โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

Net Zero Tracker ‘ป่าสาละ’ จับตาพลังงานไทย 10 ราย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางบริบทที่ประเทศไทยเพิ่งยกระดับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกครั้งใหญ่ โดยเลื่อนกำหนดบรรลุ Net Zero จากปี 2065 เป็น 2050 พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 47% ภายในปี 2035

บริษัท ป่าสาละ จำกัด หรือ ป่าสาละ บริษัทวิจัยด้านธุรกิจยั่งยืนแห่งแรกของไทย เปิดตัวแพลตฟอร์ม Net Zero Tracker แรกในประเทศไทย ที่ชวนไปติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้าของบริษัทพลังงานไทย 10 แห่ง

นับเป็นการส่งสัญญาณว่านาฬิกากำลังเดินเร็วขึ้นสำหรับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สูงที่สุดในประเทศ คิดเป็น 93.9 ล้านตัน หรือ 38% ของการปล่อยก๊าซทั้งหมดในปี 2567

สำหรับ Net Zero Tracker ส่งผลต่อภาคธุรกิจ คือ การทำให้ข้อมูลที่เคยกระจัดกระจายอยู่ในรายงานความยั่งยืนหนาหลายร้อยหน้า กลายเป็นตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบกันได้โดยตรง

แพลตฟอร์มนี้ได้ประเมินบริษัทพลังงาน 10 แห่ง ผ่าน 4 หมวดหลัก ได้แก่ การกำหนดเป้าหมาย, การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล, ผลการดำเนินการ และการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม รวมคะแนนเต็ม 40 คะแนน ซึ่งเป็นกรอบที่นักลงทุน สถาบันการเงิน และคู่ค้าต่างประเทศ สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้ทันที

ผลการประเมินรอบแรกพบว่า BANPU, EGCO และ PTT ได้คะแนนสูงสุดร่วมกันที่ 15 คะแนน ตามมาด้วย GULF ที่ 14.11 คะแนน, RATCH 14 คะแนน, CKP 12.11 คะแนน, BCP 12 คะแนน และ BGRIM 11 คะแนน ขณะที่ EGAT ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในระบบไฟฟ้าของประเทศได้เพียง 6 คะแนน

และ SPRC ได้ต่ำสุดที่ 2.25 คะแนน ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่าบริษัทไหนมีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านที่สูงกว่าในสายตาของนักลงทุนที่ใส่ใจเรื่อง ESG

สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสาละ เปิดเผยว่า เจตนาของแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่การตีตราว่า ใครดีหรือแย่ แต่ต้องการจุดประกายการแข่งขันเชิงบวกในกลุ่มบริษัทพลังงาน

สิ่งที่สำคัญกว่าคะแนนในปีแรก คือ พัฒนาการในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ที่แท้จริงว่า บริษัทใดกำลังเดินหน้าอย่างจริงจัง และบริษัทใดยังคงหยุดนิ่ง ข้อมูลเหล่านี้เปิดให้ภาคประชาสังคมและนักวิชาการใช้ติดตามการทำงานของภาคเอกชนได้ด้วยเช่นกัน

ศิวัช อ่วมประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสาละ ชี้ให้เห็นอุปสรรคสำคัญในมุมของนโยบายภาครัฐที่กดดันให้บริษัทพลังงานไม่สามารถเดินหน้าได้เต็มที่ ปัญหาแรก คือ “ยังไม่มีนโยบายที่กำหนดปีเป้าหมายการปลดระวางโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างชัดเจน” ซึ่งทำให้บริษัทขาดแรงจูงใจในการวางแผนระยะยาว

ประเด็นที่สอง คือ “การขาดนโยบายสนับสนุนการแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้า” ซึ่งเป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดล่าช้าออกไป และประเด็นสุดท้าย คือ “การไม่มีกฎหมายต่อต้านการฟ้องปิดปาก” ซึ่งส่งผลให้ภาคประชาสังคมไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพลังงาน และทำให้บริษัทต่าง ๆ ขาดข้อมูลรอบด้านที่จำเป็นต่อการพัฒนานโยบาย

ด้าน นภัส เตชะวัฒนกิจกุล นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการจากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อธิบายในเวทีเสวนาที่จัดขึ้นในงานเดียวกันว่า การที่ไทยเลื่อนเป้า Net Zero มาเป็นปี 2050 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการให้สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านและมาตรฐานสากล

แต่การบรรลุเป้าหมายนี้ต้องการมากกว่าแค่การปลดระวางถ่านหิน เพราะยังต้องอาศัยเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนและเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มีต้นทุนสูง ซึ่งต้องการเงินทุนสนับสนุนจากต่างประเทศเข้ามาช่วย

ขณะที่ ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการจาก TDRI เสริมในประเด็นแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการร่างว่า แผนดังกล่าวได้วางเป้าหมายให้สัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่ 70% ภายในปี 2050 ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญที่บริษัทพลังงานทุกแห่งต้องนำไปใช้วางแผนธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม การจะทำให้ตัวเลขนั้นเป็นจริงได้ ต้องการแรงขับเคลื่อนเชิงนโยบายจากทุกภาคส่วนอย่างพร้อมเพรียงกัน

สฤณีปิดท้ายการเสวนาด้วยการชี้ไปที่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย นั่นคือเจตจำนงทางการเมือง

“ภาคการเมืองยังไม่มีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนในเรื่องนี้ และเราก็รับรู้กันดีว่าอำนาจรัฐกับอำนาจทุนมักจะผูกกันอยู่ ดังนั้นเราจึงต้องยิ่งตั้งคำถามกับอำนาจรัฐและอำนาจทุนที่อาจอยู่เบื้องหลังรัฐอีกที”

แพลตฟอร์ม Net Zero Tracker เปิดให้เข้าถึงได้ฟรีที่ www.netzerotracker.co

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Net Zero Tracker ‘ป่าสาละ’ จับตาพลังงานไทย 10 ราย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...