โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

BIZ: เกิดอะไรขึ้นกับกองทุนประกันสังคมไทย? เก็บค่าธรรมเนียมระดับ Hedge Fund แต่ผลตอบแทนแบบเงินฝากประจำ!?

BrandThink

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประเด็นเรื่องกองทุนประกันสังคมกลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งหลังจากโดน ‘แฉ’ อีกรอบ เมื่อต้นปี 2569 ว่าทำการลงทุนแล้วขาดทุนถล่มทลายในโครงการ TU Dome อย่างไรก็ดีหลายฝ่ายก็จะพยายามยืนยันว่าจริงๆ แล้วในภาพรวมกองทุนยังบริหารแล้วได้กำไรอยู่

เราอยากเริ่มก่อนว่าจริงๆ แล้วในโลกการเงินเวลาเราประเมินการลงทุนของกองทุนเพื่อการลงทุนใดๆ สิ่งที่จะต้องประเมินพื้นฐานไม่ใช่ ‘ผลกำไร’ แต่คือ ‘ต้นทุนการบริหาร’ ด้วย โดยทั้งคู่มีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ กองทุนจำนวนมากได้ผลกำไรมหาศาล แต่ต้นทุนบริหารก็สูง ทำให้ผลกำไรต่อเจ้าของเงินลงทุนก็น้อยลงตาม

และกองทุนที่แย่สุดแบบที่ไม่ต้องถกเถียงอะไรกันมากมาย คือกองทุนที่ต้นทุนการบริหารเงินทุนสูง แต่ทำผลกำไรได้ต่ำ ซึ่งกองทุนประกันสังคมดูจะเข้าข่ายกองทุนลักษณะนี้ ทั้งนี้ก็น่าจะไม่มีวิธีการไหนที่จะทำให้เห็นภาพนี้ได้ดีกว่าการเปรียบเทียบทั้งค่าธรรมเนียมบริหารจัดการของกองทุนประกันสังคมไทยกับกองทุนอื่นๆ รวมถึงเทียบผลตอบแทนด้วย

สำหรับ ‘ค่าธรรมเนียมบริหารจัดการกองทุน’ ถ้าถามว่าตัวเลขควรจะเป็นเท่าไร? แต่มันมีเรตคร่าวๆ ที่ยอมรับกันในอุตสาหกรรม โดยค่าธรรมเนียมบริหารจัดการกองทุนโดยทั่วไปจะคิดจากมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ทีมผู้บริหารกองทุนมีความตั้งใจในการขยายเงินทุน กล่าวคือ ยิ่งบริหารกองทุนได้ผลตอบแทนสูง ก็จะยิ่งได้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย

โดยกองทุนที่ยิ่งมีความเสี่ยงสูงและถือว่าผลตอบแทนสูงก็จะยิ่งมีค่าธรรมเนียมสูง และถ้าเป็นกองทุนความเสี่ยงที่ต่ำกว่าก็จะมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่านั่นเอง

หากจะเคาะเป็นตัวเลขก็จะเป็นดังนี้

กองทุนปิดแบบเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) ที่พวกเศรษฐีชอบเอาเงินไปลงทุน และผู้บริหารกองทุนมักจะถือว่าเป็นเทพของการลงทุน ค่าธรรมเนียมมาตรฐานจะคิดเป็น 2 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าสินทรัพย์กองทุนต่อปี และจะคิดเพิ่มจากกำไรไปอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจูงใจให้ผู้บริหารกองทุนทำกำไรให้กองทุนจำนวนมากในทุกปี โดยกองทุน Bridgewater Associates ของเรย์ ดาลิโอ ผู้บริหารกองทุนและนักเขียนคนดัง ก็ใช้ระบบแบบนี้

กองทุนรวมเชิงรุก (Active Fund) ที่บุคคลทั่วไปลงทุนได้ค่าธรรมเนียมที่ว่ามักจะอยู่ที่ 0.5-2 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าสินทรัพย์กองทุนต่อปี โดยปกติไม่ว่าจะเป็นกองทุนลักษณะนี้ในไทย ก็จะคิดค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการในย่านนี้ (ถ้าไปดู ให้ดูคำว่า Expense Ratio นั่นคือค่าธรรมเนียมบริหารจัดการแบบ ‘สุทธิ’ หรือรวมทุกอย่างแล้ว)

กองทุนรวมเชิงรับ (Passive Fund) ที่จัดพอร์ตตามดัชนีตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ ทำให้ไม่ต้องใช้ทักษะมากมายในการบริหาร จะมีค่าธรรมเนียมถูกที่สุดอยู่ที่ประมาณ 0.1 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าสินทรัพย์กองทุนต่อปี โดยข้อได้เปรียบของกองทุนกลุ่มนี้คือค่าธรรมเนียมมักจะต่ำ ทำให้บางครั้ง ‘กำไรสุทธิ’ ในการลงทุนที่นักลงทุนจะได้สูงกว่าพวกเฮดจ์ฟันด์ที่ทำกำไรได้สูงกว่า แต่ก็มีค่าธรรมเนียมยิบย่อยสูงตาม

แน่นอนว่านี่เป็นค่าธรรมเนียมคร่าวๆ ที่พอทำให้เห็นภาพความต่างของค่าธรรมเนียมของกองทุนประเภทต่างๆ

แล้วกองทุนประกันสังคมไทย เก็บค่าธรรมเนียมบริหารกันอย่างไร?

ต้องเข้าใจก่อนว่าพวกกองทุนประกันสังคมโดยทั่วไปจะไม่มีการเก็บเงินค่าบริหารจัดการจาก ‘มูลค่าสินทรัพย์กองทุน’ เพราะเงินมันจำนวนมหาศาลหลักล้านล้านบาท ถ้าเก็บแบบนั้นคือมันก็จะกิน ‘เงินต้น’ ไปหมด

แต่ค่าธรรมเนียมบริหารกองทุนประกันสังคมจะเก็บจาก ‘เงินสมทบต่อปี’ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เงินในกองทุนรวมๆ ยังไงก็จะไม่ลดลง แต่อีกด้านก็คือมันไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้ผู้บริหารบริหารกองทุนให้ได้ผลตอบแทนดีขึ้นเช่นกัน เพราะบริหารอย่างไรก็ไม่ได้ส่วนแบ่งจากผลตอบแทน

แล้วทีนี้กองทุนประกันสังคมใช้เงินไปเท่าไรในการบริหาร? ทางกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าเปิดเผยว่า ในปี 2567 เงินสบทบที่ว่านี้คือประมาณ 200,000 ล้านบาท กฎหมายกำหนดให้คิดเป็นค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการได้ 10 เปอร์เซ็นต์ ของเงินก้อนนี้ แต่ใช้จริงไปประมาณ 5,000 ล้านบาท

โดยทางทีมบริหารกองทุนประกันสังคมก็บอกว่าใช้ไปแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ กว่าๆ เท่านั้นจากที่ใช้ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นนี่คือจำนวนไม่เยอะ และถูกกฎหมายแน่นอน

คำถามคือ 5,000 ล้านบาท หรือประมาณ 2.5 เปอร์เซ็นต์ เป็นจำนวนที่มากหรือน้อยถ้ามองในกรอบอื่นๆ?

ถ้ามองในระดับค่าตอบแทนกองทุนแบบอื่นๆ แบบเทียบเคียง 2.5 เปอร์เซ็นต์ นั้นสูงมาก เพราะขนาดเฮดจ์ฟันด์ยังคิดเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ในการบริหารกองทุนได้ ผู้บริหารกองทุนต้องระดับเทพ บริหารกองทุนแบบ ‘ชนะตลาด’ ได้รัวๆ กระจุยกระจายอย่างต่อเนื่อง

แต่ถ้ามาย้อนดูผลตอบแทนการลงทุนของกองทุนประกันสังคม มีรายงานว่าผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ย 5 ปี อยู่ที่ 2.6 เปอร์เซ็นต์

ถามว่าน้อยหรือไม่ เอาเป็นว่าผลตอบแทนเท่านี้มันสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์เพียงนิดเดียว และต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำของพวกสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ด้วยซ้ำ

และนี่ยังไม่ต้องไปเทียบกับพวกกองทุนระดับชาติของประเทศอื่นๆ

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์อย่าง Temasek ไม่มีรายงานผลตอบแทน 5 ปี แต่ 10 ปี ผลตอบแทนเฉลี่ยที่เขาเคลมคือ 6 เปอร์เซ็นต์

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์อันโด่งดัง มีรายงานประจำปี และ 5 ปีล่าสุดคือทำผลตอบแทนเฉลี่ยรายปีในช่วง 5 ปี อยู่ที่ 7.4 เปอร์เซ็นต์

นี่ยังไม่ต้องนับผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ย 5 ปี ของกองทุนเชิงรับค่าธรรมเนียมต่ำยอดฮิตของโลกที่ลงทุนตามโครงสร้างดัชนี S&P500 ของสหรัฐอเมริกาอย่าง SPY ที่ผลตอบแทนเฉลี่ยในรอบ 5 ปี คือ 14.3 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้นถ้ามองแบบนี้ ภาพที่เราจะเห็นอาจเป็นอีกแบบ เพราะกองทุนประกันสังคมไทยไม่ได้แค่ ‘ใช้เงินเยอะมาก' ในการบริหารจัดการ แต่ยัง ‘สร้างผลตอบแทนได้น้อย’ แบบไม่ได้สัดส่วนกับค่าธรรมเนียมที่เก็บไปบริหารกองทุนด้วย

พูดให้เข้าใจง่ายกว่านั้นก็คือ ถ้าตัดระเบียบต่างๆ ออกให้หมดแล้วพิจารณาในระนาบเดียวกัน ของทุนที่คิดค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ 2.5 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี (หรือให้ตรงคือ หักเงิน 2.5 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ลงทุนแบบแรกเข้า) แต่บริหารกองทุนได้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 2.6 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี มันไม่มีใครซื้อ นอกจากจะถูกบังคับให้ซื้อ เพราะถึงแม้คนที่ไม่รู้เรื่องการเงินการลงทุนเลยก็คงเห็นว่าส่วนต่างที่ทำให้เกิดผลตอบแทน 0.1 เปอร์เซ็นต์ ต่อปีเท่านั้น ซึ่งจะเอาผลตอบแทนเท่านั้น ไม่ต้องฝากประจำกับธนาคาร แค่ฝากออมทรัพย์ ยังได้ดอกเบี้ยมากกว่าเลย

ทั้งหมดนี้มันเลยกลับมาสู่คำถามสำคัญว่าควรจะ ‘แก้ไข’ กองทุนประกันสังคมอย่างไร?

มันอาจฟังดูง่ายๆ แค่ว่าก็ควรจะเอากองทุนประกันสังคมไปบริการแบบกองทุนรวมเอกชนที่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ผลตอบแทนสูงกว่า แต่คำถามง่ายๆ ก็คือแบบนี้ทำไมทุกคนไม่เอาเงินเดือนตัวเองไปลงทุนในกองทุนรวมเอกชนเลย จะมีกองทุนประกันสังคมไปทำไม? นี่อาจนำมาสู่คำถามว่าหรือพื้นฐานแล้วกองทุนรวมประกันสังคมก็อาจ ‘ไม่ควร’ บริหารแบบกองทุนรวมเอกชนโดยสิ้นเชิง? เพราะเป้าหมายด้านผลตอบแทนที่สูงอาจมากับความเสี่ยงที่ไม่เหมาะกับการ ‘ประกันสังคม’ หรือเปล่า? และการประกันสังคมอาจต้องคำนึงถึง ‘ความมั่นคงในอนาคต’ ของประชาชนที่จะเกิดขึ้นบนโลกต่อไปในระดับหลายทศวรรษหรือเป็นศตวรรษ ซึ่งกรอบการลงทุนแบบนี้ก็อาจต้องคิดต่างจากการลงทุนเพื่อการเกษียณของบุคคลทั่วไป ซึ่งปกติจะมีกรอบไม่เกิน 20-30 ปี

แต่ใดๆ ก็ตาม คำถามที่จะคงอยู่ต่อไปก็คือมันอาจต้องมี ‘มาตรฐาน’ บางแบบสำหรับการ ‘เก็บค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ’ ที่ควรจะต่ำลงกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะเห็นว่ากองทุนรวมประกันสังคมควรจะไปในทางไหน ทุกคนก็คงจะเห็นร่วมกันว่าการเก็บค่าธรรมเนียมในเรตเดียวกับเฮดจ์ฟันด์แต่ทำผลตอบแทนสุทธิได้แค่พอๆ กับเงินฝากธนาคารมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็นแน่นอน

อ้างอิง:

  • State Street Global Advisors. SPDR® S&P 500® ETF Trust. https://shorter.me/dminw
  • Capital Group. The Growth Fund of America. https://shorter.me/bh0ez
  • บลจ. บัวหลวง. กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล. https://shorter.me/tspqf
  • CNBC. Hedge Fund Titans’ Pay Stretching to 10 Figures. https://shorter.me/KLeqV
  • Hfocus. เวที HACK เงินประกันสังคม 2025 พบกองทุนรักษาพยาบาล งบฯสูงขึ้นทุกปี แนะเปิดเผยข้อมูล 100% ลดทุจริต. https://shorter.me/MAdCl
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย. อัตราดอกเบี้ยประจำวันของธนาคารพาณิชย์. https://shorter.me/iquaN
  • สำนักงานประกันสังคม. รายงานสถานะการบริหารเงินลงทุน. https://shorter.me/G4ISJ
  • สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค. เงินฝากประจำเพิ่มพูน. https://shorter.me/xaABy
  • Norges Bank Investment Management. Government Pension Fund Global Annual report 2024. https://shorter.me/nK8Lp
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...