นายกฯตรวจการบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำสองพี่น้อง รับฟังแผนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
"อนุทิน" ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี รับฟังแผนการสูบน้ำและบริหารจัดการน้ำลงทุ่งโพธิ์พระยา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่
วันนี้ (18 มกราคม 2569) เวลา 16.00 น. ณ ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ตำบลบางเลน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วม
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีรับฟังบรรยายจากนายอุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เกี่ยวกับแผนการสูบน้ำช่วยเหลือและการบริหารจัดการน้ำลงทุ่งโพธิ์พระยา ซึ่งมีพื้นที่ 211,653 ไร่ รับน้ำเข้าทุ่ง 203 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ แผนงานประกอบด้วย อาทิ 1) แผนงานปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานฝั่งตะวันตก เพื่อระบายน้ำในแนวเหนือ-ใต้ ตั้งแต่คลองเจ้าเจ็ดต่อเนื่องไปสู่ทะเลอ่าวไทยให้มากที่สุด เพื่อลดภาระการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนและเจ้าพระยา 2) แผนงานเพิ่มประสิทธิภาพการระบายแม่น้ำท่าจีน และ 3) แผนงานพื้นที่รับน้ำนอง เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำรวม 1.2 ล้านไร่ เพื่อให้ได้พื้นที่ชะลอน้ำปริมาณ 1,700 ล้าน ลบ.ม. แก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้รับฟังรายงานการกำจัดผักตบชวา ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเอ่อล้นตลิ่งริมคลองสองพี่น้อง โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรมชลประทานได้บูรณาการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมวางแผนขุดลอกคลองและกำจัดผักตบชวาตลอดทั้งปี ส่งผลให้การผลักดันและระบายน้ำในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ภายหลังรับฟังการบรรยาย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาต้อนรับในการลงพื้นที่ติดตามสภาพปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมระบุว่า ปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจมาโดยตลอด และยิ่งเข้าใจปัญหานี้ว่าอยู่ที่การตัดสินใจและการบริหารจัดการงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ เมื่อได้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
“หากบ้านเรือนของประชาชนน้ำท่วมเกิน 7 วัน รัฐบาลต้องจ่ายเงินเยียวยาในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งค่าเยียวยาใช้งบประมาณมากกว่าค่าใช้จ่ายในการขยายประตูระบายน้ำ การขุดลอกทางน้ำ ค่าซ่อมแซมถนน หรือการกำจัดผักตบชวา จึงไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน รัฐบาลไม่สามารถเลี่ยงการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ และต้องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระยะยาว ไม่ต้องทุกข์กับภัยธรรมชาติในทุกปี” นายกรัฐมนตรี กล่าว
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO