โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุสรณ์ ติปยานนท์ : In Books We Trust (34) หนังสือชื่อเดียว (6)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 ต.ค. 2564 เวลา 13.53 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 03.30 น.

ท่าอากาศยานต่างความคิด

อนุสรณ์ ติปยานนท์ / frontfirework@hotmail.com

 

In Books We Trust (34)

หนังสือชื่อเดียว (6)

 

การไขปริศนาบางอย่างในชีวิตหาใช่เรื่องง่ายดังสมการทางคณิตศาสตร์ ในวัยเด็ก วันที่เขาพบว่าสัญลักษณ์บางอย่างมีค่าในตัวของมันโดยที่เราไม่จำเป็นต้องแสดงออกมานั้นเป็นวันที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง เมื่อ 2X = 4 เราย่อมรู้โดยสำนึกว่า X นั้นมีค่าเท่ากับ 2 หรือเมื่อ 2/X = 1 เราก็ย่อมรู้ว่า X นั้นมีค่าเท่ากับ 2 อีกเช่นกัน X ที่มีค่าเท่ากับ 2 ปรากฏตัวได้ในหลายกรณี หลากหลายรูปแบบ แม้ว่าจะมีค่าเดียวกันก็ตาม

แต่หากเขาจะให้บุคคลที่ทำให้หนังสือในโลกกลายเป็นชื่อเดียวกัน บุคคลผู้นั้นควรเป็นใคร?

นี่ไม่ใช่การสร้างตัวแปรที่ชัดเจนได้ง่ายๆ เขาเป็นได้ตั้งแต่นายทุนด้านการศึกษาที่ต้องการทำให้โลกของการอ่านเต็มไปด้วยความเรียบง่ายขึ้น

เขาอาจเป็นเจ้าของโรงงานกระดาษที่ต้องการให้เกิดการแข่งขันในโลกของการพิมพ์ที่คนทุกคนต้องเลือกหนังสือจากเนื้อหาแทนชื่อ

เขาอาจเป็นนักเขียนที่ต้องการความสุขสงบจากการเขียนและไม่ต้องการขบคิดเรื่องชื่อของหนังสือให้มากความ (ความเป็นไปได้ในข้อนี้มาจากคำพูดของบรรณาธิการของเขา)

และเขาอาจเป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งที่มีเงินมากมายเสียจนคิดว่าการเปลี่ยนโลกให้ไม่มีความแตกต่างนั้นเป็นการละเล่นที่น่าเพลิดเพลินใจยิ่ง

เขาคนนั้นเป็นได้ดังที่ว่าหรืออาจไม่เป็นอะไรเลย

แต่ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร เขาย่อมมีตัวตนอยู่จริง และการมีตัวตนของเขาย่อมหมายความว่าไม่ช้าก็เร็วเราสามารถสืบเสาะถึงตัวบุคคลนั้นได้ และหากเราทำเช่นนั้นได้ เราย่อมสามารถล่วงรู้ความจริงได้ในเวลาต่อมา

กระนั้นเขาควรเริ่มต้นจากที่ใด บริษัทกระดาษหรือรายชื่อเศรษฐีที่มีพฤติกรรมแปลกๆ ข้อนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจตกลงปลงใจได้

เขาขบคิดถึงมันตลอดวันและตลอดคืน มีเพียงการพักดื่มน้ำเปล่าธรรมดาหนึ่งแก้วเท่านั้นที่พาเขาออกจากความคิดดังกล่าวได้

นอกจากนั้น เวลาทั้งหมดของเขาหมดไปกับการคิดและจนกระทั่งรุ่งสาง

 

เขาเข้านอนในช่วงเช้าตรู่ของวันถัดมา นานนับปีแล้วที่เขาไม่ได้ทำงานข้ามคืน และดูเป็นการทำงานข้ามคืนที่เปล่าประโยชน์เพราะเขาเข้านอนพร้อมกับคำตอบที่ว่างเปล่า เขาเข้านอนพร้อมกับสิ่งที่บอกเขาว่าเขาไม่ได้รู้อะไรเลย

เขาตื่นขึ้นตอนเช้าพร้อมกับลูกแมวจรที่อยู่บนหน้าอก เขาไม่รู้ว่าแมวตัวนั้นออกมาจากห้องครัวที่เขาขังมันไว้ได้อย่างไร เขาคิดว่ามันคงหิว เขาจำใจลุกจากเตียงนอน อุ้มมันไปที่ครัว เทอาหารเม็ดให้มันแล้วนั่งมองมันจัดการอาหารที่ว่านั้น

เนิ่นนานเพียงใดแล้วที่เขาไม่มีสัมผัสสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิต และแล้วเขาก็รู้สึกถึงการวาดรูปมันเป็นการบันทึกไว้ เขาค้นหากระดาษวาดเขียนขนาดใหญ่ ดินสอสีและอีกหลายสิ่ง ไม่นานนักเขาก็พบอุปกรณ์ทั้งหมด เขาร่างภาพมันอย่างเร็วๆ ก่อนจะลงสีและใช้เวลาพิจารณาภาพที่วาดนั้น

ในภาพวาดที่ว่าเขารู้สึกว่ามีบางสิ่งขาดหายไป มันควรมีบทกวีกำกับ เขานั่งตรึกตรองถึงถ้อยคำก่อนจะเขียนข้อความยืดยาวออกมา เช่นกัน เนิ่นนานแล้วที่เขาไม่ได้เขียนบทกวี

“บางสิ่ง

ขาดหายไปจากชีวิต

ล่องลอยไปราวปุยเมฆที่ไขว่คว้าไม่ได้

แต่แล้ว

ก็พบว่ามันไม่ได้จากเราไป

มันคงอยู่ตรงนั้น

ในความทรงจำของเรา

แมว

เป็นสิ่งที่สามารถมาและไป

เป็นสิ่งที่สามารถคงอยู่และลับหาย

เสมอ

ฉันไม่มีชื่อให้เธอ

สำหรับในตอนนี้

แต่ในวันที่เธอจากไป

ฉันอาจค้นพบชื่อของเธอก็เป็นได้

มิใช่หรือ?”

เขาเขียนถ้อยคำหรือบทกวีนั้นประกอบลงในภาพวาด ช่างเป็นงานศิลปะที่สมบูรณ์เหลือเกิน ช่างเป็นงานศิลปะที่เพียบพร้อมในเวลาอันสั้น เขาเก็บภาพวาด และเริ่มคิดว่าตนเองจะค้นหาที่มาของปริศนาได้อย่างไร

เขาตัดสินใจทำความสะอาดร่างกาย ออกไปยังร้านอาหารประจำ หลังจากได้กาแฟและขนมปังปิ้ง เขาก็คิดว่าสถานที่แรกที่เขาควรไปคือร้านหนังสือที่เขาพบว่าหนังสือทุกเล่มถูกทำให้มีชื่อเดียว

เขาออกจากร้านอาหารตรงไปที่ร้านหนังสือแห่งนั้น เขาใช้เวลาค้นหามันเนิ่นนาน ความทรงจำบางส่วนของเขาเริ่มเลอะเลือน

และในที่สุดเขาก็พบตรอกเล็กๆ ที่เป็นที่ตั้งของมัน

 

เขาเดินตรงเข้าไปในตรอกนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเพียงเวลาไม่นานนัก ตรอกดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ มีเถาวัลย์ปกคลุมไปทั่ว เขาแหวกเถาวัลย์ดังกล่าวไปจนถึงประตู มีแสงไฟจากข้างในที่บอกว่าร้านดังกล่าวยังคงให้บริการ

เขาเปิดประตูร้าน กลิ่นของหนังสือในร้านเป็นกลิ่นที่เขาคุ้นเคย

เขาตรงไปที่ชั้นหนังสือ เลือกหาหนังสือที่น่าสนใจโดยการพลิกหนังสือแต่ละเล่มขึ้นอ่านข้อความข้างใน

เขาจมอยู่กับหนังสือเหล่านั้นานนับชั่วโมง ก่อนจะคิดได้ว่าทำไมถึงไม่มีบุคคลอื่นในร้านนี้

เขามองไปรอบๆ มันช่างเป็นร้านร้างที่ไม่มีผู้คนจริงๆ เขาลองตะโกนเรียกหาผู้คนก่อนจะพบว่าไม่มีเสียงตอบ มีเก้าอี้ตัวหนึ่งตั้งอยู่ เขาถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นและเผลอหลับไป

เขาไม่เคยหลับในเวลาเช่นนี้มาก่อน อาจเป็นเพราะความอ่อนเพลียหรืออาจเป็นเพราะการถูกกวนด้วยแมวตัวนั้น ในที่สุดเขาลืมตาตื่นขึ้น ภาพที่พบเห็นคือหญิงสาวคนดังกล่าว หญิงสาวคนที่เขาพบเจอเธอในหลายรูปแบบ หญิงสาวที่เขาไม่รู้จักชื่อที่แท้จริงของเธอ เธอจ้องมองเขาพร้อมกับพูดว่า…

“ร้านหนังสือของเรามีอะไรที่จะรับใช้คุณได้บ้างไหม?”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...