คลื่น “ถอยกลับจากดิจิทัล” กำลังมาแรงทั่วโลก เมื่อประเทศชั้นนำเริ่มแบนมือถือในโรงเรียน ไทยควรคิดอย่างไร?
คลื่น “ถอยกลับจากดิจิทัล” กำลังมาแรงทั่วโลก
เมื่อประเทศชั้นนำเริ่มแบนมือถือในโรงเรียน ไทยควรคิดอย่างไร?
ในช่วงปี 2025–2026 โลกการศึกษากำลังเผชิญกระแสสำคัญที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นั่นคือแนวโน้ม “Digital Detox in Schools” หรือการจำกัด/ถอยกลับจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในโรงเรียน
นี่ไม่ใช่เพียงนโยบายเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง หากแต่กำลังกลายเป็น “คลื่นระดับโลก” โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย
คำถามสำคัญคือ:
โลกกำลังถอยจากดิจิทัลจริงหรือ?
และประเทศไทยควรเดินไปทางไหน?
ประเทศที่กำลังขยับนโยบายอย่างชัดเจน
?? สเปน (ภูมิภาคมดริด)
แบนอุปกรณ์ดิจิทัลส่วนตัว (มือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป) ในโรงเรียนรัฐสำหรับเด็กอายุ 0–12 ปี
เริ่มปีการศึกษา 2025–2026
เป้าหมาย: ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีในวัยเด็ก และคืนพื้นที่ให้การเรียนรู้แบบดั้งเดิม
?? เนเธอร์แลนด์
เริ่มจำกัดการใช้มือถือในมัธยมตั้งแต่ปี 2024
ล่าสุดขยายผลถึงระดับประถม
ผลลัพธ์ที่รายงาน:
75% ของโรงเรียนพบว่านักเรียนมีสมาธิดีขึ้น
เกือบ 30% ระบุว่าผลการเรียนดีขึ้น
?? เกาหลีใต้
ประเทศผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก กลับออกกฎหมายแบนสมาร์ทโฟนในห้องเรียนทุกระดับ
บังคับใช้ 1 มีนาคม 2026
เหตุผลหลัก: แก้ปัญหา Digital Addiction และผลกระทบต่อพัฒนาการสมองเด็ก
?? สิงคโปร์
เตรียมแบนมือถือและสมาร์ทวอทช์ในโรงเรียนมัธยมตลอดทั้งวัน
เริ่มมกราคม 2026
มาตรการเข้มงวด: ต้องเก็บอุปกรณ์ไว้ในล็อกเกอร์จนเลิกเรียน
เป้าหมาย: ฟื้นฟูปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของนักเรียน
?? เบลเยียม และ ?? ฝรั่งเศส
เบลเยียม: แบนมือถือระดับประเทศในประถม–มัธยม เริ่มปี 2025–2026
ฝรั่งเศส: เริ่มแบนตั้งแต่ปี 2018 และเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นในปี 2025
ทำไมประเทศชั้นนำจึงขยับพร้อมกัน?
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือรายงาน UNESCO Global Education Monitoring (GEM) Report 2023 ที่เตือนว่า
การมีสมาร์ทโฟนอยู่ใกล้ตัวทำให้นักเรียนเสียสมาธิ
การแจ้งเตือนเพียงครั้งเดียวสามารถรบกวนการจดจ่อ
ต้องใช้เวลากว่า 20 นาทีจึงจะกลับมามีสมาธิเต็มที่
ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความมั่นคงทางอารมณ์
ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ
ประเทศที่ขยับตัวเร็วที่สุด มักเป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง เช่น กลุ่มสแกนดิเนเวีย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้
สิ่งนี้สะท้อนว่า
“ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี” อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
นี่คือการต่อต้านเทคโนโลยีหรือไม่?
คำตอบคือ “ไม่ใช่”
ประเทศเหล่านี้ไม่ได้ปฏิเสธดิจิทัล แต่กำลังพยายาม
กำหนดขอบเขตการใช้ที่เหมาะสม
แนวคิดใหม่ไม่ใช่ “Digital First”
แต่เป็น “Digital When Necessary”
กล่าวคือ ใช้เมื่อจำเป็น ไม่ใช่ใช้ตลอดเวลา
แล้วประเทศไทยควรไปทางไหน?
บริบทไทยมีความซับซ้อนกว่า
ในอีกด้านหนึ่ง
ดิจิทัลคือเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ
โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
แต่อีกด้านหนึ่ง
เราก็เริ่มเห็นปัญหาเด็กติดจอ สมาธิสั้น และการเรียนรู้ที่ถูกรบกวน
คำถามจึงไม่ใช่
“จะแบนหรือไม่แบน”
แต่คือ
เราจะ “ออกแบบการใช้เทคโนโลยีในโรงเรียน” อย่างไรให้สมดุล
ประเด็นชวนคิดสำหรับไทย
ควรจำกัดมือถือในระดับประถมหรือไม่?
ควรกำหนดช่วงเวลาใช้ที่ชัดเจน?
ครูควรได้รับการพัฒนาทักษะจัดการเทคโนโลยีในห้องเรียนมากขึ้นหรือไม่?
เราจะใช้ดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่สร้างปัญหาใหม่ได้อย่างไร?
บทสรุป
โลกไม่ได้กำลัง “หนีเทคโนโลยี”
แต่กำลัง “ทบทวนบทบาทของมัน”
ประเทศที่เคยเดินหน้า Digital Education เต็มกำลัง
กำลังหยุดคิดและตั้งคำถามใหม่ว่า
เทคโนโลยีควรอยู่ตรงไหนในห้องเรียน?
และบางทีคำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับไทยอาจไม่ใช่
“เราพร้อมแบนหรือยัง”
แต่คือ
“เราพร้อมออกแบบระบบที่ฉลาดพอหรือยัง” ที่มา https://www.eduguidenews.com/th/articles/311256 เรียบเรียงโดย Eduzones