MINT จ่อตั้ง REIT สิงคโปร์ โกยพันล.ดอลล์ เสริมแกร่ง
#MINT #ทันหุ้น – MINT เล็งขายโรงแรม 14 แห่ง เข้ากอง REIT มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ ระดมทุนจดทะเบียนในตลาดสิงคโปร์ หวังนำเงินรีไฟแนนซ์หนี้-ต่อยอดธุรกิจ คาดชัดเจนครึ่งหลังปีนี้ วางเกมขยายโรงแรมแตะ 850 แห่ง ร้านอาหาร4,150 แห่ง ปี 2571 ดันรายได้ทะลุ 2 แสนล้านบาท เน้นรับบริหาร-ขายแฟรนไชส์ โบรกเคาะเป้า 35.20 บาท
นายดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 31,120 ล้านบาท เพื่อเสนอขายผู้ลงทุนและจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ หวังนำเงินรีไฟแนนซ์หนี้เดิมและนำไปใช้ต่อยอดธุรกิจในอนาคต
@เล็งกอง REIT พันล้านดอลล์
ทั้งนี้ กอง REIT ดังกล่าวจะมีการนำสินทรัพย์ในส่วนของโรงแรมทั้งในและต่างประเทศราว 14 แห่ง แบ่งเป็นโรงแรมในยุโรป 12 แห่ง, ในประเทศไทยอีก 2 แห่ง คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ช่วงครึ่งหลังปี 2569 ซึ่งภายหลังการขายกองทรัสต์ครั้งนี้ทาง MINT ยังมีแนวทางถือหน่วยลงทุนในกองดังกล่าวอยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญ เพื่อทำให้สามารถบริหารและสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งบริษัทคาดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity) ลดลงอยู่ที่ราว 0.75 – 0.85 เท่า จากสิ้นปี 2568 ที่ 0.86 เท่า
ขณะที่ในปี 2569 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ1.5-1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ลงทุนปรับปรุงโรงแรมสัดส่วนประมาณ 60% และที่เหลือใช้ในการปรับปรุงธุรกิจร้านอาหารและอื่นๆ หวังช่วยเสริมศักยภาพและสร้างผลตอบแทนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
@ เน้นรับบริหาร-ขายแฟรนไชส์
ด้านนายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวทางการบริหารงานธุรกิจในช่วง 3 ปีนับจากนี้ (ปี 2569 -2571) ทาง MINT ยังมุ่งให้ความสำคัญกับส่วนธุรกิจโรงแรมจะหันมาเน้นรูปแบบการรับบริหารในรูปแบบเรสซิเดนซ์เชียลให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการขายแฟรนไชส์แบรนด์ต่างๆ ของบริษัท อาทิ“อนันตรา“ ฯลฯ เพื่อขยายฐานโรงแรมให้กว้างขึ้น ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารเองคงจะมีการให้น้ำหนักการขายแฟรนส์ไชส์เพิ่มเติม, การนำเสนอเมนูใหม่ๆ, การขยายสาขาเพิ่มขึ้น รวมทั้งการรับงานบริหาร เพื่อเสริมสร้างการเติงโตในระยะยาว
@ ปี 71 รายได้ทะลุ2แสนล.
อย่างไรก็ดี หากแผนงานต่างๆ สำเร็จตามที่ประเมินไว้ ทางบริษัทวางเป้าหมายในปี 2571 จำนวนโรงแรมคงขยับเพิ่มเป็น 850 แห่ง และร้านอาหาร 4,150 แห่ง จากสิ้นปี 2568 มีโรงแรม 636 แห่ง และร้านอาหาร 2,746 แห่ง ตลอดจนช่วยสนับสนุนให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่ราว 12%
ทั้งนี้ ในปี 2571 บริษัทประมาณการรายได้จะอยู่ที่มากกว่า 2 แสนล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ย 6-8% ต่อปี เมื่อเทียบกับปี 2568 อัตรากำไรสูงมากขึ้น และอัตราส่วนผลตอบแทนจากเงินลงทุนหลัก (ROIC) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ผลมาจากการปรับกลยุทธ์ทั้งในส่วนของโรงแรมและร้านอาหาร ตลอดจนอัตราส่วนหนี้สินที่ปรับตัวลดลง
กำไรแกร่งอนาคต 35.2 บ.
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น MINT ให้ราคาเป้าหมาย 35.20 บาท คาดว่ารายได้และกำไรในปี 2569 จะมีการ ฟื้นตัวต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งได้เลือกหุ้น MINT เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากมีการกระจายรายได้ในหลายประเทศ ซึ่งคาดว่ากำไรปี 2569 จะอยู่ที่ 9.9 พันล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจาก RevPar ที่สูงขึ้น จากทั้ง ADR และอัตราการเข้าพัก ประกอบกับ MINT ยังเดินหน้าลดระดับ D/E ส่งผลให้ มีดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ส่วนการ Spin Off ในMINOR FOOD จะช่วยหนุนการเติบโตระยะยาว
ส่วนทิศทางผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าผลดำเนินงาน ยังเติบโต YoY จากโรงแรมในประเทศไทยและมัลดีฟส์ ยังคอยู่ในช่วงไฮซีซัน ส่งผลให้คาดมี ADR เติบโต ใน ขณะที่โรงแรมในยุโรป คาดมี RevPar เติบโต YoY