมืองทำลายชาติ

3.กรณีที่มีกระแสพูดถึงการปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต. ที่จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า และมีปัญหาอุปสรรคในการจัดการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก จนทำให้ประชาชนบางส่วนไม่มั่นใจและไม่พอใจการปฎิบัติหน้าที่ของกกต. จนนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.ออกมาพูดกับสื่อว่า ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ต้องเลือกตั้ง ความหมายก็คือ ถ้าเห็นว่าไม่ดีไม่พอใจ ก็ไม่ต้องมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งเป็นหลักการที่ผิดพลาดมาก กกต.ไม่มีสิทธิ์ที่จะออกมาพูดเช่นนี้ ไม่ว่าจะจัดการเลือกตั้งดีหรือไม่ดี ประชาชนจะเชื่อมั่นหรือเชื่อมั่น ก็ต้องเชิญชวนให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์มากๆ จะมาตัดพ้อต่อว่า หรือประชดประชันไม่ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ควรที่จะออกมาจากเลขาธิการกกต.หรือเป็นทัศนะของผู้บริหารกกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระในการจัดการเลือกตั้ง มีแต่สร้างความเสียหายให้กับองค์กร และสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชนมากกว่า

จึงขออนุญาตยกตัวอย่างว่า บรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการพูดถึงเหตุผลในการเลือกตั้ง ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์เลือกตั้ง โดยการยกตัวอย่างคำพูดที่บิดเบี้ยว และเป็นตรรกะที่ใช้ไม่ได้ ซึ่งอยากให้ทุกฝ่ายได้ทบทวนว่า ควรจะสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และควรจะยกตัวอย่างที่เป็นตรรกะที่เป็นเหตุเป็นผล สามารถอธิบายได้ และเป็นตรรกะที่สังคมยอมรับ ไม่ใช่ตรรกะวิบัติ

#เทพไทเสนพงศ์ #เลือกตั้ง2569 #โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง #ตรรกะวิบัติทางการเมือง #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #กกต #ใช้สิทธิเลือกตั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...