โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สตม.ล่าข้ามปี รวบหนุ่มเมียนมาแสบ เครือข่ายลักลอบพาคนต่างด้าวเข้าประเทศ และปลอมแปลงหนังสือเดินทาง

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สตม.ล่าข้ามปี รวบหนุ่มเมียนมาแสบ เครือข่ายลักลอบพาคนต่างด้าวเข้าประเทศ และปลอมแปลงหนังสือเดินทาง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2568 จนท.ตม.จว.สงขลา ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.6 ได้สืบสวนจับกุม นายคอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมกับพวกรวม 2 คน ในขณะพาชาวเมียนมา จำนวน 8 คน ซึ่งหลบหนีเข้าประเทศไทย ขึ้นรถไฟเดินทางจากสถานีรถไฟศาลายา ปลายทางสุไหงโก-ลก แต่มาถูก จนท.สตม.จับกุม ได้ที่ สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ นอกจากนี้ จนท.ยังพบว่าชาวเมียนมาทั้ง 8 คนได้แสดงหนังสือเดินทางเมียนมา เพื่อหวังให้ไม่ถูกจับกุม แต่จากการตรวจสอบแล้ว พบว่า หนังสือเดินทางเมียนมาดังกล่าวเป็นหนังสือเดินทางปลอม โดยการเปลี่ยนหน้าข้อมูลที่ระบุชื่อ ภาพถ่ายของตนเอง และประทับตราเข้าและการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรปลอม จนท.ตม.ชุดจับกุม

จึงได้จับกุมแจ้งข้อหา นายคอ (นามสมมุติ) พร้อมพวก 2 คน ในข้อหา “ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม และ ร่วมกันทำหนังสือเดินทางปลอม” และจับกุมชาวเมียนมาทั้ง 8 คนในข้อหา “หลบหนีเข้าเมือง และใช้หนังสือเดินทางปลอม” นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน บก.ตม.6 ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมา จนท.บก.ตม.6 สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมพบว่า ชาวเมียนมาทั้ง 8 คน ลักลอบเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยมีเป้าหมายปลายทางที่ จ.นราธิวาส เพื่อเดินทางข้ามชายแดนไปทำงานในประเทศมาเลเซีย โดยมีขบวนการช่วยเหลือในการลักลอบเข้าประเทศ และพาเดินทางผ่านประเทศไทย โดยคิดค่าใช้จ่ายประมาณ 5.9 ล้านจ๊าด หรือประมาณ 59,000 บาทต่อคน ซึ่งนายคอ (นามสมมุติ) กับเพื่อนที่ถูกจับ ได้รับว่าจ้างจาก นายมอ (นามสมมุติ) ให้พาชาวเมียนมาทั้ง 8 คนเดินทางขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟศาลายา โดยนายมิน หรือ นายปิน (นามสมมุติ) เป็นผู้ทำหนังสือเดินทางปลอมดังกล่าว และยังเช่าบ้านย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ให้กับชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองพักรอระหว่างทำหนังสือเดินทางปลอมและรอการประสานงานการเดินทางต่อไปยังปลายทาง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง

จนท.บก.ตม.6 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ขออนุมัติศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายจับ นายมอ (นามสมมุติ) ที่ จ.640/2568 ลงวันที่ 29 ต.ค.2568 ในข้อหา “ร่วมกันช่วยเหลือคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองให้พ้นจากการจับกุม และร่วมกันทำหนังสือเดินทางปลอม”

จากนั้น จนท.บก.ตม.6 จึงได้ประสานงานกับ กก.สส.บก.ตม.3 และ กก.1 บก.สส.สตม.ให้ร่วมสืบสวนติดตามหาตัว นายมอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยทราบข้อมูลว่า นามมอ (นามสมมุติ) มีบ้านเช่าอยู่ใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จำนวน 2 หลัง เพื่อให้คนต่างด้าวหลบหนีพักรอ 1 หลัง และอีกหลังใช้พักอาศัยพร้อมทั้งใช้เป็นสถานที่ทำหนังสือเดินทางปลอม

จากการลงพื้นที่สืบสวนนานกว่า 4 เดือน จึงทราบว่าบ้านเช่าทั้ง 2 หลัง ในพื้นที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งห่างกันประมาณ 2 กม. จนท.ชุดจับกุม จึงได้วางแผนเฝ้าสังเกตบ้านทั้ง 2 หลัง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569 จนท.ชุดจับกุม พบ นายมอ (นามสมมุติ) ออกมาจากบ้านพักหลังหนึ่ง จนท.ชุดจับกุม จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมแสดงหมายจับศาลจังหวัดสงขลา นายมอ (นามสมมุติ) ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับ และนำ จนท.ชุดจับกุม ตรวจค้นภายในบ้านพักดังกล่าว พบ อุปกรณ์การทำหนังสือเดินทาง จำนวน 66 รายการ อาทิ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก จำนวน 2 เครื่อง, เครื่องพิมพ์, เครื่องเคลือบแผ่นลามิเนต, หนังสือเดินทางเมียนมา จำนวน 36 เล่ม, ตรายางประทับของ ตม.ต่างๆ ทั้งประเทศไทย และเมียนมา จำนวน 16 อัน พร้อมทั้งตรวจยึด รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน, รถจักรยานยนต์, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 3 เล่ม พบเงินหมุนเวียนมากกว่า 1 ล้านบาท รวมทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 2 ล้านบาท

เบื้องต้น นายมอ (นามสมมุติ) ให้การยอมรับว่า เป็นผู้ทำหนังสือเดินทางปลอมดังกล่าวให้กับชาวเมียนมาที่ต้องการหลบหนีเข้าประเทศไทย เพื่อใช้แสดงต่อ จนท.ตำรวจ เมื่อถูกเรียกตรวจ ซึ่งทำให้ จนท.ตำรวจ เข้าใจว่าชาวเมียนมาเข้าประเทศไทยมาอย่างถูกต้องและไม่ถูกจับกุม โดยคิดค่าใช้จ่าย 1,500 บาทต่อคน และนายมอ (นามสมมุติ) ได้ประสานงานกับนายหน้าบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา พื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อพามาพักรอทำหนังสือเดินทางปลอม จากนั้น จะว่าจ้างนายคอ (นามสมมุติ) ที่ถูกจับกุมไปแล้ว พาชาวเมียนมาพร้อมหนังสือเดินทางปลอมขึ้นรถไฟเดินทางมุ่งหน้าไป อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยติดต่อกับนายหน้าบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ใน จ.นราธิวาส ให้รอรับชาวเมียนมาดังกล่าวเพื่อพาข้ามไปยังประเทศมาเลเซียและหางานทำต่อไป ซึ่งจะให้ค่าใช้จ่ายกับนายหน้าชายแดนไทย-มาเลเซียในราคา 8,500 บาทต่อคน จนท.ชุดจับกุม จึงได้ทำการจับกุมและตรวจยึดของกลางดังกล่าวนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน บก.ตม.6

หลังจากนี้ จนท.สตม.จะร่วมกันสืบสวนขยายผลผู้ที่ร่วมกระทำความผิดต่อไป เพื่อปราบปรามขบวนการขนคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และจะได้ทำการสืบสวนทรัพย์สินเพื่อตรวจยึด เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงหนังสือเดินทางเป็นมูลฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...