ปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟ จ.นครราชสีมา
กรณีเครนรถไฟความเร็วสูง ร่วงลงมาทับรถไฟ เส้นทางกรุงเทพ –อุบลราชธานี เหตุเกิดที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ล่าสุด นายแพทย์ชยพล สุขโต รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางสรภัส เพชรอรุณ หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์ฉุกเฉินและสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานการแพทย์ฉุกเฉินและสาธารณภัย กลุ่มงานพัฒนารูปแบบบริการ และนางสาวอรจิรา อาจหาญ หัวหน้างานสำนักเลขานุการและอำนวยการ เข้าร่วมแถลงข่าวปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟ จ.นครราชสีมา ณ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ดําเนินการจัดตั้งศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 25689 ภาพรวมเป็นอย่างรวดเร็ว จนล่าสุดสามารถยืนยันร่างผู้เสียชีวิตได้ครบทั้ง 30 ราย และจะนําส่งมอบให้ญาติครบทั้งหมด
ภาพรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้โดยสารจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 157 คน เป็นพนักงานรถไฟ 5 คน มีผู้โดยสารลงระหว่างทาง 12 คน ขึ้นใหม่ระหว่างทาง 7 คน ทําให้ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารประสบเหตุ 157 คน และมีคนงานของบริษัทอิตาเลียนไทยบาดเจ็บร่วมเพิ่ม 4 คน รวมผู้ประสบเหตุในครั้งนี้ทั้งสิ้น 161 คน มีผู้เสียชีวิต 30 ราย บาดเจ็บ 71 ราย นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่างๆ 16 ราย มีเคสสีแดง 4 ราย หนึ่งในนั้นคือเด็กทารกวัย 1 ขวบ 10 เดือน ล่าสุดอาการดีขึ้นตามลําดับยังเฝ้าระวังใกล้ชิด
ด้าน พล.ต.ต.หญิง พิฐชญาณ์ จิรัญญ์โรจน์ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 สํานักงานพิสูจน์หลักฐานตํารวจ เปิดเผยว่า สํานักงานพิสูจน์หลักฐานตํารวจร่วมในภารกิจครั้งนี้ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากสถานบันนิติเวช โรงพยาบาลตํารวจร่วมกับทีมนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนคราชสีมา โดยวัตถุพยานที่ได้รับจากแพทย์จากการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ยืนยันผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 30 ราย จาการตรวจพิสูจน์ด้วยลายนิ้วมือ และ DNA ส่วนชิ้นส่วนทั้ง 13 ชิ้นนั้น ยืนยันเป็นของทั้ง 30 ราย ไม่มีเพิ่มเติม
ส่วนของการเยียวยาผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยารายละ 1,773,000 บาท จากเงินสงเคราะห์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 20,000 บาท กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท เงินช่วยเหลือจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ การจัดการศพ 10,000 บาท เงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรจังหวัด 200,000 บาท เงินช่วยเหลือจากผู้ประสบปัญหาทางสังคม กระทรวง พม. 3,000 บาท กองทุนการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สํานักนายกรัฐมนตรี 50,000 บาท บริษัทผู้รับเหมา อิตาเลียนไทย 150,000 บาท การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท
ส่วนการเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ นายระพี ชมหนองโพธิ์ ผู้ตรวจการรถไฟ 2 ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า การเคลียร์พื้นที่จะเร่งให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ส่วนการซ่อมแซมทางเดินรถไฟจะให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อกลับมาเปิดทางเดินรถตามปกติ ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นเบื้องต้นตู้รถไฟที่ได้รับความเสียหายทั้ง 2 ตู้ มูลค่ากว่า 105 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเยียวยาที่การรถไฟจ่ายให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรวมถึงค่าซ่อมแซ่มและค่าเสียโอกาสจากการเดินรถ ซึ่งทั้งหมดนี้จะรวบรวมนําไปเรียกร้องจากผู้รับเหมาทุกบาททุกสตางค์
ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยขอยืนยันว่าการเดินทางด้วยรถไฟระบบรางยังคงเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดหลังจากนี้จะเร่งออกมาตรการเพิ่มเติมในช่วงที่มีการก่อสร้างระหว่างทางเพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซํ้ารอยเกิดขึ้นอีกในอนาคต