โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ย้อนรอย ดารายอดกตัญญู ทำงานหนัก-แบกคนทั้งบ้าน สู้มะเร็งจนผิวหนังเน่า ทรมานจนวาระสุดท้าย

Thaiger

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ย้อนโศกนาฎกรรม ‘สวีถิง’ ดารายอดกตัญญูวัย 26 ปี แบก 8 ชีวิตในบ้าน ป่วยโรคมะเร็งชนิดรุนแรง ผื่นแดงขึ้นตัว-ต่อมน้ำโต ครอบครัวบังคับรักษาผิดวิธี อวัยวะล้มเหลว-เชื้อกระจาย ทิ้งบทเรียนราคาแพงก่อนสิ้นใจ

คำกล่าวที่ว่าชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละครน้ำเน่าดูจะไม่เกินความจริงไปสักเท่าไหร่ หลังได้ฟังเรื่องราวของ สวีถิง (Xu Ting) นักแสดงสาวดาวรุ่งชาวจีน เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 26 ปี เมื่อปี 2016 แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 10 ปี แต่เรื่องราวของเธอคือบทเรียนราคาแพงที่แลกมาด้วยชีวิต ทั้งความกตัญญูที่ถูกเอาเปรียบและการตัดสินใจที่ผิดพลาดของครอบครัวจนนำไปสู่ความสูญเสีย

สวีถิง เกิดในมณฑลอานฮุย มีพี่น้อง 7 คน เธอเป็นลูกสาวคนที่ 3 ที่มักถูกมองข้าม แต่ด้วยเหตุผลในครอบครัวทำให้เธอกลายเป็นเหมือนลูกสาวคนโตที่ต้องรับบทดูแลคนอื่นตั้งแต่ยังไม่ทันโตเต็มตัว

ในปี 2009 เธอสอบติดสาขาการแสดงของสถาบันด้านสื่อในมณฑลเสฉวน แถมทำผลงานเด่นระดับต้น ๆ แต่บรรยากาศในบ้านกลับไม่ได้ยินดีอย่างที่เด็กคนหนึ่งควรได้ยิน คำพูดที่เล่าต่อกันคือ ‘เรียนศิลปะแล้วจะกินอะไร’ ค่าเทอมก็ไม่มีใครรับปาก สวีถิงจึงอออกไปทำงานพิเศษเอง ทั้งเสิร์ฟอาหาร แจกใบปลิว เก็บเงินจนพอจ่ายค่าเทอมปีแรก แล้วสะพายกระเป๋าไปเรียนด้วยความเชื่อว่าถ้าพิสูจน์ตัวเองได้ ทุกอย่างจะดีขึ้น

แต่ช่องโหว่ของบ้านใหญ่กว่าที่เธอคิด ไม่นานก็มีข่าวว่า พ่อมีหนี้จากการทำธุรกิจและเสียงจากปลายสายโทรศัพท์กลายเป็นคำสั่งกลาย ๆ ว่า “เธอเป็นพี่ ต้องช่วยบ้าน” ชีวิตของสวีถิงเหมือนถูกเร่งสปีดก่อนเรียนจบเสียอีก

สวีถิง

ต่อมาในปี 2011 เธอขึ้นรถไฟไปปักกิ่งด้วยเงินติดตัวเพียงน้อยนิด จากนั้นหาห้องเช่าใต้ดินในชานเมือง กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นหลัก แล้วไปหางานตามกองถ่ายจากบทเล็กที่สุด รายได้วันละไม่กี่สิบหยวน เจองานกลางหนาวต้องใส่เสื้อบางเพื่อถ่ายฉากหน้าร้อน หรือหน้าร้อนต้องใส่ชุดหนาหลายชั้นในฉากย้อนยุค เหงื่อไหลจนผื่นขึ้น แต่ก็ต้องทำ เพราะหยุดไม่ได้

จังหวะชีวิตเริ่มเจอแสงสว่าง ในปี 2012 สวีถิงได้บทในซีรีส์ 老爸回家 แม้ไม่ใช่บทใหญ่ แต่ชื่อของเธอเริ่มปรากฏในเครดิต ต่อจากนั้นก็มีงานต่อเนื่อง ในเวลาไม่กี่ปีเธอมีผลงานให้เห็นจำนวนมากจนคนรอบตัวแปลกใจว่าเอาแรงมาจากไหน

ที่โหดกว่าการทำงานหนักคือ เงินที่หาได้ไม่เคยอยู่ในกระเป๋าเธอได้นาน เพราะทันทีที่รายได้เข้าบัญชีก็มีภาระรออยู่เสมอ ต้องส่งเงินใช้หนี้ของพ่อ ต้องดูแลค่าใช้จ่ายของแม่ ต้องจ่ายค่าเรียนของน้อง ๆ และค่าใช้จ่ายของน้องชาย เธอเลยกลายเป็นเสาหลักที่แบกทั้งบ้านไว้บนบ่าเดียว หลายช่วงต้องรับงานชนกันเพื่อให้ส่งเงินให้ที่บ้าน

แล้วเธอก็ทำภารกิจใหญ่สำเร็จ ในปลายปี 2015 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2016 สวีถิงใช้เงินเก็บแทบทั้งหมดซื้อบ้านในปักกิ่งให้ครอบครัว 8 คน ตนเป็นคนจัดการเรื่องตกแต่ง ซื้อเฟอร์นิเจอร์เอง เพราะอยากให้บ้านใหม่เป็นพื้นที่ที่ทุกคนได้อยู่สบาย ๆ เสียที

สวีถิง-2

แต่บ้านใหม่กลับกลายเป็นฉากเริ่มต้นของความผิดปกติ ไม่นานหลังย้ายเข้าอยู่ เธอเริ่มมีผื่นแดงคันทั่วตัว ไข้สูงเรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตขึ้นเรื่อย ๆ ตอนแรกเธอคิดว่าเหนื่อยเกินไป เดี๋ยวก็หาย แต่สุดท้ายเธอเป็นลมในกองถ่ายและถูกส่งโรงพยาบาล ผลตรวจระบุว่าเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรุนแรง หากรีบรักษาตามแผน มีโอกาสคุมโรคได้

อย่างไรก็ดี ครอบครัวของดาราสาวกลับลังเลการรักษา เพราะมองเรื่องค่าใช้จ่ายและความเสี่ยง ก่อนหันไปพึ่งแนวทางอื่น เช่น การแบบแพทย์แผนจีน ครอบแก้ว ขูดเส้น หรือวิธีที่ถูกอ้างว่าเป็นการขับพิษ รวมถึงการคุมอาหารแบบเข้มงวด บางส่วนถึงขั้นอดอาหารด้วย ความเชื่อที่ถูกพูดถึงคือทำให้เซลล์มะเร็งอดอาหาร แต่ผลลัพธ์คือร่างกายของสวีถิงยิ่งทรุดเร็วขึ้น

ช่วงเดือน กรกฎาคม 2016 เธอถูกส่งเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งในภาวะฉุกเฉิน เพราะโรคกระจาย มีการติดเชื้อ และอวัยวะเริ่มล้มเหลวหลายระบบ แพทย์ทำได้เพียงประคับประคอง ลดความทรมานให้มากที่สุด

สวีถิง-3

ในช่วงยังพอมีสติ เธอตัดสินใจเซ็นบริจาคอวัยวะ แม้ครอบครัวจะไม่เห็นด้วยก็ตาม หลายคนอ่านแล้วรู้สึกเจ็บเพราะนักแสดงสาวใช้ทั้งชีวิตตัดสินใจเพื่อคนอื่นมาโดยตลอด เพื่อหนี้ เพื่อค่าใช้จ่าย เพื่อความเป็นอยู่ของบ้าน และครั้งนี้เป็นครั้งเดียวที่เธอยืนยันจะเลือกเองว่าสิ่งที่ยังพอให้ได้ ขอเปลี่ยนไปช่วยคนอื่นที่ไม่รู้จักกันก็ยังดี

หลังเธอเสียชีวิต เรื่องของสวีถิงถูกสื่อและโซเชียลนำมาปะติดปะต่อจนเกิดคำถามใหญ่ ได้แก่ ประการแรกคือ ความคาดหวังในครอบครัวที่ทำให้คนหนึ่งคนต้องทำงานจนไม่เหลือชีวิตของตัวเอง ส่วนประการที่สองคือ การตัดสินใจเรื่องการรักษาที่ผิดวิธีจนนำไปสู่การสูญเสียในครั้งนี้

ข้อมูลจาก : news.qq.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...