โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ข้าวคลุกกะปิ” สูตรรัชกาลที่ 5 ฉบับอยากเสวยเมื่อประทับต่างแดน เป็นอย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าฮาคอน พระเจ้าแผ่นดินนอร์เวย์ ที่ท่าเรือไพเพอร์วิค กรุงคริสเตียเนีย ปัจจุบันเรียก กรุงออสโล วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 ภาพจาก fb สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

ข้าวคลุกกะปิ สูตรรัชกาลที่ 5 ฉบับอยากเสวยเมื่อประทับต่างแดน เป็นอย่างไร?

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่เสด็จไปยังต่างแดนหลายครั้ง เนื่องจากทรงต้องรับรู้ความเป็นไปของชาติตะวันตก นำสิ่งต่าง ๆ จากนอกประเทศมาพัฒนาบ้านเมืองให้ราษฎรอยู่ดีมีสุข รวมถึงรักษาพระวรกายของพระองค์อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้พระองค์ทรงคิดถึงอาหารไทยอยู่บ่อยครั้ง

มีครั้งหนึ่ง คราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2450 พระองค์ถึงกับสุบินถึง“ข้าวคลุกกะปิ”ฝีมือเสด็จยายของพระองค์ นั่นคือ สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยยิกาเธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูรหรือ “ทูลกระหม่อมแก้ว”จึงต้องนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นพระองค์ประทับอยู่บนเรือนามว่า พม่า หรือพะม่า กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มาดัดแปลงจนกลายเป็น“ข้าวคลุกกะปิ สูตรรัชกาลที่ 5”

โดยพระองค์มีพระราชดำรัสเรื่องนี้ต่อ พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ มหาดเล็กที่พระองค์ไว้วางพระราชหฤทัย ซึ่งปรากฏในหนังสือ“บุรุษรัตน” ว่า “ข้าฝันไปว่าเสด็จยายทรงปรุงข้าวคลุกกะปิให้กินอร่อยมาก ทำให้ข้าอยากกินข้าวคลุกกะปิ เจ้าเตรียมกะปิและเครื่องต่างๆ สำหรับปรุงไว้ให้ข้า พรุ่งนี้ข้าตื่นนอนข้าจะคลุกเอง…”

ทั้งยังรับสั่งอีกว่า“เจ้าไปบอกให้พระราชวรินทร์ (เชียร บุนนาค พระยามนตรีสุริยวงศ์ในรัชกาลที่ 6- ผู้เขียน)เขาสั่งให้กุ๊กมันหุงข้าวให้หม้อหนึ่ง แต่อย่าสั่งให้ยุ่งยากเกินไป”

ทว่าเส้นทางของข้าวคลุกกะปิจานนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะในไกลบ้านมีบันทึกไว้ว่า รุ่งเช้า ข้าวที่กุ๊กหุงนั้นกลับใช้ไม่ได้ หม้อหนึ่งเปียก หม้อหนึ่งไหม้ พระองค์จึงทรงจะหุงเอง

แต่เรื่องนี้ก็ยังมีความโชคดีอยู่ เนื่องจาก พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ ได้หุงข้าวเผื่อไว้ เพราะคาดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ครั้งเอาไปให้รัชกาลที่ 5 ทอดพระเนตร พระองค์ก็ตรัสว่า“เออใช้ได้”

เมื่อเป็นเช่นนั้นพระองค์ก็ทรงลงมือทำพระกระยาหารด้วยพระองค์เอง ด้วยการเอากะปิ น้ำตาลที่ติดก้นขวดปนกันมาใช้ ก่อนจะบีบมะนาว โรยพริกป่นลงไป จากนั้นก็เอาวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในต่างแดนอย่างหมูแฮม มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน

ในตอนนี้ พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ ถึงกับมีบันทึกไว้ในหนังสือ บุรุษรัตน เลยว่า“เสด็จจากพระเก้าอี้ลงมาประทับขัดสมาธิบนพื้น ทรงตักพระกระยาคลุกกับกะปิ”เลยทีเดียว

กลายเป็น “ข้าวคลุกกะปิ” ฉบับอยากเสวยเมื่อประทับต่างแดน ที่ช่วยแก้พระอาการอยากเสวยได้อย่างดีเยี่ยม

ดังที่ พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ บันทึกไว้ในหนังสือเล่มเดิมว่า “แล้วเสวยด้วยความเอร็ดอร่อยจนหมดสุ่มจานซุปที่ทรงคลุกไว้นั้น สังเกตดูพระพักตร์ยิ้มย่องผ่องใสที่ได้เสวยข้าวคลุกกะปิสมพระราชประสงค์”ทั้งยังตักพระกระยาที่เหลือในหม้อคลุกอีกครั้งหนึ่ง แล้วพระราชทานพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ พร้อมตรัสว่า “เจ้าลองกินซิอร่อยมาก”

แม้แต่พระองค์เองก็ทรงบันทึกไว้ในไกลบ้านว่า “ฅอเหมือนเปิดปากถุง ใส่ลงไปหายพร่อง ไม่ได้มาตันอยู่น่าอกเช่นขนมปังกับเนื้อเลย”

ทำให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถ ดังที่ได้พระฉายานามว่าผู้มีอัจฉริยภาพด้านอาหารอย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. วาทะเล่าประวัติศาสตร์. ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม 2548.

https://vajirayana.org/พระราชนิพนธ์เรื่องไกลบ้าน/พระราชหัดถเลขาฉบับที่-๔๒

บุรุษรัตน. [ม.ป.ท.]:โรงพิมพ์ตีรณสาร, 2501. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:1796.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ข้าวคลุกกะปิ” สูตรรัชกาลที่ 5 ฉบับอยากเสวยเมื่อประทับต่างแดน เป็นอย่างไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...