โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สลด! ผู้โดยสาร เสียชีวิตบนเครื่องบินกรุงเทพ-มิวนิค ต้องนำเครื่องวนกลับกรุงเทพฯ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 11 ก.พ. 2567 เวลา 09.38 น. • สยามนิวส์
สลด! ผู้โดยสาร เสียชีวิตบนเครื่องบินกรุงเทพ-มิวนิค ต้องนำเครื่องวนกลับกรุงเทพฯ

เว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล (Dailymail) ของอังกฤษรายงานว่า มีผู้โดยสารชายชาวเยอรมันไอ มีเลือดพุ่งออกจากปากกับจมูก จนเสียชีวิตบนเครื่องบินจากกรุงเทพไปยังนครมิวนิคของเยอรมนี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ บนเที่ยวบิน LH733 ของสายการบินลุฟท์ฮันซา (Lufthansa) ที่กำลังเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปยังนครมิวนิคของเยอรมนี หลังจากเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้า ผู้โดยสารชายวัย 63 ปี ซึ่งเดินทางพร้อมกับภรรยา มีอาการหัวใจเต้นเร็ว พนักงานบนเครื่องบินจึงรีบเข้ามาดูแล ส่วนนักบินก็ประกาศหาผู้โดยสารที่เป็นหมอให้เข้ามาช่วยดูอาการ แต่อาการของผู้โดยสารคนนี้กลับเลวร้ายลง ถึงขั้นไอเป็นเลือดพุ่งออกจากปากและจมูก ก่อนจะล้มลงและเสียชีวิต สร้างความตกใจให้กับผู้โดยสารคนอื่น ๆ

ภาพจาก World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ภาพจาก World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นักบินตัดสินใจนำเครื่องกลับมาลงจอดที่สนามบินกรุงเทพฯ หลังเดินทางออกไปได้ 1 ชม. 50 นาที ทั้งนี้ รายงานบอกว่า ก่อนเกิดเหตุสลด ชายคนดังกล่าวกับภรรยารีบวิ่งไปขึ้นเครื่องบินให้ทัน ซึ่งภรรยาได้แจ้งกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแล้วว่า สามีของเธอมีอาการไม่ปกติ ผู้โดยสารหลายคนออกมาแสดงความไม่พอใจการจัดการของสายการบิน เพราะปล่อยให้ผู้โดยสารที่อยู่ในสภาพบอบช้ำจากการเห็นภาพการเสียชีวิต ต้องรอนาน 2 ชม. โดยไม่มีคำแนะนำใด ๆ และมีรายงานว่า ทางสายการบินมอบบัตรกำนัลมูลค่า 9.06 ยูโร (ราว 350 บาท) ให้กับผู้โดยสาร แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นบัตรกำนัลเพื่อจุดประสงค์ใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...