‘กรณ์’ ชี้ ‘ภาษีทรัมป์’ ใหม่ 10 เปอร์เซ็นต์เป็นข่าวดีแก่การค้าไทย-การค้าโลก
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต รมว.คลัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่ศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกาวินิจฉัยว่ามาตรการของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ขึ้นภาษีศุลกากรต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้า เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย ทำให้นายทรัมป์ใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้า ค.ศ. 1974 (Trade Act 1974) เก็บภาษีนำเข้า 10 เปอร์เซ็นต์ เท่ากันทุกประเทศทั่วโลก เป็นเวลา 150 วัน ว่า หลังจากที่ศาลฎีกาของอเมริกาได้วินิจฉัยตีตกมาตรการภาษีทรัมป์ชุดเดิม เมื่อคืนนี้ นายทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้า ค.ศ. 1974 แทนที่ โดยที่มีอัตราเดียวกันทุกประเทศในโลกที่ 10 เปอร์เซ็นต์ ในอเมริกาก็จะต้องวุ่นวายประเด็นการคืนภาษีให้กับผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำเข้า โดยคาดว่าอาจต้องคืนภาษีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาท
นายกรณ์ ระบุอีกว่า ส่วนประเทศอย่างไทยที่ยังเจรจาหาข้อสรุปอัตราเดิมที่ 19 เปอร์เซ็นต์ ก็ดูเหมือนจะรอดตัว กลับกลายเป็นเสียภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับประเทศอื่นๆ และมาตรา 122 ตามกฎหมายนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีได้ชั่วคราวเท่านั้นคือ 150 วัน โดยข้อที่น่าสังเกตเพิ่มเติม คือตามกฎหมายนั้น อัตราสูงสุดที่กำหนดได้คือ 15 เปอร์เซ็นต์ แต่นายทรัมป์เลือกเก็บ 10 เปอร์เซ็นต์ จากทุกประเทศ ทำให้คิดได้ว่าการที่นายทรัมป์ประกาศไปเมื่อคืนนี้เป็นเรื่องการรักษาหน้ามากกว่าเรื่องเจตนาเก็บภาษีจริงจัง และหากจะขยายเวลาจาก 150 วัน ต้องผ่านสภาคองเกรส ซึ่งไม่ง่าย เพราะการตีความการใช้กฎหมายนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่เช่นกัน
"การส่งออกไทยน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทรัมป์ได้ยกเว้นหลายประเภทสินค้า เช่น อาหารที่เขาผลิตไม่ได้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท และรถกระบะบางชนิด แต่ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ที่การส่งออกเท่ากับอยู่ที่กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนมาก การปล่อยสินเชื่อที่ต่ำมาก และความเสี่ยงการชำระหนี้ทั้งในส่วนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ส่วนในต่างประเทศวางใจไม่ได้ เพราะนายทรัมป์อาจพยายามกู้หน้าด้วยการตัดสินใจสร้างสถานการณ์และตัดสินใจบางอย่างในกรณีความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งจะดีหากจบด้วยการตกลงเจรจา แต่จะแย่มาก หากเป็นการใช้กำลังทหาร" นายกรณ์ ระบุ