โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จับตา “เงินสดเลือกตั้ง” แบงก์ชาติงัดไม้แข็ง ส่งข้อมูล กกต. สกัดซื้อเสียง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 06.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ม.ค. 69) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย จัดโดยเครือมติชน โดยกล่าวถึงผลกระทบจากการเทรดทองคำต่อค่าเงินบาท ว่า วัฒนธรรมไทยอยู่กับการสะสมทองคำ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหุ้นตกทุกปี คนหนีจากตลาดหุ้นเข้าตลาดทองหมด การซื้อขายทองบนแอปพลิเคชันเป็นตลาดที่ทำกำไร แต่มีผลกดดันต่อค่าเงินมาก

เราทำเรื่องทองเราหวังสองเรื่อง หนึ่งลดแรงกดดันต่อค่าเงินมากน้อยเดี๋ยวว่ากันต้องคอยติดตามดู อันที่สองมันจะแก้เรื่องทุนเทาได้ เพราะนักการเมือง ข้าราชการ ท่านสะสมเงินกันไม่ไหวท่านเยอะเหลือเกิน ท่านก็เอาเงินไปแลกเป็นทองเก็บไว้ เรื่องจริงไหม จริงครับ เราจะตามไปดู

นายวิทัย กล่าวต่อว่า คนไทยซื้อทองทุกวัน กระจายดีมานด์ (Demand ) การซื้อทองทำให้บาทอ่อน แต่ว่าตอนขายขายพร้อมกัน ในวันที่ราคาทองขึ้น จากดีมานด์ที่สะสมมา 2-3 เดือนขายพร้อมกันใน 3-5 วันนี้

คนขายทองบนแอปฯ ร้านทองเอาทองไปขายต่อในตลาดโลกได้ดอลลาร์ เอาดอลลาร์มาขายซื้อบาท บาทแข็งจบแค่นั้น ไม่มีอะไรซับซ้อน มันเยอะมาก ก่อนสมัยตนเข้ารับตำแหน่ง เถียงกันว่าทองนี้เกี่ยวกับส่งออก-นำเข้าหรือไม่ พอตรวจแล้วไม่เกี่ยวเลย แอปฯ อย่างเดียว

ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการ ธปท. ยังกล่าวถึงการดูแลปัญหาเงินเทา โดยอ้างอิงจากประสบการณ์การทำงานทั้งในภาครัฐและเอกชน ว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมยืนยันว่ามีมาตรการป้องกันการไหลเวียนของเงินทุนอย่างเสรีเข้าสู่ประเทศ

ส่วนเรื่องเงินสดเลือกตั้ง นายวิทัย ระบุว่า ธปท. ไม่เคยใช้อำนาจส่วนนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างออกเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจใช้เวลา 2 เดือน โดยในอนาคต ผู้ที่มีการเบิกเงินจำนวนมาก เช่น 3-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังต้องมีการหารือกัน จะต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการนำเงินไปใช้ และธนาคารต้องรับผิดชอบต่อการเบิกจ่ายดังกล่าว หากบังคับให้ทุกคนใช้การโอนเงินแทนการเบิกเงินสด จะช่วยลดปัญหาการไหลของเงินทุนเทาได้ ปัจจุบันธุรกรรมทั้งหมดจะรายงานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่ธนาคารจะดึงข้อมูลธุรกรรมที่มีปัญหามาตรวจสอบ

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อกว่า 10 วันที่ผ่านมา ได้ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ให้รายงานข้อมูลธุรกรรม แม้ขณะนี้ยังไม่มีอำนาจในการดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ธปท. จะตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งเป็นอำนาจที่เคยใช้ในอดีตและได้หยุดใช้ไปหลายสิบปี โดยจะเตรียมส่งข้อมูลที่ตรวจพบให้แก่ ปปง. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป

พบว่าล็อตแรกเข้ามา มีคนเบิก 250 ล้านบาท ผมจะส่ง ปปง. และกกต.ใครจะเบิกเงินสด 250 ล้าน ถามจริง ๆ รายที่สองเบิกเงินสด200 ล้าน แบงก์ละ 100จะเป็นยุคที่แบงก์ชาติเข้าไปดูพวกนี้ครับ เพราะมันกัดกร่อนประเทศ กัดกร่อนเศรษฐกิจของประเทศจริง ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...