ทนายดังชี้ ไม่ถ่ายวิดีโอขณะเปิดกล่องพัสดุ ก็ "เคลมสินค้า"ได้ ยกคำพิพากษาเคยตัดสินมาแล้ว
ภาพกล่องพัสดุที่ติดสติกเกอร์หน้ากล่องด้วยข้อความว่า"#กรุณาถ่ายวิดีโอขณะเปิดกล่องพัสดุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมสินค้า #ไม่มีหลักฐานงดเคลมทุกกรณี" ขณะนี้กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายตามสื่อโซเชียลมีเดียถึความเหมาะสมว่าทางร้านเป็นการเอาเปรียบลูกค้าหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามกลับไปยังร้านค้าเจ้าของสติ๊กเกอร์ดังกล่าวว่าทำไมร้านถึงไม่ถ่ายคลิปวีดีโอตอนแพ็คสินค้าบ้างเพื่อเป็นการยืนยันตัวสินค้า
ล่าสุดเฟซบุ๊ก "ทนายเกิดผล แก้วเกิด" ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเหตุไว้ว่า พ่อค้าแม่ค้า ส่งสินค้าให้ลูกค้า มีการติดสติกเกอร์หน้ากล่องพัสดุว่า "#กรุณาถ่ายวิดีโอขณะเปิดกล่องพัสดุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมสินค้า #ไม่มีหลักฐานงดเคลมทุกกรณี "ปรากฎว่าคดีที่ศาลจังหวัดอุดรธานีคดีหนึ่ง ผู้ซื้อสินค้า รับสินค้าไว้ แต่ไม่ได้ถ่ายคลิปวีดีโอ ไว้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดกลาองพัสดุ ผลคือ สินค้าแตกหัก ขอคืนสินค้า แต่ผู้ขาย ปฎิเสธ เพราะ ผู้ซื้อ ไม่ได้ถ่ายคลิปเป็นหลักฐานในขณะรับสินค้าลูกค้าจึงนำคดีมาฟ้อง เป็นคดีผู้บริโภค
ศาลชั้นตั้น (ศาลจังหวัดอุดรธานี )พิพากษาว่า.."ข้อความดังกล่าวนี้ถือเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมสัญญาที่ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมากเกินสมควร ประกอบกับคู่สัญญาไม่ได้รับความยินยอมในสัญญาตั้งแต่ต้นตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 มาตรา 4 วรรคสาม #ข้อตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 11 สิ่งที่ควรกระทำผู้จัดส่งควรถ่ายวิดีโอขณะแพ็คสินค้า ผู้รับควรถ่ายวิดีโอขณะแกะสินค้า เมื่อมีการชำรุด แตกหัก ร้านค้าต้องรับผิดชอบในเบื้องต้นและเรียกค่าเสียหายจากผู้ขนส่งมิใช่เป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภคฝ่ายเดียว
คดีลักษณะนี้ในลักษณะติดประกาศแต่เพียงฝ่ายเดียว เช่น รถหายในห้างโดยห้างติดประกาศว่า #รถหายห้างจะไม่รับผิดชอบ ศาลฎีกาเคยพิพากษาว่า ข้อความดังกล่าว เป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเป็นโมฆะ ตามมาตรา 11 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10570/2557)
ส่วนคดีที่จังหวัดอุดรธานียังไม่ถึงที่สุด แต่มีข้อความประกาศในลักษณะคล้ายกับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10570/2557 จึงเชื่อว่าน่าจะพิพากษาให้ผู้ขายหรือขนส่งรับผิดเช่นกัน
จากข้อความของ "ทนายเกิดผล แก้วเกิด" จะเห็นได้ว่าเป็นในทิศทางเดียวกับชาวเน็ตซึ่งเป็นผู้บริโภคหรือลูกค้าที่เห็นว่าทางร้านควรรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของคนซื้ออย่างเดียว
เฟสบุ๊ก: ข่าวเวิร์คพอยท์23 https://www.facebook.com/NewsWorkpoint