โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคมข่าวหุ้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 23.10 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (17 กุมภาพันธ์) ปิดที่ 1,459.68 จุด บวก 21.59 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.50% มูลค่าการซื้อขาย 65,248.95 ล้านบาท โดยภาวะการซื้อขายภาคบ่ายมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง ผลักดันให้ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อ ระหว่างวันดัชนีปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 1,460.57 จุด โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มแบงก์นำตลาด นำโดยหุ้น KBANK, SCB, KTB และ BBL นอกจากนี้ หุ้นบิ๊กแคปอย่าง GULF และ TRUEที่ราคาปรับขึ้นเป็นอีกแรงหนุนตลาดโดยรวม

ภายหลังประเทศเดินหน้าผ่านการเลือกตั้ง และเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาล แม้ผลอย่างเป็นทางการยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด แต่ “ภาพใหญ่”ทางการเมืองเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ความไม่แน่นอนที่เคยกดดันตลาดค่อย ๆ คลี่คลาย ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยปรับตัวในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ โดยหนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนความเชื่อมั่นได้ชัด คือ กระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ของ บล.กรุงศรี ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 13 ก.พ. 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวมกว่า 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน และเมื่อเปรียบเทียบในภูมิภาคเดียวกัน ตลาดหุ้นมาเลเซียมีแรงซื้อสุทธิราว 359 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ตามมาใกล้เคียงที่ประมาณ 271 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในทางกลับกัน บางประเทศยังเผชิญแรงขายสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ โดยอินโดนีเซียมียอดขายสุทธิสูงสุดเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเวียดนามถูกขายสุทธิราว 313 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ในจังหวะที่ภูมิภาคยังมีความผันผวน ไทยกำลังถูกวางอยู่ในตำแหน่ง “เป้าหมายการจัดสรรเงินลงทุน”ของนักลงทุนต่างชาติอีกครั้ง และนี่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยประคองดัชนีในระยะถัดไป

วานนี้หุ้นกลุ่มธนาคาร 8 แห่งปรับตัวขึ้น นำโดย KTBและ KBANKนักวิเคราะห์ เผยว่า ปัจจัยหนุนมาจากการที่นักลงทุนคาดหวังนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ KTBที่มีแผนรักษาระดับผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 10% ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรเรื่องเงินปันผล ขณะที่ภาพรวมของกลุ่มธนาคารกำลังเข้าสู่ฤดูกาลประกาศจ่ายเงินปันผล ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่น และแรงเก็งกำไร

ธนาคารทิสโก้เชียร์ซื้อหุ้นเฮลท์แคร์ ชี้เป็นกลุ่มที่ทั้งสร้างกำไรดีแบบก้าวกระโดด และยังโตได้แม้เศรษฐกิจซบเซา เพราะได้แรงหนุนจากสังคมผู้สูงอายุทั่วโลก คาดปีนี้กลุ่ม Biotechnology (เทคโนโลยีชีวภาพ) โตดีสุดจาก EPS ที่คาดว่าจะโต 19.5% รองลงมา คือ Medical Devices & Equipment (เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์) ที่คาดว่า EPS เติบโตราว 6.2%

บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) โบรกเกอร์คาดการณ์ว่าจะประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 4/2568 ในวันนี้ (18 ก.พ.) คาดจะมีกำไรอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท ชะลอตัว เพราะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า และภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ แต่แนวโน้มในปี 2569 จะกลับมาฟื้นตัวในทิศทางที่ดี

ดวงดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...