โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จับตา “หุ้นเรือ” หลังโบรกชี้ปีนี้ “ค่าระวาง” ขาลง!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (13 มี.ค.68) อัตราค่าระวางเรือในปี 2568 จะยังคงมีแนวโน้มลดลง จากอุปทานส่วนเกินของเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่มีมากขึ้น โดยข้อมูลจากสมาคมการเดินเรือระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Baltic and International Maritime Council) BIMCO เปิดเผยรายงานเดือน ธันวาคม 2567 คาดว่าในปี 2568 ความต้องการในการขนส่งคาดว่าจะเติบโตขึ้น 18-19% ในขณะที่อุปทานคาดเติบโตในอัตราที่ช้ากว่าที่ 12% อย่างไรก็ตามความต้องการคาดว่าจะเติบโตเพียง 3-4% ในปี 2568 ขณะที่อุปทานจะเติบโตที่ 5.8%

ขณะที่ จากข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ระบุว่า ปกติแล้ว ทุกการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง (Disruptions) มักส่งผลบวกต่ออัตราค่าระวางเรือในระยะสั้น อาทิ กรณีการกีดกันการค้า หรือ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ผู้นำเข้าเร่งรับสั่งสินค้าก่อนที่ภาษีจะถูกปรับขึ้น แต่ในระยะยาวกว่านั้นส่งผลลบเพราะทำให้เกิดความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจ การค้าโลกชะลอตัว และการย้ายฐานการผลิต ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อความต้องการ (demand) ในการขนส่งสินค้าเทกอง

แต่ถึงแม้ไม่มีประเด็นความขัดแย้งทางการค้าของอภิมหาอำนาจของโลก ฝ่ายนักวิเคราะห์เชื่อว่าอัตราค่าระวางเรือเทกองในปี 2568 อยู่ในทิศทางขาลง จากความไม่สมดุลของอปสงค์และอุปทาน โดยอุปทานของเรือเทกองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2.9% จากปีก่อนหน้า อ้างอิงการคาดการณ์ของ Clarksons Research ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากเดือน มิถุนายน 2567 ที่คาดว่าอุปทานปีนี้จะเพิ่มขึ้น 2.6%

ในขณะที่อุปสงค์ความต้องการของเรือเทกองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพียง 1.1% จากปีก่อนหน้า แม้จะพิจารณาเฉพาะในกลุ่มของเรือ Minor bulk ซึ่งเรือของ PSL และ TTA อยู่ในกลุ่มนี้ Clarksons Research ประเมินว่าอุปสงค์ของเรือ Minor bulk ในปี 2025 จะเติบโตดีกว่าคือ 2.3% จากปีก่อนหน้า แต่อุปทานก็เพิ่มในอัตราเร่งมากกว่าคือ 4.3% จากปีก่อนหน้า

ด้านดัชนี BSI ปัจจุบัน อยู่ที่ 864 จุด (10 มีนาคม 2568) ยังคงลดลง 6.4% การสั่งต่อเรือใหม่ (Orderbook) ในปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 10.6% ของกองเรือโลก ในขณะที่เรือที่อายุเกิน 20 ปี ซึ่งจะต้องนำออกจากมหาสมุทรมีสัดส่วน 9.8% ของกองเรือโลก

ประกอบกับกฎระเบียบที่เข้มข้อของ EEXI และ CII ช่วยจำกัด Supply ของเรือและช่วยจำกัดการร่วงลงแรงของค่าระวางเรือ แต่ด้วย (demand) ที่อ่อนแอ (PMI ภาคการผลิตของจีนยังคงขึ้นลงอยู่บริเวณ 50 +/-) และความไม่แน่นอนของการค้าโลกในยุค Trump 2.0

โดยปัจจัยดังกล่าว ทำให้ฝ่ายนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราค่าระวางเรือในปี 2568 มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้กำไรปกติของกลุ่มธุรกิจเรือเทกองในปีนี้มีโอกาสลดลง 18.2% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะเริ่มฟื้นตัว 13.9% จากปีก่อนหน้า ในปี 2569 และเติบโตต่อเนื่อง 3.9% จากปีก่อนหน้า ในปี 2570 ส่งผลให้กำไรปกติของกลุ่มเติบโตเฉลี่ย 8.8% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2568-2570

ขณะที่ ปัจจุบัน หุ้นของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL และ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ซื้อขายในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม (Book value) ถึง 60-70% ถูกกว่าในอดีตมากแต่ ซึ่งฝ่ายนักวิเคราะห์ยังไม่เห็นการเร่งตัว (catalyst) ซึ่งในระยะสั้นจึงยังคงแนะนำถือทั้งคู่ โดย PSL แนะนำถือให้ราคาพื้นฐาน 6.40 บาท ส่วน TTA ให้ราคาพื้นฐาน 4.48 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...