โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชงปลดล็อกที่เนินเขา “ภูเก็ต” สบช่อง 300 แปลงผุดวิลล่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2565 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 01.34 น.

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูเก็ต ชงปลดล็อกสร้างวิลล่าหรูบนเนินเขา เตรียมประกาศร่างกระทรวงฉบับใหม่ใน 6 เดือน ช้าสุด 2 ปี ปล่อยผีที่ดินเนินเขา 300 แปลง ก่อสร้างได้สูงจากระดับน้ำทะเล 80 เมตร เป็น 140 เมตร เปิดทางผู้ประกอบการพัฒนาได้มากขึ้น “รมต.วราวุธ” แจงเป็นเรื่องใหญ่ต้องเข้าบอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ บิ๊กอสังหาฯชี้ 4 กฎเหล็กคุมเข้ม

แหล่งข่าวจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดภูเก็ตได้เสนอร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. …. ซึ่งระบุข้อจำกัดความสูงในการพัฒนาก่อสร้าง โดยเสนอขยายความสูงจากปัจจุบันกำหนดพื้นที่จากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 80 เมตร ขยายเป็น 140 เมตร ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 100 ตารางวา

300 แปลงรอพัฒนา

“จากข้อมูลปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิบนพื้นที่สูง รวมแล้วประมาณ 300 แปลงที่รอการพัฒนา” แหล่งข่าวกล่าว

ล่าสุด บริษัท เทสโก้ จำกัด ที่ปรึกษาโครงการ ได้รวมข้อมูลเสนอร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ ให้สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาแล้ว ขั้นตอนจะใช้เวลาเร็วสุดภายใน 6 เดือน หรือช้าสุดไม่เกิน 2 ปี ประกาศฉบับใหม่น่าจะมีผลบังคับใช้

“ที่ผ่านมาบริษัทเทสโก้ได้เสนอเรื่องข้อจำกัดความสูงผ่านคณะอนุกรรมการกลั่นกรองระดับ สผ.พิจารณาไปแล้วรอบหนึ่ง ก่อนเสนอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตามลำดับ”

ขณะเดียวกันต้องเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ แล้วนำกลับเข้า ครม.เห็นชอบอีกครั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถึงจะได้ลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ได้ต่อไป

แหล่งข่าวกล่าวว่า ประกาศฉบับเก่าจะหมดวาระในปี 2565 จึงขยายเวลาออกไปอีก 2 ปี หากประกาศร่างฉบับใหม่ใช้ได้เร็ว คงไม่รอให้ครบ 2 ปี เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศ จึงต้องประกาศขยายระยะเวลาออกไปก่อน

“การปลดล็อกครั้งนี้จะทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาและก่อสร้างอาคารบนพื้นที่สูงได้มากขึ้น พร้อมพิจารณาเรื่องความปลอดภัยด้วย เช่น ในพื้นที่ 100 ตารางวา จะสร้างอาคารปกคลุมที่ดินได้ 90 ตารางเมตรเท่านั้น อาคารคงไม่ใหญ่มาก แต่ดีกว่าสร้างอะไรไม่ได้เลย ที่ผ่านมาประชาชนมีเอกสารสิทธิที่ดิน แต่ไม่สามารถสร้างอะไรได้ เหมือนรัฐไปรอนสิทธิมากเกินไป เราจึงเปิดช่องให้สร้างอาคารเป็นบ้านเดี่ยว หรืออาคารเดี่ยวได้ โดยไม่ยึดติดกับแนวราบอย่างเดียว” แหล่งข่าวกล่าว

ขออนุญาตก่อสร้างมากขึ้น

ประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ จังหวัดภูเก็ตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีโครงการต่าง ๆ ยื่นขออนุญาตก่อสร้างรวมแล้ว 3,000 โครงการ ทั้งโครงการขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม จัดสรรที่ดิน อาคารอยู่อาศัย รวมจำนวนที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการระดับจังหวัดเฉลี่ยปีละ 100 โครงการ แต่ช่วงโควิด-19 อาจน้อยลง เพราะเอกชนชะลอการลงทุน โดยปี 2564 มีผู้ยื่นขอก่อสร้าง 80 กว่าแปลง และเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2565 มีผู้มายื่นขอก่อสร้างแล้ว 30 โครงการ

“เราขอให้ผู้ประกอบการช่วยดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องบำบัดน้ำเสีย และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพราะมีหลายแห่งใช้กรีนแอเรียทำเป็นที่จอดรถ เพราะภูเก็ตมีพื้นที่จำกัด เราเข้าใจแต่ก็ต้องมีพื้นที่สีเขียวเพิ่ม”

ผังเมืองภูเก็ต

นายสมมิตร์ สมบูรณ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเด็นการแก้ไขร่างประกาศกระทรวง ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตได้หารือกับโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ตมาตลอด โดยยึดตามกรอบของข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในผังเมืองรวมจังหวัดภูเก็ต ภายใต้พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขเช่นกัน

“การขยายความสูงในการพัฒนาที่ดินเนินเขาได้ยึดโมเดลแบบเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่ใช้มาแล้ว 5 ปี โดยกำหนดความสูง 120-140 เมตร เพราะพื้นที่เป็นเกาะเหมือนกัน”

ต้องเข้าบอร์ดใหญ่ สวล.

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ เข้าใจว่าเป็นระดับท้องถิ่นที่มีการพิจารณา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องเข้าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

4 กฎเหล็กคุมภูเก็ต

นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และอดีตกรรมการจัดสรรที่ดิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยังไม่ทราบแนวนโยบายสิ่งแวดล้อม หากปรับเกณฑ์ความสูง 80 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) เป็น 140 เมตรจริง เท่ากับปลดล็อกการก่อสร้างอาคารใหม่

ทั้งนี้ เกาะภูเก็ตมีกฎหมายดูแลพิเศษหลายฉบับ หลักการคือถ้าต้องการสร้างบ้าน 1 หลัง จะต้องพิจารณา 4 กฎเหล็กตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ปี 2553 ดังนี้

กฎข้อแรก ระยะย่นจากทะเล มีข้อกำหนดระยะห่าง 20 เมตรแรก ห้ามสร้างเด็ดขาด, 20-50 เมตร สร้างสูงไม่เกิน 6 เมตร, 50-200 เมตร สร้างสูงไม่เกิน 12 เมตร, 200-400 เมตร ความสูงไม่เกิน 16 เมตร (400 เมตรขึ้นไป มีผังเมืองควบคุมห้ามก่อสร้างสูงเกิน 23 เมตร เทียบเท่าตึก 8 ชั้น)

กฎข้อที่ 2 กฎหมายผังเมืองกำหนดห้ามสร้างตึกสูงเกิน 23 เมตรทั้งเกาะ มีข้อยกเว้นโซนพิเศษเฉพาะที่ดินในเขตเทศบาลนครภูเก็ตเพียงแห่งเดียว ที่อนุญาตให้สร้างตึกสูงเกิน 23 เมตรได้ ส่วนใหญ่เป็นโซนเมืองเก่า ข้อกำหนดคือ

2.1 กรณีเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศิลปกรรม หรือย่านอาคารเก่า ห้ามสูงเกิน 12 เมตร

2.2 กรณีเขตหนาแน่นมาก วัดจาก FAR-floor area ratio (สัดส่วนการสร้างอาคารคำนวณจากแปลงที่ดิน) โดย FAR 6:1 ห้ามสูงเกิน 45 เมตร เทียบเท่าตึก 15 ชั้น

2.3 กรณีเขตหนาแน่นสูงมาก มี FAR 8:1 ห้ามสูงเกิน 60 เมตร หรือ 20 ชั้น

โดย FAR ที่ดิน 1 ไร่ มีพื้นที่ 1,600 ตารางเมตร หากได้ FAR 6:1 หรือ 6 เท่าต่อ 1 หมายความว่า ที่ดิน 1 ไร่ สร้างอาคารได้ 1,600 ตารางเมตร x 6 เท่า = 9,600 ตารางเมตร และ FAR 8:1 หมายความว่า ที่ดิน 1 ไร่ สร้างอาคารใหญ่ได้ 1,600 ตารางเมตร x 8 เท่า = 12,800 ตารางเมตร

ข้อจำกัดที่ลาดชัน+รทก.

กฎข้อที่ 3 เรื่องความลาดชัน บริเวณที่มีความลาดชันตั้งแต่ 35-50 องศา อนุญาตให้สร้างภายใต้เงื่อนไข 3.1 คือสร้างได้เฉพาะบ้านเดี่ยว สูงไม่เกิน 12 เมตร 3.2 ที่ดินเริ่มต้น 120 ตารางวา และ 3.3 ต้องมีพื้นที่ว่าง 75% คือก่อสร้างได้บนที่ดิน 25% เช่น ที่ดิน 120 ตารางวา สร้างอาคารได้ 30 ตารางวา เป็นต้น

กฎข้อที่ 4 ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อมเรื่องความสูง 40-80 เมตรจาก รทก. ให้สร้างสูงไม่เกิน 8 เมตร ถ้าสูงเกิน 80 เมตรจาก รทก. ห้ามสร้างอาคารเด็ดขาด

ซึ่งการขยายข้อกำหนดความสูง 80 เมตร เป็น 140 เมตร จาก รทก.นั้น นายอิสระกล่าวว่า “เบื้องต้นคือการปลดล็อกการก่อสร้างอาคารบนที่ดินในเกาะภูเก็ต เพราะกฎเดิมถ้าสูงเกิน 80 เมตร ห้ามสร้างเด็ดขาด”

สร้างวิลล่าสะดุดเกณฑ์ IEE

ดังนั้น การปลดล็อกครั้งนี้ ผู้ได้ประโยชน์คือบุคคลทั่วไปที่จะสร้างบ้านเดี่ยว ส่วนผู้ประกอบการจะเป็นกลุ่มพัฒนาวิลล่าหรูขายลูกค้าต่างชาติ และกลุ่มโรงแรมที่มีพูลวิลล่า

นายอิสระกล่าวว่า การสร้างวิลล่าหรูขายคนไทยหรือต่างชาติยังคงมีข้อจำกัด ในเรื่องขออนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น หรือ IEE (Initial Environmental Examination) ซึ่งเนื้อหาเงื่อนไขเหมือนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั่วไป หรือ EIA (Environmet Impact Assessment) บางครั้งจึงเรียกว่า “มินิ อีไอเอ” ซึ่งการขออนุญาตก่อสร้างตั้งแต่ 30-250 ยูนิต บนเกาะภูเก็ต จะถูกบังคับให้จัดทำ IEE เทียบแล้วเหมือนทำ EIA โดยใช้บังคับกับการขอก่อสร้างขนาด 500 ยูนิตขึ้นไป

“สงสัยอยู่ว่า IEE กับ EIA ต่างกันยังไง เพราะเนื้อหาที่ต้องทำเหมือนกันทุกอย่าง เข้าใจว่าคงต่างเรื่องค่าที่ปรึกษาโดย IEE ราคาอยู่ที่หลักแสน-1 ล้านบาท ส่วน EIA บางโครงการต้องจ่ายสูงถึง 2 ล้านบาท” นายอิสระกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...